KS: กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ภาครัฐยังเน้นลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน

KS: กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ภาครัฐยังเน้นลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน

วิเคราะห์โดย KS Research Fundamental
19 ก.ค. 2569
ย้อนกลับ

🏗️ 👷 KS: กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ภาครัฐยังเน้นลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน

📌 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
1) เมื่อวันที่ 1 ก.ค. สภาผู้แทนราษฎรมีมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ในวาระที่หนึ่ง งบประมาณรวมอยู่ที่ 3.79 ล้านลบ. (+0.2% YoY) ซึ่งรวมถึงงบลงทุนจำนวน 7.89 แสนลบ. (-8.4% YoY)
2) ตามรายงานจากกรุงเทพธุรกิจ เมื่อวันที่ 13 ก.ค. กระทรวงคมนาคมได้ประกาศในงานสัมมนา “MOT New Chapter” ถึงแผนการลงทุนในโครงการต่าง ๆ จำนวน 262 โครงการ คิดเป็นมูลค่าการใช้จ่ายรวม 2.62 แสนลบ. ในปี 2570 และอีก 51 โครงการ มูลค่า 5.93 แสนลบ. ในช่วงปี 2571-73 โดยโครงการเหล่านี้ครอบคลุมทั้งระบบมอเตอร์เวย์ ทางด่วน รถไฟ ทางน้ำ และการขนส่งทางอากาศ

📌 งบประมาณประจำปี 2570 งบประมาณรวมประจำปี 2570 ทรงตัว YoY ในขณะที่งบลงทุนลดลง 8% YoY ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากรายจ่ายประจำที่สูงขึ้น รวมถึงเงินเดือนและบำนาญของข้าราชการ ประกอบกับแผนการปรับลดขาดดุลทางการคลังระยะยาวของรัฐบาลซึ่งส่งผลให้พื้นที่ในการจัดสรรงบลงทุนมีจำกัด เมื่อพิจารณาเจาะลึกไปที่กระทรวงคมนาคม พบว่าภาพรวมงบลงทุนของหน่วยงานในสังกัดลดลง 9% YoY เช่นกัน โดยหลัก ๆ เป็นผลมาจากงบประมาณที่ลดลงของกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท ซึ่งรวมถึงการปรับลดงบประมาณในส่วนของการขยายถนน การบำรุงรักษา และค่าจัดซื้อจัดจ้างครุภัณฑ์/อุปกรณ์ต่าง ๆ

📌 ทิศทางใหม่ของกระทรวงคมนาคม จากข้อมูลในงานนำเสนอ MOT New Chapter กระทรวงคมนาคมยังคงเดินหน้าโครงการเมกะโปรเจกต์ต่าง ๆ ตามแผนเดิม แต่การเปิดประมูลโครงการส่วนใหญ่ได้ถูกเลื่อนจากปี 2569 ไปเป็นปี 2570 โดยโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) สาย M5 มูลค่า 3.15 หมื่นลบ. เป็นโครงการขนาดใหญ่เพียงโครงการเดียวที่คาดว่าจะเปิดประมูลได้ในปี 2569 ขณะที่โครงการส่วนใหญ่ในแผนงาน ซึ่งมีมูลค่ารวมกันสูงถึง 7.26 แสนลบ. คาดว่าจะถูกทยอยเปิดประมูลในปี 2570

📌 การวิเคราะห์ แม้ว่างบลงทุนรวมและงบลงทุนของกระทรวงคมนาคมประจำปีงบประมาณ 2570 จะลดลง แต่รัฐบาลก็มีแนวโน้มที่จะเดินหน้ากลุ่มโครงการเมกะโปรเจกต์ต่าง ๆ ต่อไปเพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะโครงการร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) ที่ดึงเงินลงทุนจากภาคเอกชนเข้ามาช่วย เช่น โครงการมอเตอร์เวย์สาย M5 และ M9 รวมถึงโครงการทางด่วน 2 ชั้น ซึ่งแนวทางนี้จะช่วยให้รัฐบาลสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้โดยมีภาระทางการคลัง (งบประมาณลงทุนเริ่มแรก) ที่ลดลง
ทั้งนี้ การเปิดประมูลโครงการต่าง ๆ ในปี 2569 ดูเหมือนว่าจะล่าช้ากว่าที่เราเคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ และกิจกรรมการประมูลจะไปกระจุกตัวหนาแน่นในปี 2570 มากขึ้น อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าประเด็นดังกล่าวจะส่งผลกระทบอย่างจำกัดต่อประมาณการกำไรปี 2570 ของ CK และ STECON เนื่องจากงานในมือที่มีอยู่เดิมในปัจจุบันน่าจะยังคงช่วยสนับสนุนการเติบโตของกำไรในปี 2570 ได้อย่างต่อเนื่อง

มุมมอง KS
📌 มุมมองบวก เรายังคงมุมมองบวกต่อกลุ่มบริการรับเหมาก่อสร้าง แม้ว่าความเชื่อมั่นในระยะสั้นอาจชะลอตัวลงจากความล่าช้าในการเปิดประมูลโครงการภาครัฐ อย่างไรก็ตาม การที่รัฐบาลยังคงให้ความสำคัญกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับพฤติกรรมการประมูลงานที่มีความสมเหตุสมผลมากขึ้นท่ามกลางการแข่งขันที่ลดลง น่าจะเป็นปัจจัยสนับสนุนความเชื่อมั่นและกำไรของผู้รับเหมาในปี 2570 ได้

📌 หุ้นเด่นที่เราแนะนำยังคงเป็น
STECON (“ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 20.62 บาท)
PYLON (“ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 4.32 บาท)
เนื่องจากทั้งสองบริษัทมีการกระจายรายได้ที่ดีกว่าทั้งในส่วนของโครงการภาครัฐและเอกชน

📌 นอกจากนี้ เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” CK ด้วยราคาเป้าหมายที่ 27.98 บาท และ SEAFCO ด้วยราคาเป้าหมายที่ 3.46 บาท

จากการกระจายโครงการที่ดีกว่าในทั้งภาครัฐและภาคเอกชน

Construction-Service-1200.jpg

📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads

KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #หุ้นไทย #รับเหมาก่อสร้าง #PYLON #SEAFCO #CK #STEC #TEAMG #MRT #BTS #รฟม #รถไฟฟ้าสายสีส้ม #M28

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ค้นหา