KS : กลุ่มพลังงาน & ปิโตรเคมี กลับมาจุดเริ่มต้น

KS : กลุ่มพลังงาน & ปิโตรเคมี กลับมาจุดเริ่มต้น

วิเคราะห์โดย KS Research Strategy
9 ก.ค. 2569
ย้อนกลับ

KS : กลุ่มพลังงาน & ปิโตรเคมี กลับมาจุดเริ่มต้น

📍ความขัดแย้งกลับมาอีกครั้ง

✅การที่สหรัฐฯ ประกาศว่าข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านได้ยุติลงแล้ว ทำให้เราปรับกรณีฐานจากเดิมที่คาดว่าจะคลี่คลายไปในทางบวก กลับไปสู่การลดความขัดแย้งที่ยังเปราะบาง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงการหยุดชะงักของการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โดยเรายังไม่ได้มองว่ากรณีฐานจะเปลี่ยนเป็นสงครามที่รุนแรงขึ้น แต่ตลาดมีแนวโน้มที่จะกลับมาสะท้อนค่าความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่สูงขึ้นอีกครั้ง ซึ่งจะช่วยจำกัด downside ของประมาณการราคาน้ำมันดิบดูไบปี 2569 ของเราที่ 90 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล ขณะเดียวกัน คาดว่าอัตราค่าระวางเรือและเบี้ยประกันภัยจะปรับสูงขึ้นเช้นกัน ทั้งนี้ เรายังรอความชัดเจนของสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

📍นโยบายกำหนดเพดาน GRM กลับมาใช้อีกครั้ง

✅ขณะเดียวกัน คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีมติเมื่อวานนี้ให้ ปรับลดราคาน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่นลง 1.40 บาท/ลิตร ในช่วงวันที่ 9–29 ก.ค. 2569 ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรของผู้ประกอบการโรงกลั่นในประเทศ ทั้งนี้ การปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นดังกล่าวเทียบเท่ากับการลดลงของค่าการกลั่น (GRM) ประมาณ 2.5–4.1 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล ขึ้นอยู่กับสัดส่วนการผลิตน้ำมันดีเซลของแต่ละโรงกลั่น เราประเมินว่าผลกระทบต่อกำไรจะอยู่ในช่วง 201–310 ลบ. โดย BCP จะได้รับผลกระทบเชิงลบมากที่สุด ขณะที่ SPRC และ IRPC จะได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ส่วน TOP เป็นบริษัทที่ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดเมื่อพิจารณาเป็นสัดส่วน downside ต่อประมาณการกำไรปี 2569

📍Déjà vu

✅หากช่องแคบฮอร์มุซกลับมาปิดอีกครั้ง เราคาดว่าราคาหุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีของไทยจะเคลื่อนไหวในรูปแบบเดียวกับช่วงเริ่มต้นของความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยหุ้นกลุ่มต้นน้ำและปิโตรเคมีมีแนวโน้มให้ผลตอบแทนดีกว่ากลุ่มอย่างชัดเจน โดยราคาหุ้นส่วนใหญ่จะสะท้อนระดับการได้รับผลกระทบหรือประโยชน์ของราคาน้ำมันและค่าการกลั่นที่สูงขึ้น รวมถึงส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่เพิ่มขึ้น อีกทั้ง นโยบายแทรกแซงราคาน้ำมันของภาครัฐ ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามคือ หากช่องแคบฮอร์มุซเกิดการหยุดชะงักเพียงบางส่วน ผลกระทบจะเป็นอย่างไร

📍ปรับเพิ่มคำแนะนำสำหรับ PTTEP เป็น “ซื้อ” และปรับลดคำแนะนำ SCC และ OR เป็น “ถือ”

✅จากความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นในอดีตช่วงเริ่มต้นของความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน พบว่า PTTEP เป็นหุ้นที่ให้ผลตอบแทนโดดเด่นที่สุด ดังนั้น เราจึงปรับเพิ่มคำแนะนำจาก “ถือ” เป็น “ซื้อ” ขณะที่เราปรับลดคำแนะนำสำหรับ SCC จาก “ซื้อ” เป็น “ถือ” เนื่องจากความเสี่ยงที่ช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาปิดอีกครั้งเพิ่มขึ้น ทำให้โอกาสของการกลับมาเดินเครื่องของโรงงานโอเลฟินส์ระยอง (ROC) ลดลง นอกจากนี้ เรายังปรับลดคำแนะนำสำหรับ OR จาก “ซื้อ” เป็น “ถือ” จากนโยบายภาครัฐในการปรับลดราคาขายปลีกน้ำมัน ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งอาจกดดันค่าการตลาดขายปลีกน้ำมันอีกครั้ง

Energy&Petro20260709_1200x1200.jpg

เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
ดูข้อมูลหุ้นเพิ่มเติมผ่านแอป KS TRADE+ โหลดเลย >> https://ksecurities.co/KSTradePlus

Follow us :
LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads

#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #หุ้น #หุ้นไทย #ข่าวหุ้น #ลงทุน

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ค้นหา