☀️KS Daily View 09.03.2026 >>> อิหร่านไม่ยอมจำนน
ดันราคาน้ำมันแตะ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล กรอบ SET index วันนี้ที่ 1,390–1,410 จุด แนะนำ PTTEP และ BANPU
Theme การลงทุนสัปดาห์นี้: ประเมินกรอบดัชนีสัปดาห์นี้ที่ระดับ 1,390 – 1,445 จุด โดยประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามต่อคือสถานการณ์สู้รบระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน เรายังคงเชื่อว่าการสู้รบระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในครั้งนี้จะยังเป็นไปอย่างวงจำกัด ระบบการเมืองการปกครองของอิหร่านจะยังคงอยู่ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ขณะที่การสู้รบมีแนวโน้มจะยังดำเนินต่อไปเนื่องจากอิหร่านจะไม่ยอมจำนน แต่มีโอกาสน้อยที่สหรัฐฯ จะส่งทหารเข้าปฏิบัติการภาคพื้นดิน เนื่องจากต้องมีการวางแผนเตรียมการล่วงหน้าและกระบวนการอีกหลายขั้นตอน เมื่อสหรัฐฯ ไม่สามารถลงมาปฏิบัติการภาคพื้นดิน หมายถึงสหรัฐฯ จะมีความพยายามผลักดันให้ประเทศอื่นเข้ารบแทน ดังนั้นอิหร่านจะลดความก้าวร้าวกับประเทศโดยรอบเพื่อไม่ให้ถูกใช้อ้างเป็นเหตุผลในการที่จะมีประเทศอื่นในภูมิภาคนอกเหนืออิสราเอลเข้าร่วมโจมตีอิหร่าน การสู้รบโดยการโจมตีเพียงทางอากาศจากสหรัฐฯ ที่เกิดขึ้นจึงอาจกินเวลาได้ไม่นาน หลังจากนั้นสุดท้ายอาจจบด้วยการเจรจาหรืออย่างน้อยความรุนแรงจะลดระดับลง หากเป็นไปตามคาดเราเชื่อว่าอิหร่านจะมีความพยายามใช้กำลังในการปิดช่องแคบฮอร์มุซในกรณีที่เข้าตาจนเท่านั้น หมายถึงความเสี่ยงเชิงลบที่จะเกิดวิกฤตน้ำมันครั้งใหญ่ยังไม่มากและมีลุ้นบรรยากาศการลงทุนฟื้นตัว
แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: ตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,410.37 จุด ลดลง -7.71% จากสัปดาห์ที่ผ่านหลังกลุ่ม ท่องเที่ยว วัสดุก่อสร้าง และโรงพยาบาล ปรับตัวลง ในวันนี้เราประเมินกรอบ SET index ที่ 1,390–1,410 จุด ในระยะสั้นอาจเห็นแรงกดดันดัชนีจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หลังราคาน้ำมันแตะระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แนะนำ PTTEP และ BANPU
🚩ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:
ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อีกครั้ง โดย WTI เพิ่มขึ้น 17% อยู่ที่ 106.22 ดอลลาร์ และ Brent เพิ่มขึ้น 15% อยู่ที่ 106.92 ดอลลาร์ หลังสงครามในตะวันออกกลางทำให้การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงัก ซึ่งเป็นเส้นทางส่งออกน้ำมันราว 20% ของโลก ส่งผลให้หลายประเทศผู้ผลิตในอ่าวเปอร์เซียลดกำลังการผลิต เช่น คูเวตที่ประกาศลดการผลิตเชิงป้องกัน ขณะที่การผลิตน้ำมันในอิรักลดลงกว่า 70% เหลือ 1.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน เนื่องจากปัญหาการขนส่งและคลังเก็บเต็ม มองเป็นบวกกับPTTEP ขณะที่มองเป็นลบกับ TOP จากแนวโน้มของ utilization rate ที่ลดลงเนื่องด้วย supply ขาดตลาด รวมไปถึง PTG OR จาก marketing margin ที่ติดลบ และ BGRIM GPSC ด้วย Pool gas ที่ราคาพุ่งสูงขึ้น
