KS Daily View 29.09.2026 >>> Yield พุ่ง! น้ำมันยังราคาสูง กดดันตลาดโลกแต่น้ำท่วมไทยเริ่มคลาย / เน้นย่อตั้งรับหุ้นพื้นฐาน
กรอบ SET วันนี้ที่ 1,590-1,620 จุด แนะนำ CPALL, ADVANC
แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: SET index วานนี้ปิดตลาดที่ 1,602.37 ลดลง -5.26 จุด (-0.33%) แรงขายในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์, ปิโตรเคมี และโรงพยาบาล โดยนักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยสุทธิที่ 3,935 ลบ. ส่วนวันนี้ประเมิน SET index แกว่งในกรอบ 1,590-1,620 จุด ประเด็นกดดันภายนอกยังคงมาจากความไม่แน่นอนในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน ซึ่งในระยะสั้นยังไม่สามารถหาข้อยุติได้ แต่อย่างไรก็ดีตลาดยังให้ความหวังในการเจรจาในช่วงถัดไป ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบยังคงแกว่งผันผวน โดยท้ายสุด Brent ปิดที่ระดับ 106 เหรียญต่อบาร์เรล ยังสร้างแรงกดดันต่อประเด็นเงินเฟ้อในช่วงถัดไป โดยวานนี้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯอายุ 10 ปี เร่งขึ้นสู่ระดับ 5.237% (+7.4bps) ทำจุดสูงสุดในรอบกว่า 2 ทศวรรษ ขณะที่สัปดาห์นี้ยังมีตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯที่ต้องติดตามใกล้ชิดคือ US Core PCE เดือน ส.ค. และการจ้างงานนอกภาคเกษตรของ US เดือน ก.ย. ซึ่งมีความสำคัญต่อการตัดสินใจดอกเบี้ยของ Fed ส่วนปัจจัยในประเทศ ประเมินสถานการณ์น้ำท่วมไทย เริ่มคลี่คลายบ้าง ทำให้ผลกระทบต่อ SET ค่อนข้างจำกัด ดังนั้นกลยุทธ์ยังแนะจังหวะย่อเป็นโอกาสทยอยสะสม โดยเน้นหุ้นที่คาดแนวโน้มกำไรขยายตัวเด่น โดยวันนี้แนะนำ TRUE, GULF
ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:
- ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 9:0 ว่า QR Code และ 8:1 ว่า Barcode บนบัตรเลือกตั้งไม่ขัดรัฐธรรมนูญ แม้ Barcode สามารถเชื่อมโยงย้อนกลับได้หากนำบัตร ต้นขั้ว และบัญชีผู้มีสิทธิมาประกอบกัน แต่ศาลเห็นว่ามีมาตรการและ “กำแพงกฎหมาย” ควบคุมการเข้าถึงข้อมูลอย่างรัดกุม พร้อมเสนอให้ กกต.หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องหมายที่สามารถเชื่อมโยงถึงผู้ใช้สิทธิในการเลือกตั้งครั้งต่อไป เพื่อเสริมความเชื่อมั่นต่อกระบวนการเลือกตั้ง ประเมินเป็น Neutral ต่อ SET เนื่องจากคำวินิจฉัยไม่ได้กระทบสถานะหรือผลการเลือกตั้งโดยตรง จึงคาดผลต่อปัจจัยพื้นฐานและกำไรบริษัทจดทะเบียนจำกัด
- สหรัฐฯ และจีนเตรียมลดภาษีสินค้านำเข้าฝ่ายละ 3 หมื่นล้านดอลลาร์ ครอบคลุมสินค้าเกษตรและสินค้าอุปโภคบริโภค พร้อมขยายพักรบการค้าถึง 10 ม.ค. แต่ยังไม่ระบุอัตราและกำหนดเวลา โดยถั่วเหลืองสหรัฐฯ ถูกยกเว้นจากรายการ ขณะที่จีนตกลงซื้อถ่านหินสหรัฐฯ ปีละ 10 ล้านตันในปี 2570–71 และเปิดทางให้สถาบันการเงินต่างชาติเข้าตลาดมากขึ้น ประเมินเป็นบวกต่อหุ้นส่งออกและนิคมอุตสาหกรรมของไทยจากความเสี่ยงสงครามการค้าที่ลดลง แต่กลุ่มถ่านหินอาจเผชิญการแข่งขันเพิ่มขึ้นจากการนำเข้าถ่านหินสหรัฐฯ ของจีน
- ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับลง นำโดย Nasdaq -0.9% ขณะที่ราคาน้ำมันลดช่วงบวกหลังมีความหวังการเจรจาสหรัฐฯ–อิหร่าน โดย Brent ปิดที่ 105.28 ดอลลาร์/บาร์เรล ด้าน US Bond Yield อายุ 10 ปีพุ่งแตะ 5.25% จากการคาดการณ์ว่า Fed มีโอกาสราว 70% ที่จะขึ้นดอกเบี้ยอีกในเดือน ต.ค. ส่งผลให้ดอลลาร์แข็งค่าและทองคำร่วง 3.6% อาจเป็นจิตวิทยาเชิงลบเล็กน้อยต่อ SET โดยเฉพาะหุ้น Growth Stock ขณะที่หุ้นต้นน้ำอย่าง PTTEP ยังได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันระดับสูง
