☀️KS Daily View 17.03.2026 >>> ราคาพลังงานผ่อนคลายขึ้น หลังสหรัฐฯ ผ่อนปรนเรือบรรทุกน้ำมันอิหร่านผ่านฮอร์มุซ กรอบ SET วันนี้ 1,395-1,440 จุด แนะนำ MTC และ CENTEL
🇹🇭แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: SET index วานนี้ปิดตลาดที่ 1,405.02 ลดลง 4.33 จุด (-0.31%) นำโดยกลุ่มพลังงาน กลุ่มธนาคาร และกลุ่มค้าปลีก ส่วนของโฟลว์ของนักลงทุนต่างชาติยังคงมียอดขายสุทธิตลาดหุ้นไทย 5.17 พันลบ. ขายติดต่อกันเป็นเวลา 8 วัน หนุนให้นักลงทุนต่างชาติมียอดขายสุทธิ 3.86 หมื่นลบ. วันนี้ประเมินกรอบของSET index ที่ 1,395-1,440 จุด จากสถานการณ์ราคาพลังงานที่ดูผ่อนคลายมากขึ้น หลังสหรัฐฯ อนุญาตให้ เรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงไปราว 4% ในคืนที่ผ่านมา จากข้อมูลในอดีตหลังปี 2000 ราคาน้ำมันดิบได้ไปแตะระดับสูงสุดในช่วง 120–140 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล ก่อนที่จะค่อยๆ ปรับตัวลดลงมา ขณะที่ดัชนีรายกลุ่มอุตสาหกรรมมักให้ผลตอบแทนที่แข็งแกร่งที่สุดประมาณหกเดือนหลังจากราคาน้ำมันแตะจุดสูงสุด ข้อยกเว้นเพียงครั้งเดียว คือช่วง2550–51 เมื่อวิกฤตการเงินโลกทำให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอยและกดดันผลการดำเนินงานของตลาด ในอดีต กลุ่มอุตสาหกรรมที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดหลังจากราคาน้ำมันแตะจุดสูงสุด ได้แก่ กลุ่มขนส่ง โรงแรม อสังหาริมทรัพย์ โรงพยาบาล การเงิน และอิเล็กทรอนิกส์ กลยุทธ์ในการลงทุนแนะนำ MTC และ CENTEL เป็น Tactical call เก็งราคาน้ำมันดิบได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้วหลังสถานการณ์เริ่มดูผ่อนคลายลง และอยู่ในกลุ่มที่ฟื้นตัวได้ดีหลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงจากจุดสูงสุด
ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:
📊สหรัฐฯ อนุญาตให้ เรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อให้การส่งออกน้ำมันไปยังตลาดโลกยังดำเนินต่อไป หนุนให้ราคาน้ำมันโลกลดลงในคืนที่ผ่านมา โดย Brent ลดลง 2.84% ปิดที่ 100.21 ดอลลาร์/บาร์เรล และ WTI ลดลง 5.28% เหลือ 93.50 ดอลลาร์ ประกอบกับ IEA เปิดเผยว่า ประเทศสมาชิกอาจ ระบายน้ำมันสำรองเพิ่มเติมได้หากจำเป็น แม้ว่าขณะนี้จะมีมติปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองรวม 400 ล้านบาร์เรล เพื่อรับมือกับการหยุดชะงักของอุปทานจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยหลังการระบายแล้ว ประเทศสมาชิกยังคงมีน้ำมันสำรองมากกว่า 1.4 พันล้านบาร์เรล ซึ่งลดลงเพียงราว 20% ของปริมาณสำรองทั้งหมด มองเป็นจิตวิทยาการลงทุนเชิงลบกับ PTTEP
📊ภาคเอกชนด้านการส่งออกเสนอให้รัฐบาล ผ่อนปรนภาษีนำเข้าวัตถุดิบและช่วยลดต้นทุนการส่งออก เพื่อรับมือผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางที่ทำให้การส่งสินค้าไปตะวันออกกลางติดขัด ขณะเดียวกันต้นทุนวัตถุดิบสำคัญ เช่น น้ำมัน ก๊าซ ปุ๋ยยูเรีย และเม็ดพลาสติก มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะพลาสติกที่มีสัดส่วน 10–50% ของต้นทุนการผลิตสินค้า จึงเสนอให้รัฐลดภาษีนำเข้าชั่วคราวจากอัตราเฉลี่ย 3–5% มองเป็นจิตวิทยาการลงทุนเชิงบวกเล็กน้อยกับกลุ่มส่งออกอย่าง SAPPE COCOCO PLUS ITC AAI
