KS Daily View 14 ต.ค. 2026

KS Daily View 14 ต.ค. 2026

วิเคราะห์โดย KS Research Strategy
14 ต.ค. 2569
ย้อนกลับ

KS Daily View 14.10.2026 >>> ลุ้นตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ คืนนี้ เน้นตั้งรับหุ้นกำไร 3Q26 โตดี กรอบ SET วันนี้ที่ 1,560-1,580 จุด แนะนำ MTC, ITC

แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: SET index วานนี้ปิดตลาดที่ 1,571.74 ลดลง -5.91 จุด (-0.37%) แรงขายมากในหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์, ปิโตรเคมี และรับเหมาฯ ขณะที่นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทยสุทธิ 266 ลบ. ส่วนวันนี้ประเมิน SET index คาดแกว่งในกรอบ 1,560-1,580 จุด ภาพรวมตลาดโลกเริ่มมีความกังวลมากขึ้นต่อความยั่งยืนของกระแสลงทุนใน AI เนื่องจากมีการลงทุนในระดับสูง มีการออก Corporate Bond มาก ผสานกับ Valuation ตึงตัวขึ้น และการแข่งขันที่รุนแรง ส่งผลให้ในระยะสั้นยังมีแรงขายในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งอาจเป็นจิตวิทยาเชิงลบต่อกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ของไทย แต่อย่างไรก็ดีตลาดยังได้แรงพยุงจากผลประกอบการที่แข็งแกร่ง (Goldman Sachs, Citigroup, Wells Fargo) ผสานกับความเห็นของจอห์น วิลเลียมส์ ประธาน Fed สาขานิวยอร์ก ที่ระบุว่าการขึ้นดอกเบี้ย US อีกหนึ่งครั้งในปีนี้ยังเหมาะสม แต่ไม่จำเป็นต้องคุมเข้มเพิ่มเติมในปี 2570 เป็นปัจจัยหนุน ส่วนไทยวันนี้จับตางบTISCO โดยเราคาดที่ 1,819 ล้านบาท (+3.1%QoQ, +5.1%YoY) และคืนนี้เกาะติดรายงาน US CPI ก.ย. คาด +3.6%YoY จาก 3.4% ในเดือน ส.ค. ส่วน US Core CPI คาด 2.5%YoY จาก 2.4% สำหรับกลยุทธ์เน้นตั้งรับหุ้นที่คาดแนวโน้มกำไร 3Q26 แข็งแกร่ง โดยวันนี้แนะนำ MTC, ITC

ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:

  1. สภาพัฒน์เตรียมปรับตัวเลข GDP ย้อนหลัง หลัง สศอ. ปรับโครงสร้างดัชนี MPI ให้ครอบคลุมอุตสาหกรรมใหม่ ส่งผลให้ MPI เพิ่มเป็นกว่า 4% จากเดิมไม่เกิน 2% หรือติดลบ การปรับ GDP ย้อนหลังจะเริ่มในการแถลงข่าวเดือนพฤศจิกายน โดยปรับกลับไปถึงไตรมาส 1 ของปีนี้ และจะปรับย้อนหลังถึงปี 2566 ในการแถลงภาพรวมทั้งปีในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า พร้อมเร่งสรุปเกณฑ์กำกับธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ภายในเดือน ต.ค. ถือเป็น Sentiment บวกต่อ SET และหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรม นิคมฯ และธนาคาร เนื่องจาก GDP ที่อาจถูกปรับเพิ่มจะสะท้อนกิจกรรมการผลิตและการลงทุนที่แข็งแกร่งกว่าตัวเลขเดิม
  2. น้ำท่วมใน 4 จังหวัดภาคตะวันออกทำให้ไก่ไข่ตายกว่า 3.2 ล้านตัว และผลผลิตหายไปราว 2.2–2.5 ล้านฟองต่อวัน แต่ยังน้อยเมื่อเทียบกับการบริโภคทั่วประเทศ 42–43 ล้านฟองต่อวัน ภาครัฐเตรียมยืดอายุแม่ไก่และบริหารการส่งออกเพื่อชดเชยอุปทาน ขณะที่เกษตรกรยืนยันคงราคาไข่คละหน้าฟาร์มที่ 4 บาทต่อฟอง ประเมินเป็นบวกเล็กน้อยต่อผู้ผลิตไข่ไก่ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เช่น CPF, TFG และ GFPT จากอุปทานที่ตึงตัวขึ้น แต่ upside จำกัดเนื่องจากมีมาตรการควบคุมปริมาณและตรึงราคาหน้าฟาร์ม
  3. กฟผ.เตรียมลงทุนโรงไฟฟ้าใหม่ใน EEC รวม 4,200 MW และระบบส่งไฟฟ้าราว 3.1 หมื่นลบ. เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟจาก Data Center ราว 4,000 MW โดยคาดเริ่มดำเนินงานในปี 2570 หลัง ครม.อนุมัติ พร้อมพัฒนา UGT, Direct PPA และศึกษาโรงไฟฟ้า SMR เพื่อเพิ่มทางเลือกไฟฟ้าสะอาดและเสถียรในระยะยาว มองเป็นบวกต่อหุ้นโรงไฟฟ้าและนิคมอุตสาหกรรม เช่น GULF, GPSC, BGRIM, WHA และ AMATA จากโอกาสลงทุนกำลังผลิตใหม่ ระบบส่งไฟฟ้า และการดึงดูดโครงการ Data Center เข้าสู่ EEC เพิ่มขึ้น
  4. โรงพยาบาลเอกชนคาดหวังให้บอร์ดประกันสังคมชุดใหม่พิจารณาปรับค่าเหมาจ่ายรายหัว หลังคงอัตราเดิมมานาน 3–4 ปี ขณะที่ต้นทุนบุคลากรและค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง การปรับค่าหัวจะช่วยรักษาความสมดุลรายได้ของโรงพยาบาลคู่สัญญา ท่ามกลางรายได้ผู้ป่วยเงินสดที่ชะลอตัว แต่ต้องคำนึงถึงเสถียรภาพของกองทุนระยะยาวด้วย โดยหากมีการปรับค่าหัวจริงจะช่วยเพิ่มรายได้และบรรเทาแรงกดดันด้านต้นทุน ถือเป็นจิตวิทยาเชิงบวกต่อ BCH และ CHG ซึ่งมีฐานผู้ประกันตนขนาดใหญ่แต่ปัจจุบันยังเป็นเพียงความคาดหวังเชิงนโยบาย