ในขณะเดียวกัน IRGC ประกาศเตือนว่าเรือของฝ่ายศัตรูทุกลำที่เข้าสู่อ่าวเปอร์เซียอาจถูกโจมตี หลังอิหร่านใช้โดรนโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน “Louise P” ซึ่งชักธงหมู่เกาะมาร์แชลล์และถูกระบุว่าเป็นทรัพย์สินของสหรัฐฯ กลางอ่าวเปอร์เซีย พร้อมทั้งประกาศให้ทรัพย์สินของสหรัฐฯ และอิสราเอลในเอเชียตะวันตกเป็นเป้าหมายทางทหาร ขณะเดียวกันยังมีรายงานว่า IRGC โจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน “Prima” บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ หลังเรือไม่ปฏิบัติตามคำเตือนเรื่องข้อจำกัดการเดินเรือด้านความมั่นคง ทำให้ความตึงเครียดในภูมิภาคและความเสี่ยงต่อเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลกเพิ่มสูงขึ้น
CAAT เปิดเผยว่าสถานการณ์ความตึงเครียดและการหยุดชะงักของเที่ยวบินในตะวันออกกลาง ทำให้สายการบินหลายแห่งยังไม่สามารถกลับมาให้บริการตามปกติ ส่งผลกระทบต่อเส้นทางบินระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเส้นทางที่ต้องต่อเครื่องผ่านตะวันออกกลาง ทำให้ผู้โดยสารหันไปใช้เที่ยวบินตรงระหว่างเอเชีย–ยุโรปมากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการที่นั่งสูงและราคาตั๋วบางช่วงปรับตัวแพงขึ้นหรือหาซื้อได้ยาก ขณะเดียวกันราคาน้ำมันอากาศยานที่เพิ่มขึ้นอาจกดดันต้นทุนสายการบิน มองเป็นลบกับกลุ่มท่องเที่ยวอย่าง CENTEL ERW SHR AWC ด้วยราคาตั๋วที่เพิ่มขึ้นชะลอความต้องการในการท่องเที่ยว รวมไปถึง AAV ที่ jet fuel คิดเป็นประมาณ 30-40% ของ COGS
BOI ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตจีน จัดงาน Thailand-China Investment Forum เพื่อส่งเสริมโอกาสการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทยและให้ข้อมูลกฎระเบียบการดำเนินธุรกิจแก่นักลงทุนจีน โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 800 คนจากหลายอุตสาหกรรม เช่น อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ ชิ้นส่วนโลหะ เครื่องจักร เคมีภัณฑ์ และดิจิทัล โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จีนยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนกว่า 2,400 โครงการ มูลค่ากว่า 6 แสนล้านบาท ครอบคลุมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น EV ดิจิทัล AI และแบตเตอรี่ มองเป็นจิตวิทยาการลงทุนเชิงบวกกับ WHA และ AMATA
สมาคมภัตตาคารไทย ระบุว่าสถานการณ์สงครามยืดเยื้ออาจทำให้ราคาน้ำมันปรับขึ้นและซ้ำเติมต้นทุน ขณะเดียวกันเศรษฐกิจไทยยังเผชิญปัญหาเงินงบประมาณค้างท่อและความล่าช้าในการจัดตั้งรัฐบาล ทำให้กำลังซื้อชะลอ โดยปัจจุบันร้านอาหารขนาดกลางกว่า 70% เผชิญภาวะขาดทุนประมาณ 3 วันต่อสัปดาห์ เสมอตัว 2 วัน และมีกำไรเพียง 2 วัน มองเป็นจิตวิทยาการลงทุนเชิงลบเล็กน้อยกับ M ZEN MAGURO OKJ
Daily pick
PTTEP: ราคาพื้นฐาน 153.00 บาท
