☀️KS Daily View 30 เม.ย. 2026>>> ประเมินกรอบของ SET index ที่ 1,475-1,500 จุด FED ยังกังวลตะวันออกกลาง ผสานหุ้นเทคโนโลยีโดนกดดันจากลงทุน AI สูง ดังนั้นกลยุทธ์เน้นรอย่อตั้งรับหุ้นที่ยังคงมีโมเมนตัมบวก แนะนำ SCC, BH
📊 การลงทุนสัปดาห์นี้: SET index วานนี้ปิดตลาดที่ 1,491.74 เพิ่มขึ้น 11.54 จุด (+0.78%) แรงซื้อเด่นในกลุ่มอาหาร, ไฟแนนซ์, โรงพยาบาล ขณะที่มีแรงขายมากในกลุ่มท่องเที่ยว โดยนักลงทุนต่างชาติพลิกมาซื้อหุ้นไทยสุทธิ 2,060 ลบ. ส่วนวันนี้ประเมิน SET index คาดแกว่งในกรอบ 1,475-1,500 จุด จากการประชุม Fed เมื่อคืนที่ผ่านมามีมติคงดอกเบี้ยที่ระดับ 3.5-3.75% ตามเดิม แต่มีความแตกแยกของคณะกรรมการ FED มากขึ้น โดยเจ้าหน้าที่บางส่วนไม่เห็นด้วยกับการส่งสัญญาณผ่อนคลาย ในขณะที่กรรมการบางรายสนับสนุนการลดดอกเบี้ย โดยโทนเรามองว่ามีแนวโน้ม “hawkish มากขึ้นเล็กน้อย” ท่ามกลางเงินเฟ้อที่ยังมีความเสี่ยงสูงจากราคาพลังงานที่ทรงตัวสูง ดังนั้นคงต้องติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลางในช่วงถัดไปอย่างใกล้ชิด จากประเด็นดังกล่าว หนุนให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล 10 ปีของสหรัฐฯ พุ่งสู่ระดับ 4.43% ทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบเดือน คาดเพิ่มแรงกดดันต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้น ผสานกับด้านหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯยังคงโดนแรงกดดันจากการลงทุนสูงในธุรกิจ AI ส่วนประเด็นที่น่าติดตามวันนี้แนะจับตาประขุม ECB & BOE คาดคงดอกเบี้ยเช่นกัน
สำหรับกลยุทธ์ในระยะสั้น รอย่อตั้งรับุหุ้นที่ยังมีโมเมนตัมบวกวันนี้แนะนำ SCC, BH
🚩ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:
- รัฐบาลเตรียมเดินหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ “ไทยช่วยไทย คนละครึ่งพลัส” โดยเพิ่มความเข้มข้นของการสนับสนุนเป็นรัฐช่วยจ่าย 60% และประชาชนจ่าย 40% พร้อมให้วงเงินรวม 4,000 บาทต่อคน แบ่งจ่ายเดือนละ 1,000 บาทในช่วงมิถุนายน–กันยายน 2569 ผ่านแอป เป๋าตัง โดยต้องใช้สิทธิ์ภายในเดือน (ไม่สามารถสะสมได้) มุ่งกระตุ้นการใช้จ่ายในร้านค้าทั่วประเทศและเพิ่มการหมุนเวียนของเงินในระบบเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นบวกเล็กน้อยต่อกลุ่มค้าปลีกในระยะสั้น
- SCC ผ่านบริษัทลูก SCGC และ PTTGC ได้ลงนาม MoU เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ในประเทศไทย ครอบคลุมโรงงานผลิตหลักทั้ง PE และ PP โดยมีเป้าหมายสร้างผู้เล่นปิโตรเคมีระดับภูมิภาคที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารวัตถุดิบ และต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม ทั้งนี้ดีลยังเป็นเพียงข้อตกลงเบื้องต้น และอยู่ระหว่างการศึกษา due diligence โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในไตรมาส 3/69 ประเมินดีลนี้เป็นบวกเชิงโครงสร้างต่อ SCC และ PTTGC จาก potential synergy และ consolidation อุตสาหกรรม
- นายวราวุธ ศิลปอาชา ยืนยันว่าการปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าแบบขั้นบันไดจะใช้เฉพาะภาคครัวเรือนเท่านั้น โดยไม่มีนโยบายค่าไฟ 2 อัตรา และไม่ผลักภาระต้นทุนไปยังภาคอุตสาหกรรม ร้านค้า หรือผู้ประกอบการ เพื่อลดความกังวลของภาคธุรกิจเกี่ยวกับต้นทุนที่อาจเพิ่มขึ้น ประเด็นนี้เป็นบวกเชิง sentiment ต่อภาคอุตสาหกรรมจากต้นทุนค่าไฟฟ้าที่จะไม่เร่งตัวขึ้นแบบขั้นบันได
- กนง. มติเอกฉันท์ 6:0 คงดอกเบี้ย มองระดับปัจจุบันเหมาะสมรองรับเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากสงคราม และความไม่แน่นอนที่ยังสูงเศรษฐกิจไทยโตต่ำลง คาด GDP ปี 2569 โตเพียง 1.5% ก่อนฟื้นเป็น 2.0% ปี 2570 ขณะที่เงินเฟ้อปีนี้เฉลี่ย 2.9% จากแรงกดดันฝั่งต้นทุน ก่อนลดลงปีหน้า ภาพรวมคงต้องจับตาการเคลื่อนไหวของเงินเฟ้อในช่วงถัดไปซึ่งมีผลต่อผลประกอบการของธุรกิจมาก
- ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 3.5-3.75% แต่สะท้อนความเห็นที่แตกแยกมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 1992 เนื่องจากผู้กำหนดนโยบายต้องเผชิญความท้าทายในการรักษาสมดุลระหว่างเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูงกับตลาดแรงงานที่เริ่มอ่อนตัวลง ประเมินการคงดอกเบี้ยแต่มีความเห็นแตกแยกสูง สะท้อนความไม่แน่นอนนโยบายการเงิน ซึ่งเป็นลบต่อ sentiment ตลาดหุ้นทั่วโลกระยะสั้น
หุ้นแนะนำวันนี้ Top pick:
🎯 SCC: ราคาพื้นฐาน 240 บาท
- กำไร 1Q69 ดีกว่าคาดมาก: SCC รายงานกำไรสุทธิ 6.2 พันลบ. (+466% YoY, พลิก QoQ) สูงกว่าคาดจากกำไรสต๊อกน้ำมันและธุรกิจซีเมนต์-วัสดุก่อสร้าง (CBM) ที่แข็งแกร่ง หนุนกำไรปกติเป็น 1.8 พันลบ. คิดเป็น 53% ของประมาณการทั้งปี
- แนวโน้ม 2Q69 ทรงตัว: กำไรมีแนวโน้มทรงตัว QoQ แม้กำไรสต๊อกน้ำมันลดลง แต่ได้แรงหนุนจากส่วนต่างปิโตรเคมีที่ดีขึ้นและเงินปันผล ช่วยชดเชยผลกระทบฤดูกาลและการหยุดซ่อมบางโรงงาน
- ดีล JV ปิโตรเคมีเป็น upside: อยู่ระหว่างศึกษาตั้ง JV ธุรกิจโอเลฟินส์ร่วมกับ PTTGC เพื่อเพิ่มขนาดและความสามารถแข่งขัน คาดได้ข้อสรุปภายใน 3Q69 ซึ่งอาจเป็น catalyst ระยะกลาง
🎯 BH: ราคาพื้นฐาน 199.0 บาท
- ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น “Outperform” จาก “Neutral” พร้อมปรับราคาเป้าหมายปี 2569 ขึ้นเป็น 199 บาท (จาก 170 บาท) จากการปรับเพิ่มประมาณการกำไร โดยมีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อการฟื้นตัวของตลาดตะวันออกกลาง และมองว่าความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์มีจำกัด
- แนวโน้มไตรมาส 2/2569 คาดเติบโต 1–2% หนุนจากการฟื้นตัวของตะวันออกกลาง ขณะที่อุปสงค์ในไทยยังอ่อนแอ แต่ความเข้มข้นของเคส (case intensity) ยังแข็งแกร่ง
- ปริมาณผู้ใช้บริการตะวันออกกลางฟื้นตัวหลังรอมฎอน และความซับซ้อนของเคสเพิ่มขึ้น โดย UAE/กาตาร์ยังแข็งแกร่ง ส่วนคูเวตยังไม่แน่นอน ขณะที่ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้นมองว่าเป็นเพียงชั่วคราว
- มีแผนเปิดคลินิกในบังกลาเทศ และขยายสาขาภูเก็ต/ซอย 1 ต่อเนื่อง ยังไม่มีดีล M&A ขณะที่การควบคุมต้นทุนทำได้ดี และการนำ AI/หุ่นยนต์มาใช้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ
✅วันพฤหัส ติดตามดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของไทย เดือน มี.ค. คาดที่ -1.2%y-y, ธปท.รายงานภาวะเศรษฐกิจรายเดือนของไทย ส่วนสหรัฐฯ รายงานดัชนี US PCE คาดที่ +3.5%y-y และ US Core PCE เดือน มี.ค. คาดที่ +3.2%y-y, ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ คาดที่ 2.12 แสนราย, 1Q26 US GDP คาดที่ +2.2%q-q ส่วนทางฝั่งยุโรป เกาะติดตัวเลข 1Q26 GDP ของยูโรโซน คาด +0.9%y-y, ดัชนีเงินเฟ้อของยูโรโซน เม.ย. คาดที่ +3.0%y-y และ Core CPI ยูโรโซน คาดที่ +2.2%y-y, รวมทั้งจับตาการประชุม ECB คาดคงอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก, รีไฟแนนซ์, เงินกู้ ที่ระดับ 2.0%, 2.15% และ 2.4% ตามลำดับ ส่วนด้านจีน แนะติดตามดัชนี PMI ภาคการผลิต เม.ย. คาดที่ 50.1 จุด และภาคบริการ คาดที่ 49.9 จุด ส่วนด้านอังกฤษ จะมีการประชุม BOE คาดคงดอกเบี้ยที่ 3.75%
✅วันศุกร์ ติดตามดัชนี ISM ภาคการผลิตของสหรัฐฯ เดือน เม.ย. คาดที่ 53.1 เร่งขึ้นจาก 52.7 ส่วนดัชนี US PMI ภาคการผลิต เม.ย. คาดทรงตัวที่ 54.0 จุด

*ข้อมูลสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อมูลใหม่และแหล่งที่มาที่แตกต่างกัน
📝 เปิดพอร์ตลงทุนออนไลน์กับ KS ได้แล้ววันนี้!
📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #DAILYVIEW
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English