📊ATTA ระบุว่า สงครามตะวันออกกลางกำลังเปลี่ยนโครงสร้างตลาดท่องเที่ยวไทย โดยกระทบตลาดระยะไกล เช่น ยุโรป สหรัฐ และตะวันออกกลาง ทำให้ไทยต้องหันมาพึ่ง ตลาดระยะใกล้ โดยเฉพาะจีนและอาเซียน มากขึ้น ซึ่งคาดว่าปี 2026 นักท่องเที่ยวจีนอาจเดินทางมาไทย ประมาณ 6–7 ล้านคน หรือเฉลี่ยราว 600,000 คนต่อเดือน ทั้งนี้ภาครัฐควรเร่งทำการตลาดเชิงรุกฟื้นความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยรวมถึงใช้การตลาดดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์มจีน เพื่อดึงนักท่องเที่ยวจากเมืองรอง ขณะเดียวกันยังต้องเผชิญความท้าทายจาก การแข่งขันกับประเทศคู่แข่ง เช่น เวียดนามและญี่ปุ่น รวมถึงเงินบาทแข็งค่า ที่อาจทำให้นักท่องเที่ยวบางส่วนเลือกจุดหมายอื่นแทนไทย
📊กบน. ออกประกาศใหม่มีผล 17 มี.ค. 2026 เพื่อบริหารราคาน้ำมันในประเทศไม่ให้กระทบค่าครองชีพ โดยเพิ่มการ อุดหนุนราคาน้ำมันกลุ่มหลัก เช่น ดีเซลธรรมดาและ B20 สูงสุด 20.36 บาท/ลิตร, แก๊สโซฮอล์ E20 11.06 บาท/ลิตร, แก๊สโซฮอล์ 95 และ 91 9.73 บาท/ลิตร และ E85 2.28 บาท/ลิตร เพื่อควบคุมราคาขายปลีกไม่ให้สูงเกิน 30 บาท/ลิตร มองเป็นลบกับ PTG และ OR จากแนวโน้ม marketing margin ที่ยังถูกกดดัน
📊AIS วางแผนลงทุน 30,000–35,000 ล้านบาทในปี 2026 เพื่อขยายโครงข่ายและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล รองรับการเติบโตของ 5G คลาวด์ และ AI โดยตั้งเป้ารายได้จากบริการหลักเติบโต 3–5% และเพิ่มผู้ใช้ 5G เป็นมากกว่า 20 ล้านราย พร้อมจับมือ GULF และ Singtel ลงทุนพัฒนา ดาต้าเซ็นเตอร์รวม 3 แห่ง กำลังการผลิต 200 เมกะวัตต์ ซึ่งเปิดแล้ว 1 แห่ง และเตรียมเปิดอีก 2 แห่งในปี 2027 รวมถึงเตรียมเปิดแพลตฟอร์มการเงินดิจิทัลกลางปี 2569 และพัฒนาแพลตฟอร์มความบันเทิง AIS Play โดยยังอยู่ระหว่างพิจารณาการซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด ฟุตบอลโลก
Daily pick
🎯MTC: ราคาพื้นฐาน 43.10
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ MTC สำหรับการเติบโตในปี 2026 โดยตั้งเป้าเติบโต สินเชื่อที่ระดับ 10-15% โดยมาจากการเพิ่มสินเชื่อต่อสาขาจากระดับ 22-23 ล้านต่อสาขาเพิ่มเป็น 25-30 ล้านต่อสาขาในอนาคต โดยจะมีการเปิดสาขาน้อยลงจาก 600 สาขาต่อไตรมาสอยู่ที่ระดับ 300-400 สาขาต่อไตรมาส นอกจากนี้ เราประเมิน Credit cost มีโอกาสปรับลดลงด้วยจาก NPL และ Stage 2 ที่ปรับตัวลดลงที่ 2,.5% และ 7.3% ตามลำดับ โดยปัจจุบันเราคาดว่า Coverage ratio อยู่ในระดับที่เพียงพอราว 143% อีกทั้งเราประเมิน ต้นทุนการเงินจะปรับลดลง จากการทยอยrefinance หุ้นกู้ที่จะหมดอายุในปี 2026 ราว 28 พันล้านบาทด้วย rating ที่ระดับ A- เราคาดว่าต้นทุนทางการเงินจะลดลงราว 10-20bps ในอนาคต
🎯CENTEL: ราคาพื้นฐาน 42.09 บาท
