KS Daily View 27 มี.ค. 2026

KS Daily View 27 มี.ค. 2026

วิเคราะห์โดย KS Research Strategy
27 มี.ค. 2569
ย้อนกลับ

☀️KS Daily View 27 มี.ค. 2026>>> ประเมินกรอบของ SET index ที่ 1,430-1,460 จุด ที่อาจเห็นการฟื้นตัวตามตลาดหุ้นโลก ขณะที่ภาครัฐมีการออกมาตรการเพิ่มเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีก 100 บาทต่อเดือน แนะนำ SC และ BCH

📊 SET index วานนี้ปิดตลาดที่ 1,442.92 ลดลง 14.99 จุด (-1.03%) นำโดยกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มค้าปลีก และกลุ่มสื่อสาร ขณะที่โฟลว์ของนักลงทุนต่างชาติมียอดขายหุ้นไทยสุทธิ 481 ลบ. จากความกังวลเรื่องของเงินเฟ้อที่อาจเร่งตัวขึ้นหลังกองทุนน้ำมันมีมติปรับขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิด 6 บาทต่อลิตร

ทั้งนี้บรรยากาศการลงทุนหุ้นโลกยังคงผันผวนเนื่องจากอิหร่านส่งสัญญาณว่าไม่ต้องการเจรจาโดยตรงกับสหรัฐส่งผลให้ดัชนีหุ้นโลกปรับตัวลดลง ก่อนมีสัญญาณ future index ฟื้นตัวเล็กน้อยหลังปิดตลาดหลังทรัมป์ขยายเส้นตายการโจมตีโครงสร้างพลังงานอิหร่านออกไปเป็น 6 เม.ย. เพื่อเปิดทางการเจรจาต่อเนื่อง ในส่วนของตลาดหุ้นไทยประเมินกรอบของ SET index ที่ 1,430-1,460 จุด ที่อาจเห็นการฟื้นตัวจากวันที่ผ่านมาตามตลาดหุ้นโลก ประกอบกับเก็งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมจากทางภาครัฐหลังมีการออก มาตรการช่วยเหลือประชาชนจากผลกระทบราคาน้ำมันอย่างเพิ่มเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีก 100 บาทต่อเดือน

กลยุทธ์วันนี้เน้นหุ้นที่อยู่ใน laggard play ของการฟื้นตัวประกอบกับ มีความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ อย่าง SC และ BCH

🚩ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:

  1. ราคาน้ำมันโลกพุ่งขึ้นแรง หลังอิหร่านส่งสัญญาณไม่ต้องการเจรจาโดยตรงกับสหรัฐ แม้กำลังพิจารณาข้อเสนอยุติสงคราม ส่งผลให้ตลาดกังวลความตึงเครียดยืดเยื้อ โดยราคาน้ำมัน Brent เพิ่มขึ้นกว่า 5.6% แตะ 108 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ WTI เพิ่มขึ้นกว่า 4.6% ขณะเดียวกันสหรัฐและอิหร่านยังให้ข้อมูลขัดแย้งกันเรื่องการเจรจา มองเป็นบวกกับ PTTEP
  • ครม.มีมติเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือประชาชนจากผลกระทบราคาน้ำมัน โดยเตรียมพิจารณาลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน พร้อมเพิ่มเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีก 100 บาทต่อเดือน (รวมเป็น 400 บาท) ชั่วคราว รวมถึงช่วยเหลือกลุ่มขนส่ง เกษตรกร ประมง ผู้รับเหมา และเอสเอ็มอีผ่านซอฟต์โลน 1 หมื่นล้านบาท มองเป็นจิตวิทยาการลงทุนเชิงบวกเล็กน้อยกับกลุ่มค้าปลีกจากมาตรการช่วยเหลือของรัฐ
  • รัฐบาลมีแผนควบรวมกระทรวงการท่องเที่ยวฯกับกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขับเคลื่อนภาคท่องเที่ยว และเตรียมจัดเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติทางอากาศ 300 บาทต่อคน นอกจากนี้ยังเร่งพัฒนาโครงการ EEC โดยมีแผนดึงลงทุนสวนสนุกระดับโลกอย่างดิสนีย์แลนด์ มูลค่า 1-2 แสนล้านบาท รวมถึงสร้างเมืองอัจฉริยะและสนามกีฬาขนาดใหญ่ เพื่อยกระดับไทยเป็นศูนย์กลางท่องเที่ยวและอีเวนต์ระดับโลก มองเป็นบวกเล็กน้อยกับกลุ่มท่องเที่ยว
  • สมาคมประมงเผยว่าวิกฤตราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นหลังสงครามส่งผลกระทบรุนแรงต่อภาคประมง โดยแม้รัฐสนับสนุนใช้น้ำมัน B20 ทำให้ต้นทุนอยู่ที่ราว 30 บาทต่อลิตร แต่หลังปรับขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาท ทำให้ต้นทุนพุ่งเป็น 37 บาทต่อลิตร สูงเกินระดับคุ้มทุนที่ 35 บาท ส่งผลให้คาดว่าเรือประมงอาจต้องจอดถึง 60-70% ภายในสิ้นเดือน ขณะเดียวกันปริมาณเรือและการใช้น้ำมันลดลงต่อเนื่อง และต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจะผลักดันราคาสินค้าประมงให้สูงขึ้น 30-50% มองเป็นจิตวิทยาการลงทุนเชิงลบกับ TU จากแนวโน้มของต้นทุนปลาอาจปรับตัวขึ้นในอนาคต
  • SCB แจ้งยุติแผนเข้าซื้อกิจการ Home Credit Vietnam มูลค่าราว 31,000 ล้านบาท เนื่องจากเงื่อนไขสำคัญในสัญญาไม่สามารถบรรลุได้จากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ ทำให้ธุรกรรมไม่สำเร็จ อย่างไรก็ตาม ธนาคารยืนยันว่าไม่กระทบฐานะทางการเงิน และยังคงเดินหน้ากลยุทธ์ขยายธุรกิจสู่การเป็นกลุ่มเทคโนโลยีการเงินชั้นนำในภูมิภาคอาเซียนต่อไป

