KS Daily View 23 ก.ย. 2026

KS Daily View 23 ก.ย. 2026

วิเคราะห์โดย KS Research Strategy
23 ก.ย. 2569
ย้อนกลับ

KS Daily View 23.09.2026 >>> คลายกังวลตะวันออกกลาง US–Iran เปิดโต๊ะคุย น้ำมันร่วงหลุด $100 เหรียญ กรอบ SET วันนี้ที่ 1,590-1,620 แนะนำ BGRIM, ADVAN

แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: SET index วานนี้ปิดตลาดที่ 1,604.44 เพิ่มขึ้น +6.41 จุด (+0.88%) แรงซื้อเด่นในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ปิโตรเคมี และท่องเที่ยว ขณะที่นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยสุทธิที่ 3,000 ลบ. ส่วนวันนี้ประเมิน SET index แกว่งในกรอบ 1,590-1,620 จุด ยังมีโมเมนตัมบวกจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ได้หารือกับผู้แทนอิหร่านที่นครนิวยอร์ก โดยระบุว่าการประชุมเป็นไปด้วยดีและมีประสิทธิผลอย่างมาก และทั้งสองฝ่ายกำลังวางแผนจัดการประชุมอีกครั้งในอนาคตอันใกล้นอกจากนี้ทรัมป์ มองว่าความขัดแย้งจะสิ้นสุดลงไม่นานหลังการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพ.ย. จากถ้อยแถลงดังกล่าว ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent วานนี้หลุดระดับ 100 เหรียญ ลงมาปิดที่ 99.25 เหรียญต่อบาร์เรล (-1.1%) ช่วยผ่อนคลายประเด็นเงินเฟ้อยิ่งขึ้น ส่วนสัปดาห์นี้ยังคงต้องเกาะติดการประชุมสุดยอดระหว่างทรัมป์กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง (23-25 ก.ย.) ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ผู้นำของสองประเทศได้กระชับความสัมพันธ์ส่วนตัวและแสวงหาจุดร่วมในประเด็นที่ยังมีความขัดแย้งกัน ดังนั้นกลยุทธ์ยังคงแนะย่อสะสมหุ้นที่คาดแนวโน้มกำไรยังขยายตัวดี และได้อานิสงส์จากราคาน้ำมันดิบย่อตัว โดยสำหรับวันนี้แนะนำ BGRIM, ADVANC

ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:

  1. ครม.เห็นชอบต่ออายุโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ช่วงเดือน ต.ค.–พ.ย. 2569 โดยรัฐสมทบวงเงินใช้จ่ายรวม 1,000 บาท หลังโครงการเดิมสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย. พร้อมเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในเดือน ต.ค. เป็น 1,000 บาทต่อคน จากเดิม 300 บาท เพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยและกระตุ้นการบริโภค ประเมินเป็นจิตวิทยาบวกเล็กน้อยต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทย ในการเข้ามาช่วยพยุงค่าครองชีพในช่วงสั้น แต่โมเมนตัมไม่เยอะเนื่องจากวงเงินสนับสนุนค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับเฟสแรก
  2. ไทยขอให้ญี่ปุ่นพิจารณาเพิ่มการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ พร้อมขยายความร่วมมือด้านการจัดการซากอุตสาหกรรมและพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์ที่รองรับเอทานอลและไบโอดีเซลจากอ้อย มันสำปะหลัง และปาล์มน้ำมัน โดยมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ถือเป็น Sentiment บวกต่อกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมและชิ้นส่วนยานยนต์ เช่น AMATA, WHA, AH และ SAT รวมถึงผู้ผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพอย่าง BCP และ GGC หากนำไปสู่โครงการลงทุนและคำสั่งซื้อจริงในไทย
  3. กองทุนน้ำมันฯ มีฐานะติดลบราว 9.2 หมื่นล้านบาท และขาดทุนเพิ่มเฉลี่ยวันละ 700 ล้านบาท คาดแตะ 1 แสนล้านบาทในช่วงสิ้นเดือน ก.ย.–ต้น ต.ค. จึงเตรียมพิจารณากู้ใหม่ระดับแสนล้านบาทเพื่อพยุงราคาดีเซลและเบนซิน พร้อมพิจารณาทยอยลดการชดเชย ซึ่งอาจทำให้ราคาขายปลีกปรับสูงขึ้น ประเมินเป็นลบต่อภาพการคลังและกำลังซื้อหากต้องลดการอุดหนุน แต่การคงราคาขายปลีกช่วยจำกัดต้นทุนของกลุ่มขนส่งและค้าปลีก ขณะที่ OR และ PTG อาจเผชิญความเสี่ยงด้านค่าการตลาดและความล่าช้าในการรับเงินชดเชยจากกองทุนฯ
  4. จีนนำเข้าทองคำสะสมถึงเดือน ส.ค. มากกว่า 1,000 ตัน สูงกว่ายอดรวมทั้งปี 2568 จากราคาทองโลกที่ปรับลง เงินหยวนแข็งค่า และความต้องการลงทุนในประเทศที่แข็งแกร่ง ขณะที่กองทุน ETF ทองคำจีนเพิ่มการถือครอง 18% และธนาคารกลางจีนยังซื้อทองต่อเนื่อง ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ประเมินเป็น Sentiment บวกต่อราคาทองคำ สะท้อนจากความต้องการที่ยังคงมีอยู่ ประเมินจังหวะย่อเป็นโอกาสสะสมสำหรับการลงทุนในระยะกลาง

