KS: กลุ่มธุรกิจเภสัชกรรม แนวโน้มการเติบโตยังคงแข็งแกร่ง💉💖
✍️แนวโน้มกลุ่มธุรกิจเป็นไปในเชิงบวก โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการผลิตภัณฑ์แบรนด์หลักที่แข็งแกร่ง และประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ปรับดีขึ้น
✍️คาดโมเมนตัมกำไรในกลุ่มธุรกิจนี้จะแข็งแกร่งขึ้นต่อเนื่องในไตรมาส 2/69 จากการเติบโตในระดับภูมิภาคและการขยายช่องทางการจัดจำหน่าย
✍️TMAN ยังคงเป็นหุ้นเด่นของเรา จากการประเมินมูลค่าหุ้นที่น่าสนใจ คงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยมีราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 ที่ 17.8 บาท
Investment Highlight
📊สรุปผลประกอบการไตรมาส 1/2569 หุ้นกลุ่มเภสัชกรรมภายใต้การวิเคราะห์ของเรา 2 บริษัท ได้แก่ MEGA และ TMAN รายงานกำไรปกติรวมไตรมาส 1/2569 ที่ 679 ลบ. เพิ่มขึ้น 4.9% YoY แต่ลดลง 8.6% QoQ โดยการเติบโตเชิง YoY ได้รับแรงหนุนจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของ MEGA (+7.4% YoY และ -7.5% QoQ) ซึ่งสูงกว่าประมาณการของเรา 5.3% ขณะที่การลดลงเชิง QoQ ของทั้งกลุ่มธุรกิจมาจากการเป็นช่วงโลว์ซีซั่นของยอดขาย ทั้งนี้ กำไรปกติรวมไตรมาส 1/2569 คิดเป็น 22.4% ของประมาณการทั้งปีของเรา หากแยกตามบริษัท กำไรปกติของ TMAN ลดลงเป็น 115 ลบ. (-6% YoY และ -13.3% QoQ) สอดคล้องกับประมาณการของเรา โดยถูกกดดันจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ที่สูงขึ้น
📊ผลการดำเนินงาน ยอดขายรวมไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 4 พันลบ. เพิ่มขึ้น 6.2% YoY โดยการเติบโตของยอดขายของ MEGA ที่ 6.2% YoY ได้รับแรงหนุนจากยอดขายธุรกิจ MEGA We Care ที่แข็งแกร่ง (+16.5% YoY) ขณะที่ยอดขายของ TMAN เติบโต 6% YoY จากช่องทางร้านขายยา หลังการขยายธุรกิจจัดจำหน่าย โดยรวมแล้ว อัตรากำไรขั้นต้นรวมไตรมาส 1/2569 ลดลง 90bps YoY เป็น 49.3% สาเหตุหลักมาจากสัดส่วนรายได้ที่สูงขึ้นของธุรกิจจัดจำหน่ายของ TMAN ซึ่งมีอัตรากำไรต่ำกว่า อย่างไรก็ตาม อัตราส่วน SG&A ต่อรายได้รวมปรับดีขึ้น โดยลดลง 70bps YoY เป็น 27.4% จาก operating leverage ที่ดีขึ้นของ MEGA ตามยอดขายที่เพิ่มขึ้น
📊มุมมองของเรา เรามีมุมมองที่เป็นบวกต่อผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 และแนวโน้มระยะถัดไปของกลุ่มธุรกิจนี้ สำหรับ MEGA พอร์ตสินค้าภายใต้แบรนด์ของบริษัทเองยังคงเป็นปัจจัยหนุนสำคัญ สะท้อนความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องของณค่าของแบรนด์ที่อยู่ในใจของผู้บริโภค (brand equity) ขณะที่ธุรกิจจัดจำหน่ายเริ่มแสดงสัญญาณฟื้นตัว หลังการผ่อนคลายใบอนุญาตนำเข้ายาในเมียนมา สำหรับแนวโน้มไตรมาส 2/2569 เราคาดว่ากลุ่มเภสัชกรรมจะยังคงรายงานกำไรเติบโต YoY โดยคาดว่ายอดขายธุรกิจ MEGA We Care จะเติบโตอัตราตัวเลข 2 หลัก สอดคล้องกับเป้าหมายของผู้บริหาร จากการขยายธุรกิจในภูมิภาคอย่างต่อเนื่องและการเปิดตัวสินค้าใหม่ในเอเชีย ขณะเดียวกัน ธุรกิจจัดจำหน่ายน่าจะยังรักษาการเติบโตอัตราตัวเลขหลักเดียวกลางๆ YoY ได้ ขณะเดียวกัน สำหรับ TMAN การขยายธุรกิจจัดจำหน่ายอย่างต่อเนื่องยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญของปีนี้ ซึ่งช่วยกระจายพอร์ตสินค้าเพื่อสนับสนุนกำไร
มุมมอง KS
✍️มุมมองเชิงบวก เรายังคงมุมมองที่เป็นบวกต่อกลุ่มเภสัชกรรม และยังคงเลือก TMAN เป็นหุ้นเด่น โดย TMAN มีการประเมินมูลค่าหุ้นที่น่าสนใจ โดยซื้อขายด้วย PER ปี 2569 ที่ 8.6 เท่า พร้อมอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ของ core EPS ในช่วง 3 ปีที่ 6% และอัตราตอบแทนเงินปันผลที่ 5.8% เทียบกับ MEGA ที่ซื้อขายด้วย PER ที่ 14 เท่า และมี CAGR 3 ปีของ core EPS ที่ 10.2% โดยในเชิง YTD ราคาหุ้น TMAN ปรับขึ้น 6% ซึ่งทำผลงานได้แย่กว่า SET Index ที่ปรับขึ้น 20% แต่ทำผลงานได้ดีกว่า MEGA ที่ราคาหุ้นยังคงอยู่ในระดับเดียวกัน

📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads
#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #หุ้น #หุ้นไทย #ข่าวหุ้น #ลงทุน #กลุ่มธุรกิจเภสัชกรรม
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English