Daily picks

MTC: ราคาพื้นฐาน 39.00 บาท
• คาดงบ 3Q69 เติบโตทั้ง QoQ และ YoY จาก credit cost ที่ลดลงจากโครงการไทยช่วยไทยพลัส ผสาน NIM เพิ่มขึ้นจาก cost of fund ที่ลดลงตามการ roll over debenture ส่วน loan growth คาดยังโตต่อเนื่อง
• ในขณะที่ผลกระทบจากน้ำท่วมน่าจะจำกัดสุดในกลุ่ม ยังไม่เห็น downside risk จากประมาณการ
• ผสาน valuation ไม่แพง โดยอยู่ที่ PBV ปี 2026 ที่ 1.2 เท่า และ PE ที่ 8.1 เท่า เทียบกับ ROE ที่คาด 16.5% โดยแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 39 บาท

ITC: ราคาพื้นฐาน 20.60 บาท
• คาดกำไรปกติในไตรมาส 3Q69 อยู่ที่ 818 ลบ. (+4% YoY, +13% QoQ) หนุนจากการเติบโตของรายได้ โดยตลาดสหรัฐฯ และผลิตภัณฑ์ พรีเมียมเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ
• ผลกระทบด้านต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับสงครามออกมาดีกว่าคาด แต่ค่าที่ปรึกษาแบบครั้งเดียวที่เกี่ยวข้องกับการขยายธุรกิจอาจทำให้ประมาณการกำไรทั้งปีของเรามี downside เล็กน้อย
• แนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมาย ที่ 20.60 บาท โดยปัจจุบัน ITC ซื้อขายที่ PER ปี 2570 ที่ 13 เท่า (-1SD) เทียบกับ CAGR ของ core EPS ปี 69–71 ที่ 13% และให้ Dividend Yield ที่ 5–7%

รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ

วันพุธ ติดตามดัชนีเงินเฟ้อ US CPI เดือน ก.ย. คาดที่ +3.6%YoY จาก 3.4% ในเดือน ส.ค. ส่วน US Core CPI คาดที่ 2.5%YoY จาก 2.4% ในเดือน ส.ค. และ ดัชนี CPI & PPI ของจีน เดือน ก.ย.

วันพฤหัสบดี ติดตามยอดค้าปลีก US เดือน ก.ย. ,ผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ US, ดัชนี US PPI & Core PPI, สต๊อกน้ำมันดิบรายสัปดาห์ US และ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ยูโรโซน เดือน ก.ย.

วันศุกร์ ติดตามผลผลิตภาคอุตสาหกรรม US เดือน ก.ย., ดัชนี CPI ของยูโรโซน เดือน ก.ย. คาดที่ 3.8%YoY และ Core CPI ที่ 2.5%

เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
ดูข้อมูลหุ้นเพิ่มเติมผ่านแอป KS TRADE+ โหลดเลย >> https://ksecurities.co/KSTradePlus

Follow us :
LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube

#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #Ksecurities #การลงทุน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #DAILYVIEW

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ค้นหา