KS Daily View 18.08.2026 >>> เจรจาตะวันออกกลางสะดุด น้ำมันพุ่ง แต่หุ้นไทยยังมีแรงพยุง ลุ้นจังหวะย่อสะสมหุ้นเด่น 2H69 กรอบ SET วันนี้ 1,615-1,640 จุด แนะนำ WHA, STECON
แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: SET index วานนี้ปิดตลาดที่ 1,626.44 เพิ่มขึ้น +17.38 จุด (+1.08%) แรงซื้อกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ สื่อ และรับเหมาฯ โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทยสุทธิที่ 2,199 ลบ. ส่วนวันนี้ประเมิน SET index แกว่งในกรอบ 1,615 -1,640 จุด แรงกดดันจากปัจจัยภายนอก เช่น โอกาสในการบรรลุสันติภาพในตะวันออกกลางที่เผชิญอุปสรรคเพิ่มเติม หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าไม่สนใจต่ออายุข้อตกลงกับอิหร่านที่กำลังหมดอายุ ขณะที่การสู้รบในเลบานอนกลับมารุนแรงขึ้น ซึ่งหนุนให้ราคาน้ำมันดิบ Brent วานนี้กลับมาปิดเหนือระดับ 90 เหรียญต่อบาร์เรลอีกครั้ง ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันต่อประเด็นเงินเฟ้อในช่วงถัดไป นอกจากนี้ตลาดยังมีความกังวลต่อการปรับขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาว ซึ่งสะท้อนความกังวลต่อการใช้จ่ายภาครัฐที่เพิ่มขึ้น การออกพันธบัตรระยะยาวจำนวนมาก เป็นจุดที่ต้องจับตาใกล้ชิด อย่างไรกีดีปัจจัยในประเทศยังเป็นแรงพยุงทั้งภาพผลประกอบการ 2Q26 ที่แกร่งกว่าคาด 9% ผสานการรายงาน GDP2Q26 ของไทยที่ +1.9%YoY สูงกว่าคาด เป็นโมเมนตัมเขิงบวกต่อ SET มากขึ้น ดังนั้นกลยุทธ์เราเน้นรอจังหวะย่อทยอยตั้งรับหุ้นที่ยังคาดมีโมเมนตัมเชิงบวกในช่วง 2H26 โดยสำหรับวันนี้แนะนำ WHA, STECON
ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:
- นายกฯ นำทีมไทยแลนด์เยือนออสเตรเลีย 17–20 ส.ค. เพื่อยกระดับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ โดยมีกำหนดหารือผู้บริหาร Canva และพบภาคธุรกิจออสเตรเลีย เพื่อดึงการลงทุนและสร้างโอกาสด้านเศรษฐกิจดิจิทัล เทคโนโลยี นวัตกรรม และพลังงานสะอาด พร้อมเชื่อมโยงภาคเอกชนสองประเทศให้มากขึ้น ถือเป็นบวกเชิง sentiment ต่อกลุ่มนิคมฯ ดิจิทัลโครงสร้างพื้นฐาน Data Center และพลังงานสะอาด เช่น WHA, AMATA, GULF และ ADVANC หากนำไปสู่ FDI ใหม่อย่างเป็นรูปธรรม
- การลงทุนภาคเอกชน 2Q69 โต 13.4% สูงสุดในรอบ 11 ปี หนุนจากเม็ดเงินลงทุนในอุตสาหกรรม S-Curve เช่น อิเล็กทรอนิกส์ AI และพลังงานสะอาด ขณะที่ส่งออกโต 12.5% สะท้อนการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจสู่ฐานผลิต New Economy แม้ GDP ชะลอเหลือ 1.9% จากแรงกดดันด้านพลังงาน เงินเฟ้อ และการบริโภคที่อ่อนลง มองเป็นบวกต่อกลุ่มนิคมฯ อิเล็กทรอนิกส์ Data Center และพลังงานสะอาด เช่น WHA, AMATA, DELTA, HANA, KCE และ GULF จาก FDI และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใหม่ที่เร่งตัว
- กระทรวงการต่างประเทศเผยกระบวนการประนอมภายใต้ UNCLOS มีความคืบหน้า หลังแต่งตั้งเอกอัครราชทูตแคทรีนา คูเปอร์ เป็นประธานคณะกรรมาธิการครบ 5 คนแล้ว โดยคาดประชุมครั้งแรกในเดือน ก.ย. เพื่อกำหนดกรอบและขั้นตอนการทำงาน ทั้งนี้ กระบวนการดังกล่าวไม่ใช่การขึ้นศาลและผลลัพธ์ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย แต่มีเป้าหมายสร้างข้อเสนอเพื่อใช้เป็นฐานเจรจาระหว่างสองประเทศ เป็นบวกเชิง sentiment ต่อหุ้นที่ได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดชายแดน เช่น กลุ่มค้าปลีก ขนส่ง และท่องเที่ยว หากการเจรจาช่วยลดความเสี่ยงไทย–กัมพูชาได้ต่อเนื่อง