หุ้นแนะนำวันนี้ Top pick:

🎯 SC: ราคาพื้นฐาน 2.61 บาท

เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ SC จากการคาดการณ์การเติบโตของกำไรในปี 2025 ที่ระดับ 20% จากแผนธุรกิจในปี 2026 ที่ค่อนข้างโดดเด่นที่สุดในกลุ่ม โดยมีการตั้งเป้าหมายยอด Presale ที่ระดับ 27,000 ล้านบาทเติบโตขึ้น 33% มาจากการออกโครงการใหม่ราว 28,500 ล้านบาท ทั้งนี้เราคาดว่าปีนี้รายได้ของ SC จะเติบโตอย่างแข็งแกร่งจากการรับรู้รายได้ Backlog ที่จะเตรียมโอน 2 โครงการในช่วง 1H26 คือ COBE Rama9 และ COBE Kaset-Sripathum จำนวนสองโครงการรวมราว 5 พันล้านบาทจาก backlog ราว 7 พันล้านบาทในปี 2026 ขณะที่ระดับ valuation ที่ไม่แพง PE ราว 4.5 เท่าและมี dividend yield ที่ 9%.

🎯 BCH: ราคาพื้นฐาน 11.70 บาท

เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ BCH และเลือกเป็น defensive proxy สำหรับกลุ่มโรงพยาบาลโดยปัจจุบันซื้อขายที่ระดับ -2SD ของ Fwd PE ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดยในปี 2026 เราคาดปัจจัยที่จะสนับสนุนรายได้ของ SSO คือการการันตีการจ่าย High cost care ที่ระดับ 12,000 บาทต่อ RW และโอกาสที่ SSO จะมีการปรับค่า Basic capitation ที่จ่ายจากเดิมอยู่ราว 1,808 บาทต่อหัว เพิ่มอีกราว 10% เป็นระดับ 2,000 บาทต่อคนต่อหัว หลังจากไม่ได้เพิ่มมาเป็นเวลากว่า 3 ปี เราคาดหากมีการประเพิ่มขึ้นในช่วง 2H26 จะส่งผลทำให้กำไรปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 12% หรือ 165 ล้านบาทต่อปี เนื่องจากในปี 2026 ที่ผ่านมา SSO มีการทยอยปรับขึ้นเงินสบทบที่เรียกเก็บในแต่ละเดือนจาก 750 บาทต่อคนไปอยู่ที่ 875 บาทต่อคน ส่งผลทำให้กองทุนประกันสังคมมีเงินเพิ่ม นอกจากนี้เรามองว่าด้วยฐานของคนไข้ตะวันออกกลางและคนไข้กัมพูชาที่เป็นฐานต่ำ จะช่วยลดความคาดหวังการเติบโตของกลุ่มคนไข้ต่างชาติและใน 1Q26 ที่ผ่านมาบริษัทรายงาน WMC มีการเติบโตของคนไข้ตะวันออกกลางอยู่ที่ 80-90% จากการกลับมาเริ่มส่งคนไข้จากกลุ่มประเทศกาต้าร์

รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ

วันศุกร์ ติดตามการอภิปรายของเฟด Jefferson เกี่ยวกับเศรษฐกิจที่ธนาคารกลางสหรัฐสาขาดัลลัส

*ข้อมูลสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อมูลใหม่และแหล่งที่มาที่แตกต่างกัน

DAILY_VIEW_27_03_2026_1040.jpg

📝 เปิดพอร์ตลงทุนออนไลน์กับ KS ได้แล้ววันนี้!

📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account

⛳Follow us :

📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA

📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook

📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram

📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter

📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube

#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #DAILYVIEW

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ค้นหา