KS Daily View 19 ส.ค. 2026

KS Daily View 19 ส.ค. 2026

วิเคราะห์โดย KS Research Strategy
19 ส.ค. 2569
ย้อนกลับ

KS Daily View 19.08.2026 >>> ตลาดยังกลัวเงินเฟ้อ แต่แรงกระตุ้นภาครัฐช่วยพยุงเศรษฐกิจ แนะย่อตั้งรับหุ้นกำไรเด่น กรอบ SET วันนี้ 1,610-1,630 จุด แนะนำ BBIK, MGC

แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: SET index วานนี้ปิดตลาดที่ 1,621.62 ลดลง -4.82 จุด (-0.30%) แรงขายกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ สลับซื้อพยุงในกลุ่มสื่อ พลังงานและรับเหมาฯ โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทยสุทธิที่ 201 ลบ. ส่วนวันนี้ประเมิน SET index แกว่งในกรอบ 1,610-1,630 จุด ปัจจัยภายนอกยังเห็นแรงขายในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ และเทคโนโลยี ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับปัญหาเงินเฟ้อ จากต้นทุนการกู้ยืมระยะยาวที่เพิ่มขึ้น โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯอายุ 10 ปียังอยู่ในระดับสูงราว 4.7% ผสานกับสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent แกว่งตัวเหนือระดับ 90 เหรียญต่อบาร์เรล เป็นแรงกดดันต่อภาพเงินเฟ้อเพิ่มเติม แต่อย่างไรก็ดีด้านปัจจัยในประเทศ ยังมีโมเมนตัมเชิงบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐฯ ทั้งด้านการบริโภค ที่มีโครงการไทยช่วยไทยพลัส ผสานกับการเตรียมออกโครงการ ไทยเที่ยวไทยพลัส เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในเดือน ต.ค. และยังมีมาตรการส่งเสริมการลงทุนจากมาตรการ Thailand Fast Pass เป็นปัจจัยหนุนเพิ่มเติม ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุน ยังคงเน้นย่อตั้งรับ หุ้นที่คาดได้แรงหนุนเชิงบวกต่อการลงทุนในช่วงถัดไป โดยสำหรับวันนี้แนะนำ BBIK, MGC

ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:

  1. กระทรวงคมนาคมเบิกจ่ายงบปี 2569 แล้ว 1.71 แสนลบ. หรือราว 65% ของวงเงิน 2.63 แสนลบ. และเร่งลงนามกว่า 90 โครงการค้างท่อให้เสร็จใน ส.ค.–ก.ย. พร้อมเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนและเงินกันเหลื่อมให้ทันสิ้นปีงบประมาณ ขณะที่หลายหน่วยงานยังล่าช้าจากปัญหาผู้รับเหมาและขั้นตอนจัดซื้อจัดจ้าง โดยมีงบเสี่ยงตกพับราว 3 พันลบ. ประเมินเป็นบวกต่อกลุ่มรับเหมาก่อสร้างและวัสดุก่อสร้าง เช่น STECON, CK, SCC จากโอกาสเร่งประมูล เซ็นสัญญา และรับรู้ Backlog เพิ่มขึ้นในช่วงปลายปี
  2. นายกฯ อนุทินนำภาคธุรกิจไทยพบผู้ประกอบการออสเตรเลียกว่า 70 ราย ครอบคลุม 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย พร้อมชูมาตรการ Thailand Fast Pass เร่งขั้นตอนอนุมัติการลงทุน ควบคู่ Skill Bridge และ Green Tariff เพื่อดึง FDI และผลักดันไทยเป็นฐานการผลิตและประตูสู่ตลาดอาเซียนเกือบ 700 ล้านคน ขณะที่ยอดขอ BOI ใน 1H69 ยังอยู่ในระดับสูง สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ มองเป็นบวกเชิง sentiment ต่อหุ้นนิคมอุตสาหกรรม WHA, AMATA รวมถึงกลุ่มโรงไฟฟ้าและดิจิทัลอินฟราฯ ที่ได้อานิสงส์จาก FDI และ Data Center เช่น GULF, GPSC, DELTA
  3. XPENG อยู่ระหว่างศึกษาการตั้งโรงงานผลิต EV ในไทย หลังลงทุนประกอบรถในอินโดนีเซียและมาเลเซีย โดยรอความชัดเจนด้านภาษีและมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ โดยยังตั้งเป้ายอดขายปี 2569 ที่ 9,000 คัน และเปิดโอกาสต่อยอด Localization, Supply Chain และ Technology ในไทยระยะยาว โดยหาก XPENG มีการเดินหน้าลงทุนจริง มองเป็นโมเมนตัมเขิงบวกต่อหุ้นที่เกี่ยวข้อง เช่น MGC, กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมและ หุ้นชิ้นส่วนยานยนต์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ EV
  4. กระทรวงท่องเที่ยวฯ เตรียมเปิดโครงการ “ไทยเที่ยวไทย พลัส” ในเดือน ต.ค. 2569 วงเงิน 1,750 ลบ. ครอบคลุมส่วนลดที่พัก อาหาร ตั๋วเครื่องบิน สปา และบริการท่องเที่ยว โดยคาดสร้างเงินหมุนเวียนอย่างน้อย 5,000 ลบ. ขณะที่ภาครัฐยังคงเป้านักท่องเที่ยวต่างชาติปีนี้ที่ 33 ล้านคน และคาด 4Q69 ฟื้นจากกิจกรรมใหญ่และเส้นทางบินใหม่ มองเป็นบวกต่อหุ้นท่องเที่ยว โรงแรม สายการบิน และบริการ เช่น CENTEL, ERW, AAV, BA จากการกระตุ้น Domestic Tourism และการฟื้นตัวของ High Season

