🏗️ กลุ่มวัสดุก่อสร้าง : สรุปงบ 2Q69 ราคาขายที่สูงขึ้นหนุนอัตรากำไร
👷 ทบทวนผลประกอบการไตรมาส 2/2569
กลุ่มวัสดุก่อสร้างรายงานกำไรปกติรวมในไตรมาส 2/2569 ที่ 2.2 พันลบ. เพิ่มขึ้น 11% YoY โดยได้รับแรงหนุนจากอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่สูงขึ้น แม้ว่ายอดขายจะอ่อนแอลง ขณะที่กำไรลดลง 11% QoQ จากอุปสงค์ที่อ่อนตัวตามฤดูกาลและจำนวนวันหยุดที่มากขึ้นในไตรมาส 2 กำไรปกติรวมในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 อยู่ที่ 4.8 พันลบ. เพิ่มขึ้น 28% YoY โดยได้รับแรงหนุนจากการขยายตัวของอัตรากำไร และคิดเป็น 61% ของประมาณการทั้งปีของเราที่ 7.9 พันลบ.
🚧 สถิติการดำเนินงาน
รายได้รวมในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 2.4 หมื่นลบ. เพิ่มขึ้น 6% YoY และ 1% QoQ โดยมีแรงหนุนจากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น GPM ปรับเพิ่มเป็น 28.2% (+0.7ppt YoY และ +0.3ppt QoQ) เนื่องจากราคาขายที่สูงขึ้นสามารถชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่อิงกับราคาน้ำมันซึ่งปรับตัวสูงขึ้นได้ทั้งหมด โดยวัตถุดิบดังกล่าวคิดเป็น 35-45% ของต้นทุนขาย อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ต่อรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 17.9% (+0.2ppt YoY และ +1.8ppt QoQ) จากต้นทุนโลจิสติกส์ที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรปกติเพิ่มขึ้น 0.4ppt YoY เป็น 9.4% แต่ลดลง 1.3ppt QoQ
🛠️ปัจจัยเฉพาะของแต่ละบริษัท
📌 DCC: ยอดขาย -6% YoY, กำไรปกติ -4% YoY
📌 EPG แข็งแกร่งที่สุด: ยอดขาย +9% YoY, กำไรปกติ +43% YoY หนุนโดยอุปสงค์ผลิตภัณฑ์ฉนวนในสหรัฐฯ
📌 SCGD: ยอดขาย -7% YoY, กำไรปกติ -5% YoY (ทั้ง DCC และ SCGD ได้รับผลกระทบจากอุปสงค์ภาคเอกชนที่อ่อนตัวลง)
📌 TASCO: รายได้ +20% YoY, กำไรปกติ +22% YoY ได้รับอานิสงส์จากราคายางมะตอยที่ปรับตัวสูงขึ้นหลังความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน
📌 TOA: ยอดขาย +4% YoY (กินส่วนแบ่งตลาดเพิ่มและลูกค้าสะสมสต็อก), กำไรปกติ +3% YoY เติบโตจำกัดจากค่าใช้จ่าย SG&A และค่าใช้จ่ายในเมียนมาที่สูงขึ้น
👷 แนวโน้ม
จากการพูดคุยกับผู้บริหารของแต่ละบริษัท เราคาดว่าอุปสงค์วัสดุก่อสร้างจะยังคงอ่อนแอ เนื่องจากมีการเร่งซื้อสินค้าไปก่อนหน้านี้ ขณะที่ราคาขายที่สูงขึ้นยังคงกดดันปริมาณการขาย บริษัทต่าง ๆ ยังคงรักษาระดับราคาขายไว้ แต่เพิ่มการใช้จ่าย SG&A โดยเฉพาะด้านการส่งเสริมการขายเพื่อกระตุ้นอุปสงค์ เราคาดว่า GPM จะปรับตัวสูงขึ้นเชิงโครงสร้างเมื่อราคาพลังงานลดลง อย่างไรก็ตาม แนวโน้มอุปสงค์ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม
🎯มุมมอง KS
🚧 คงมุมมองเป็นกลางต่อกลุ่ม โดยเน้นเลือกลงทุนเป็นรายหุ้น
เราคงมุมมองเป็นกลางต่อกลุ่ม เนื่องจากอัตรากำไรที่แข็งแกร่งมีแนวโน้มถูกชดเชยด้วยอุปสงค์ในประเทศที่อ่อนแอ เราเลือก EPG (“ซื้อ”, ราคาเป้าหมาย 6.70 บาท) และ TOA (“ซื้อ”, ราคาเป้าหมาย 19.0 บาท) เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม เนื่องจากมีอุปสงค์ที่แข็งแกร่งกว่าบริษัทอื่น โดย EPG ได้รับประโยชน์จากอุปสงค์ผลิตภัณฑ์ฉนวนในสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่ง ขณะที่ความเป็นผู้นำตลาดของ TOA ช่วยให้อุปสงค์สีมีความมั่นคง
หุ้นเด่น
📌 EPG “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 6.70 บาท
📌 TOA “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 19.0 บาท
📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads

#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #หุ้นไทย #วัสดุก่อสร้าง #ConstrutionMaterialsSector #SCGD #DCC #EPG #TOA #TASCO
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English