KS Daily View 04 พ.ย. 2026

KS Daily View 04 พ.ย. 2026

วิเคราะห์โดย KS Research Strategy
4 พ.ย. 2569
ย้อนกลับ

KS Daily View 04.11.2026 >>> ✅แรงงานสหรัฐฯ ✅น้ำมัน ✅ภูมิรัฐศาสตร์ สามแรงกดดันกำหนดเกมหุ้นโลก กรอบ SET วันนี้ที่ 1,480-1,520 จุด แนะนำ HMPRO, HANA

แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: SET index วานนี้ปิดตลาดที่ 1,491.01 ลดลง -16.19 จุด (-1.07%) แรงขายมากในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์, พลังงาน และรับเหมาก่อสร้าง แต่นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทยสุทธิ 632 ลบ. (ซื้อเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน) โดยสำหรับวันนี้ประเมิน SET index ลุ้นฟื้นในกรอบ 1,480-1,520 จุด โดยภาพรวมตลาดหุ้นโลกยังเผชิญความไม่แน่นอนต่อผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ และการปรับคาดการณ์นโยบายการเงิน โดยข้อมูลล่าสุด US JOLTS Job Openings สะท้อนตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งกว่าคาด ขณะที่การฟื้นตัวของหุ้น AI และ Semiconductor ยังมีลักษณะกระจุกตัว และไม่ได้สะท้อนการฟื้นตัวของตลาดหุ้นในวงกว้าง ส่วนด้านราคาน้ำมันที่ลดลงช่วยบรรเทาความกังวลเงินเฟ้อได้เล็กน้อย แต่ยังต้องติดตามความคืบหน้าในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ–อิหร่านอย่างใกล้ชิดในช่วงถัดไป ขณะที่ปัจจัยในประเทศยังอยู่ในช่วงการรายงานผลประกอบการ 3Q26 ซึ่งอาจทำให้ราคาหุ้นรายตัวเคลื่อนไหวผันผวน ท่ามกลางสัญญาณทางเทคนิคที่อ่อนแอ หลัง SET หลุดระดับ 1,500 จุด ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุน รอจังหวะซื้อเมื่ออ่อนตัว โดยเน้นหุ้นที่คาดแนวโน้มผลประกอบการจะขยายตัวแข็งแกร่ง โดยสำหรับวันนี้เราแนะนำ HMPRO, HANA

ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:

  1. รายงาน US JOLTS Job Openings เดือน ก.ย. เพิ่มเป็น 7.523 ล้านตำแหน่ง สูงกว่าคาดที่ 7.1 ล้านตำแหน่ง ขณะที่จำนวนผู้ถูกเลิกจ้างลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ มี.ค. 2568 สะท้อนตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังแข็งแกร่งและเพิ่มความเสี่ยงที่ Fed จะคงดอกเบี้ยสูงนาน ส่งผลให้ US 10Y Yield ปรับตัวขึ้น กดดันหุ้น Growth ทองคำ และสินทรัพย์ Duration สูง ส่วนหุ้นไทยอาจเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มส่งออก จากอุปสงค์จากฝั่งสหรัฐฯ และเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่า
  2. ผลเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ จะกำหนดการควบคุมสภาคองเกรสและความสามารถของรัฐบาลทรัมป์ในการผลักดันนโยบายภาษี การค้า และการใช้จ่าย หากเกิด Divided Congress อาจจำกัดการขาดดุลการคลังและช่วยกด Bond Yield แต่หากเปิดทางสู่มาตรการกระตุ้นเพิ่มเติม Yield และดอลลาร์อาจปรับขึ้น ทำให้ตลาดหุ้นโลกผันผวน ดังนั้นควรจับตาผลการเลือกตั้ง ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อ US 10Y Yield และ DXY นอกจากนี้จะมีผลต่อการดำเนินนโยบายต่างๆของรัฐบาลทรัมป์ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการลงทุนในไทย เช่น นโยบายการค้า (กลุ่มส่งออก), การย้ายฐานการผลิต (กลุ่มนิคมฯ), ความผันผวนในตะวันออกกลาง (กลุ่มพลังงาน) เป็นต้น
  3. ครม.เห็นชอบปรับภาษีสรรพสามิตรถ BEV นำเข้าเป็น 35% จาก 10% มีผล 1 ม.ค. 2570 ขณะที่ REEV กำหนดอัตรา 15% เพื่อจำกัดการแข่งขันจากรถนำเข้าที่ไม่เข้าร่วมมาตรการรัฐ และจูงใจให้ผู้ผลิตลงทุน ประกอบชิ้นส่วน และใช้ Local Content มูลค่าสูงในไทยมากขึ้น โดยมุ่งยกระดับไทยสู่ฐานผลิตและส่งออก EV ระดับภูมิภาค ประเมินเป็นบวกต่อกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมและผู้ผลิตชิ้นส่วน EV ในประเทศ เช่น AMATA, WHA, AH และ SAT แต่เพิ่มแรงกดดันต่อผู้นำเข้ารถ EV สำเร็จรูปที่ยังไม่มีฐานผลิตในไทย
  4. ครม.อนุมัติค่าโดยสารร่วมรถไฟฟ้า 17–45 บาทต่อเที่ยว ครอบคลุมทุกสายในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยไม่คิดค่าแรกเข้าซ้ำ เริ่ม 1 ม.ค.–31 ธ.ค. 2570 พร้อมกรอบชดเชยส่วนต่าง 5.81 พันลบ. และเตรียมประเมินจำนวนผู้โดยสารส่วนเพิ่มหลังใช้มาตรการ 6 เดือน เพื่อเจรจาแบ่งรายได้กับผู้ให้บริการ ประเมินเป็นบวกต่อ BTS และ BEM จากโอกาสที่จำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้น โดยต้องติดตามความเพียงพอของเงินชดเชยและเงื่อนไขแบ่งรายได้กับภาครัฐ