Daily picks

BBIK: ราคาพื้นฐาน 31.40 บาท
• มุมมองเชิงบวกจากการประชุมนักวิเคราะห์ โดยบริษัทคงเป้าการเติบโตปี 2569 ที่ 20% YoY โดยคาดแนวโน้มผลประกอบการใน 2H69 ยังคงแข็งแกร่ง
• Backlog ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 1.1 พันลบ. ใน 2Q69 (+35% QoQ) หนุนจากความต้องการที่แข็งแกร่งของภาคเอกชนและโครงการที่เกี่ยวข้องกับ AI โดยคาดว่า Backlog จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องใน 2H69
• ขณะที่ดีล M&A คาดว่าจะปิดได้ หากเป็นไปตามแผน ในช่วงต้นปี 2570 คงคำแนะนำ “Outperform” ราคาเป้าหมาย 31.40 บาท

MGC: ราคาพื้นฐาน 8.90 บาท
• XPENG อยู่ระหว่างศึกษาการตั้งโรงงานผลิต EV ในไทย หลังลงทุนประกอบรถในอินโดนีเซียและมาเลเซีย โดยรอความชัดเจนด้านภาษีและมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ ถือเป็นโมเมนตัมเชิงบวกต่อ MGC
• แนวโน้มยอดขายรถยนต์ EV ในไทยยังปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยปีนี้บริษัทตั้งเป้ายอดขายที่ 9,000 คัน โดยการทยอยเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ จะเป็นปัจจัยกระตุ้นยอดขายเพิ่มเติม
• Valuation ในปัจจุบัน เทรดบริเวณ PE 7.2 เท่าซึ่งยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของบริษัทเทียบเคียงในภูมิภาคที่ระดับ 8.7 เท่า

รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ

วันพุธ ติดตามรายงานการประชุม Fed รอบล่าสุด ส่วนฝั่งยูโรโซน จับตาเงินเฟ้อ CPI ของยูโรโซน ก.ค. คาดที่ +2.9%YoY และ Core CPI คาดที่ 2.5%YoY

วันพฤหัส ติดตามยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ US ส่วนฝั่งจีน จับตา Loan Prime Rate 1 ปี และ 5 ปีของจีน คาดทรงตัวที่ 3.00% และ 3.50% ตามลำดับ

วันศุกร์ ติดตาม PMI ภาคการผลิตของ US ส.ค. คาดที่ 53.5 จุด ส่วนภาคบริการ คาดที่ 53.8 จุด และ PMI ภาคการผลิตของ ยูโรโซน ส.ค. คาดที่ 51.4 จุด ส่วนภาคบริการ คาดที่ 51.4 จุด

เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
ดูข้อมูลหุ้นเพิ่มเติมผ่านแอป KS TRADE+ โหลดเลย >> https://ksecurities.co/KSTradePlus

Follow us :
LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube

KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #Ksecurities #การลงทุน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #DAILYVIEW

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ค้นหา