Daily picks

BGRIM: ราคาพื้นฐาน 22.00 บาท
• BGRIM ได้ปรับค่าไฟให้เชื่อมโยงกับราคาก๊าซสำหรับลูกค้า IU ราว 50% ตั้งแต่เดือน มิ.ย. ช่วยรักษา spark spread และมีแผนทยอยเปลี่ยนสัญญาลูกค้าเป็นแบบ gas-linked อย่างถาวร
• Data Center หนุนการเติบโตตั้งแต่ปี 2027: กำลังผลิตส่วนเกินราว 100MW สามารถรองรับความต้องการจากลูกค้า IU และ Data Center เพิ่มเติม ขณะที่ Data Center ของ BGRIM เองคาด Phase 1 COD ใน 1Q27 และเพิ่มกำลังเต็ม 48MW ใน 2Q27 โดยช่วงแรกอาจยังรับรู้ผลขาดทุนจาก utilization ที่อยู่ในระดับต่ำ

ADVANC: ราคาพื้นฐาน 385.34 บาท
• ภาพธุรกิจยังมีการเติบโตแบบสม่ำเสมอ และเชื่อว่ารายได้จากธุรกิจมือถือยังน่าสนใจ สอดคล้องกับการเติบโตของเทคโนโลยียังมีโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะกลางถึงยาว
• โมเมนตัมเชิงบวกจากการที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษายกฟ้อง DPC ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ ADVANC ในคดีค่าใช้โครงข่ายโทรคมนาคม ทำให้ไม่ต้องชำระเงินจำนวน 1,223 ล้านบาท และคดีถือเป็นที่สิ้นสุดแล้ว
• ในขณะที่ราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมามีการย่อตัวแรง จนส่งผลให้ Valuation กลับเข้าสู่ระดับที่น่าลงทุนมากยิ่งขึ้น และหนุนให้ Dividend Yield ขึ้นสู่ระดับ 4.8% อยู่ในระดับที่น่าทยอยสะสม

รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ

วันพุธ ติดตามรายงาน PMI ภาคการผลิตและบริการของสหรัฐฯ เดือน ก.ย. และสต๊อกน้ำมันดิบรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ

วันพฤหัสบดี ติดตามการประชุมระหว่างทรัมป์กับ สี จิ้นผิง, ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ, ยอดขายบ้านใหม่ ของสหรัฐฯ เดือน ส.ค. คาด +1.3%MoM, ใบอนุญาตการก่อสร้าง ของสหรัฐฯ เดือน ส.ค. และ PMI ภาคการผลิตและบริการของยูโรโซน เดือน ก.ย.

วันศุกร์ ติดตามยอดส่งออกไทย เดือน ส.ค., ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ของสหรัฐฯ เดือน ส.ค. คาด -0.3%MoM และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจาก ม.มิชิแกน เดือน ก.ย.

เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
ดูข้อมูลหุ้นเพิ่มเติมผ่านแอป KS TRADE+ โหลดเลย >> https://ksecurities.co/KSTradePlus

Follow us :
LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube

#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #Ksecurities #การลงทุน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #DAILYVIEW

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ค้นหา