ใน 1Q26 เราประเมินว่ามีโอกาสเติบโตแข็งแกร่งได้ต่อเนื่องจากยอด forward booking ที่มีการเติบโตได้ดีโดยในประเทศโดยผู้บริหารคาดว่าผลการดำเนินงานใน 1Q26 จะยังคงแข็งแกร่ง โดยในเดือนม.ค. RevPar อยู่ที่ 5,894 บาท (+6% YoY) จาก ADR ที่ 7,472 บาท (+3% YoY) และ OCR ที่ระดับ 79% (+2 ppts YoY) ทั้งนี้โรงแรมใน Maldives คาดฟื้นตัวได้แรงจากฐานที่ต่ำในปี 2025 ที่ผ่านมาประกอบกับอาคารผู้โดยสารสนามบินแห่งใหม่และการเชื่อมต่อเที่ยวบินที่ดีขึ้น ดั้งนั้นคาดว่า CENTEL จะเป็นโรงแรมที่เติบโตได้อย่างแข็งแกร่งที่สุดในปี 2026 ที่ระดับ 18%
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ
✅วันอังคาร ติดตามรายงานข้อมูลการจ้างงานภาคเอกชนรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ (US ADP employment change weekly) เทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 1.55 หมื่นตำแหน่ง ต่อด้วยการเปลี่ยนแปลงสต็อกน้ำมันดิบในคลังสินค้าเชิงพาณิชย์ของสหรัฐฯ (API Crude Oil Stock Change)เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา -1.7 ล้านบาร์เรล
✅วันพุธ ติดตามรายงานตัวเลขเงินเฟ้อของสหภาพยุโรปครั้งสุดท้าย (EU CPI) เดือน ก.พ. โดยตลาดคาดการณ์ที่ +1.9% YoY ทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า และตัวเลขเงินเฟ้อที่ไม่รวมราคาอาหารและพลังงาน (EU Core CPI) ตลาดคาดการณ์ที่ +2.4% YoY ทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า ต่อด้วย รายงานดัชนีราคาผู้ผลิต (US PPI index) ของสหรัฐฯ สำหรับเดือน ก.พ. เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ 2.90% YoYและการรายงานยอดสั่งซื้อสินค้าจากโรงงานในสหรัฐ (US Factory Orders) เดือน ก.พ. เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ -0.7% MoM ปิดท้ายด้วยผลการประชุมของ Fed เรื่องดอกเบี้ยนโยบายตลาดคาดการณ์ว่า Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยระดับ 3.50%-3.75% และเปิดเผยคาดการณ์แนวโน้มของเศรษฐกิจของสหรัฐจากทางธนาคารกลาง (FOMC Economic Projections)
✅วันพฤหัสบดี ติดตามผลการประชุมของ BoJ โดยตลาดคาดว่า BoJ จะคงอัตราดอกเบี้ยที่ 0.75% ต่อด้วยผลการประชุมอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางยุโรป (ECB interest rate decision) ตลาดคาดการณ์ว่า ECB จะคงอัตราดอกเบี้ยจากครั้งก่อนหน้า ปิดท้ายด้วยจำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (Initial Jobless Claims) ในสัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดคาดการณ์ที่ 2.13 แสนตำแหน่ง
✅วันศุกร์ ติดตามติดตาม Loan prime rate ของธนาคารกลางจีนระยะเวลา 1 ปีคาดการณ์ไว้ที่ 3.0% ทรงตัวจากครั้งก่อนหน้า และ Loan prime rate อายุ 5 ปีคาดการณ์ไว้ที่ 3.5% ทรงตัวจากครั้งก่อนหน้า

*ข้อมูลสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อมูลใหม่และแหล่งที่มาที่แตกต่างกัน
📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads
#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #KSTODAY
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English