- กระทรวงคมนาคมเร่งผลักดันระบบตั๋วร่วมรถไฟฟ้า กทม.-ปริมณฑล ตั้งเป้าเริ่ม 1 ม.ค.2570 กำหนดค่าแรกเข้าไม่เกิน 17 บาท และค่าโดยสารรวมสูงสุดไม่เกิน 45 บาท/เที่ยว พร้อมลดการเก็บค่าแรกเข้าซ้ำเมื่อเปลี่ยนสาย โดยอยู่ระหว่างจัดทำกฎหมายลำดับรอง ระบบ Central Clearing House และหารือผู้รับสัมปทานเรื่องการแบ่งรายได้ มองเป็นบวกต่อจำนวนผู้โดยสารของ BTS และ BEM ในระยะยาว แต่ต้องติดตามกลไกแบ่งรายได้และการชดเชยจากเพดานค่าโดยสารใหม่ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดผลกระทบต่อกำไรสุทธิ
Daily picks
WHA: ราคาพื้นฐาน 6.25 บาท
• เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” และ TP ของ WHA ที่ 6.25 บาท อิงวิธี SOTP สถานะที่มั่นคงในอุตสาหกรรม IE ซึ่งมีการเติบโตสูง จะช่วยให้ WHA สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่นักลงทุนระยะยาว
• ในระยะสั้น ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับความคืบหน้าของธุรกิจศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย หลังรัฐบาลจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายธุรกิจศูนย์ข้อมูล อาจกดดันราคาหุ้น
• ในระยะยาว แนวโน้มการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในช่วง 2H69 ความได้เปรียบของ WHA เมื่อกฎเกณฑ์เกี่ยวกับธุรกิจศูนย์ข้อมูลมีความชัดเจน และความคืบหน้าเชิงบวกที่อาจเกิดขึ้นในธุรกิจยานยนต์ จะดึงความสนใจของนักลงทุนกลับมา
STEC: ราคาพื้นฐาน 20.62 บาท
• กำไรปกติ 2Q69 อยู่ที่ 910 ลบ. (+374% YoY, +488% QoQ) สูงกว่าคาดเล็กน้อย; หากตัดเงินปันผล GULF กำไรหลักยังสูงกว่าคาด 9.7%
• Backlog อยู่ที่ 1.14 แสนลบ. รองรับรายได้ราว 3 ปี ขณะที่คาดงานใหม่เร่งตัวใน 2H69 เพื่อหนุนเป้ารับงานใหม่ 5 หมื่นลบ.
• คาดกำไรดำเนินงาน 2H69 โต YoY จาก Data Center/Solar และมี upside จาก UTA; คง “ซื้อ” TP 20.62 บาท
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ
วันอังคาร ติดตามยอดการสร้างบ้าน US ก.ค. คาด -5.8%MoM จาก +19.0% ในเดือน มิ.ย., ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม US ก.ค. คาด +0.3%MoM จาก +0.1% ในเดือน มิ.ย. และฝั่งยูโรโซนจับตา ZEW Survey Expectations เดือน ส.ค. ของยูโรโซน
วันพุธ ติดตามรายงานการประชุม Fed รอบล่าสุด ส่วนฝั่งยูโรโซน จับตาเงินเฟ้อ CPI ของยูโรโซน ก.ค. คาดที่ +2.9%YoY และ Core CPI คาดที่ 2.5%YoY
วันพฤหัส ติดตามยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ US ส่วนฝั่งจีน จับตา Loan Prime Rate 1 ปี และ 5 ปีของจีน คาดทรงตัวที่ 3.00% และ 3.50% ตามลำดับ
วันศุกร์ ติดตาม PMI ภาคการผลิตของ US ส.ค. คาดที่ 53.5 จุด ส่วนภาคบริการ คาดที่ 53.8 จุด และ PMI ภาคการผลิตของ ยูโรโซน ส.ค. คาดที่ 51.4 จุด ส่วนภาคบริการ คาดที่ 51.4 จุด
เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
ดูข้อมูลหุ้นเพิ่มเติมผ่านแอป KS TRADE+ โหลดเลย >> https://ksecurities.co/KSTradePlus
Follow us :
LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #Ksecurities #การลงทุน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #DAILYVIEW
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English