Daily picks

HMPRO: ราคาพื้นฐาน 7.30 บาท
• กำไร 4Q69 คาดฟื้นตัวทั้ง YoY และ QoQ หนุนจาก SSSG เดือน ต.ค. ที่ +7–8% ความต้องการตามฤดูกาล การซ่อมบ้านหลังน้ำท่วม และงาน HomePro Expo
• ปี 2570 เน้นเพิ่มประสิทธิภาพสาขาและขยายออนไลน์ โดยตั้งเป้ายอดขายออนไลน์โต 20–30% ขณะที่สัดส่วนสินค้าตราห้างและการควบคุมต้นทุนช่วยรักษา GPM
• คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 7.30 บาท จากแนวโน้มกำไรฟื้น กระแสเงินสดแข็งแกร่ง และอัตราตอบแทนเงินปันผลมากกว่า 6% ต่อปี

HANA: ราคาพื้นฐาน 63.00 บาท
• คาดกำไรปกติ 3Q69 ที่ 342 ลบ. (+8 เท่า YoY, +23% QoQ) จากยอดขาย การใช้กำลังการผลิต และ GPM ที่ฟื้นตัว ขณะที่กำไรสุทธิคาด 360 ลบ.
• รายได้และ GPM ปรับตัวดีขึ้น คาดยอดขาย 175 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (+7% YoY, +6% QoQ) และ GPM เพิ่มเป็น 12.1% จากอุปสงค์เซมิคอนดักเตอร์ ผลิตภัณฑ์ AI และเงินบาทอ่อนค่า
• คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2570 ที่ระดับ 63 บาท อิง EV/EBITDA 12 เท่า

รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ

วันพุธ ติดตามการจ้างงานภาคเอกชน US จาก ADP เดือน ต.ค. คาดเพิ่มขึ้น 6.7 หมื่นราย น้อยกว่า ก.ย. ที่ 9 หมื่นราย, PMI ภาคบริการของ ฆ เดือน ต.ค. คาดทรงตัวที่ 57.9 จุด, ISM ภาคบริการของ US ต.ค. คาดที่ 54.8 ลดลดงจาก 54.9 จุด และPMI ภาคบริการของยูโรโซน คาดทรงตัวที่ 51.7 จุด

วันพฤหัสบดี ติดตามดัชนีเงินเฟ้อไทย เดือน ต.ค. โดย CPI คาดที่ 3.3%YoY เพิ่มขึ้นจาก 2.82% ในเดือน ก.ย. และ Core CPI คาดที่ 1.6%YoY เพิ่มจาก 1.5% ในเดือน ก.ย., ผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ US และดัชนี PPI ของยูโรโซน

วันศุกร์ ติดตามการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) คาดขึ้นดอกเบี้ย 0.25%, การจ้างงานนอกภาคเกษตร US เดือน ต.ค. คาดเพิ่มขึ้น 6.5 หมื่นราย เร่งขึ้นจาก 2.9 หมื่นรายในเดือน ก.ย., อัตราการว่างงาน US คาดทรงตัวที่ 4.2% และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค US เดือน พ.ย. คาดที่ 48.0 จุด

เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
ดูข้อมูลหุ้นเพิ่มเติมผ่านแอป KS TRADE+ โหลดเลย >> https://ksecurities.co/KSTradePlus

Follow us :
LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube

#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #Ksecurities #การลงทุน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #DAILYVIEW

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ค้นหา