- น้ำท่วมจากฝนตกหนักกระทบกว่า 580,000 ครัวเรือนใน 41 จังหวัด มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 ราย ขณะที่กรุงเทพฯ อพยพประชาชนเกือบ 6,000 คน โดยประเมินความเสียหายทั่วประเทศอย่างน้อย 1.1–1.23 หมื่นล้านบาท และอาจฉุด GDP ปี 2569 ราว 0.3ppt ขณะที่สถานการณ์ระยองต้องจับตาหลังอ่างเก็บน้ำล้นความจุและมีคำสั่งอพยพ ถือเป็นโมเมนตัมเชิงลบในระยะสั้นต่อภาพรวม SET แต่ก็คาดว่าผลกระทบจะไม่รุนแรงเท่ากับน้ำท่วมไทยในปี 2544 โดยเริ่มเห็นสถานการณ์ดีขึ้นในหลายจุด ดังนั้นประเมินหาก SET ย่อยังเป็นโอกาสทยอยสะสม
Daily picks
TRUE: ราคาพื้นฐาน 16.77 บาท
• คาดกำไรปกติไตรมาส 3/69 จะเติบโต 61.5% YoY และ DPS ไตรมาส 3/69 ที่ 0.16 บาท คิดเป็น DY ต่อปีที่ 5%
• มุมมองค่อนข้างบวกจาก 1) มีแนวโน้มเกิด upside risk 4%-6% ต่อประมาณการกำไรปกติของเรา 2) แนวโน้มไตรมาส 4/69 ยังคงแข็งแกร่ง และ 3) อัตราการจ่ายเงินปันผลที่ 80% สะท้อนถึงวินัยทางการเงิน
• คงคำแนะนำ “ซื้อ” จาก 1) มีโอกาสที่ส่วนต่างด้านมูลค่าหุ้นเมื่อเทียบกับ ADVANC จะแคบลง เมื่อพิจารณาจากอัตราตอบแทนที่อาจเกิดขึ้นและ 2) การบริหารเงินทุนเชิงรุกมากขึ้น
GULF: ราคาพื้นฐาน 79.00 บาท
• GULF เข้าซื้อหุ้น 50% ในโครงการพลังงานหมุนเวียนจาก GUNKUL จำนวน 12 โครงการ กำลังผลิตตามสัดส่วน 337MW มูลค่า 467 ล้านบาท โดยมี PPA กับ กฟผ. 25 ปี
• โครงการจะทยอย COD ในปี 2570–73 คาดสร้างส่วนแบ่งกำไรราว 150 ล้านบาทในปี 2571 และเพิ่มเป็นราว 600 ล้านบาทต่อปีตั้งแต่ปี 2573
• มองดีลเป็นบวก ช่วยเสริมการเติบโตระยะกลาง ขณะที่ระยะสั้นยังขับเคลื่อนโดย Jackson, KBANK, ADVANC และโครงการใหม่ พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 79 บาท
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ
วันอังคาร ติดตามการประชุม ครม. , ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค US จาก Conference board เดือน ก.ย. คาดที่ 89.2 จุด ลดลงจาก 89.4 จุดในเดือน ส.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของยูโรโซน เดือน ก.ย. คาด -16.5 จุด
วันพุธ ติดตามรายงานภาวะเศรษฐกิจของไทย เดือน ส.ค. ส่วนปัจจัยต่างประเทศเกาะติดดัชนี US PCE เดือน ส.ค. คาดทรงตัวที่ 3.7%YoY และ US Core PCE คาดที่ 3.3%YoY เช่นกัน, 2Q69 US GDP (ครั้งสุดท้าย) คาดที่ 1.5%QoQ รวมถึงสต๊อกน้ำมันดิบ US รายสัปดาห์ และดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีน ก.ย. คาดที่ 50.1 จาก 49.8 จุด ส่วนภาคบริการ คาดที่ 49.3 จาก 49.0 จุด
วันพฤหัสบดี ติดตาม PMI ภาคการผลิตของไทย เดือน ก.ย. และดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจของไทย เดือน ก.ย. ส่วนด้านสหรัฐฯติดตาม ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ US คาดที่ 2 แสนตำแหน่ง สูงกว่าสัปดาห์ก่อนที่ 1.97 แสนตำแหน่ง, PMI ภาคการผลิตของ US เดือน ก.ย. คาดที่ 57.0 จุด, US ISM ภาคการผลิต ก.ย. คาดที่ 55.0 จาก 54.6 ในเดือน ส.ค. และยุโรปจับตา PMI ภาคการผลิตของยูโรโซน ก.ย. คาดที่ 52.7 จุด
วันศุกร์ ติดตามการจ้างงานนอกภาคเกษตรของ US เดือน ก.ย. คาดเพิ่มขึ้น 9 หมื่นตำแหน่ง จาก 1.62 แสนตำแหน่ง, อัตราการว่างงาน US เดือน ก.ย. คาดทรงตัวที่ 4.1% และดัชนี CPI ยูโรโซน เดือน ก.ย. คาดที่ 3.7%YoY ส่วน Core CPI คาดที่ 2.5%YoY
เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
ดูข้อมูลหุ้นเพิ่มเติมผ่านแอป KS TRADE+ โหลดเลย >> https://ksecurities.co/KSTradePlus
Follow us :
LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #Ksecurities #การลงทุน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #DAILYVIEW
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English