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ PTTEP จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทั้งนี้ PTTEP จะเริ่มเสนอโครงการลงทุนให้คณะกรรมการบริษัทเพื่ออนุมัติ final investment decision สำหรับโครงการเช่น Algeria HBR, Myanmar M3 และโครงการในมาเลเซีย รวมถึงจะมีการเจรจาต่อสัญญาสัมปทานใหม่ของ Yadana ในพม่าเช่นกัน ทั้งหมดนี้จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตของ PTTEP ได้เป็น 1mnbbl/day จาก ประมาณ 700KBD ในปัจจุบันและจะเพิ่ม P1 reserve เป็น 7 ปี ท้ายที่สุดเราคาดว่า PTTEP จะยังสามารถจ่ายปันผลได้ที่ระดับ 56-60% payout ratio หรือคิดเป็น dividend yield ราว 6.18% ได้ในปี 2026
BANPU: ราคาพื้นฐาน 7.00 บาท
เราคาดว่า BANPU จะได้รับผลกระทบเชิงบวกทางอ้อมจากความไม่สงบในตะวันออกกลางจากราคาถ่านที่ Newcastle ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ USD100/ton ในช่วงเดือน มกราคม มาอยู่ที่ระดับ USD130/ton โดยเราคาดว่าธุรกิจถ่านหินทั้งในอินโดนีเซียที่มีราคาผันผวนตามราคา Newcastle index อยู่ที่ระดับ 40% จากการขายทั้งหมดราว 22-25 ล้านตันต่อปี และธุรกิจถ่านหินในออสเตเรียที่มีสัดส่วนส่งออกราว 30-40% จากยอดขายทั้งหมด 7-8 ล้านตันต่อปี เราคาดว่าหากราคาอยู่ที่ระดับUSD130/ton ตั้งแต่ 2Q26-4Q26 เราคาดว่าBANPU จะมีกำไรเพิ่มขึ้นราว 80-90mUSD และสำหรับธุรกิจก๊าซใน US ที่ BANPU ขายอยู่ที่ระดับ 280-300Bcfe ต่อปีซึ่งมีการ hedging ไว้ราว 50-60% และมีส่วนที่ปรับราคาตาม Henry hub gas อยู่ที่ระดับ 40% คาดว่าทุก USD1/mmbtu ที่ปรับเพิ่มขึ้นส่งผลต่อกำไรของ BANPU ที่ระดับ USD60mn ในช่วงที่เหลือของปี เราคาดว่าหากสถานการณ์ยืดยาวไปมีโอกาสที่ BANPU จะสามารถ rerate trading band สำหรับ PBV ขึ้นมาได้จากระดับ -1SD มาซื้อขายที่ระดับ Mean คือ 0.62 เท่าเทียบเท่าราคาราว 7 บาท
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ
วันจันทร์ ติดตามรายงานอัตราเงินเฟ้อของจีน เดือน ก.พ. ตลาดคาดการณ์ที่ +0.90% YoY เร่งตัวจากเดือนก่อนหน้าที่ +0.20% YoY ต่อด้วยดัชนีราคาผู้ผลิต (China PPI) ของจีน สำหรับเดือน ก.พ. ตลาดคาดที่ -1.1%YoY เร่งตัวจากเดือนก่อนหน้าที่ -1.4% YoY
วันอังคาร ติดตามตัวเลขส่งออกของจีน (China Export)ช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ. ตลาดคาดการณ์ที่ +6.6% และตัวเลขนำเข้าของจีน (China Import) ช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ. ตลาดคาดการณ์ที่ +5.5% ต่อด้วยรายงานยอดขายบ้านมือสองของสหรัฐ (US Existing Home Sales)เดือน ก.พ. ตลาดคาดการณ์ที่ 3.85 ล้านหลัง ชะลอตัวลงจากเดือนก่อนหน้าที่ 3.91 ล้านหลัง
วันพุธ ติดตามการรายงานตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ (US CPI) เดือน ม.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ +2.4% YoY ทรงตัวจากเดือนก่อนหน้าและตัวเลขเงินเฟ้อที่ไม่รวมราคาอาหารและพลังงาน (US core CPI) ตลาดคาดที่ +2.4% YoY ชะลอตัวจากเดือนก่อนหน้าที่ +2.5% YoY
วันพฤหัสบดี ติดตามการรายงานจำนวนที่อยู่อาศัยเริ่มสร้าง (US Housing Starts) ของสหรัฐ เดือน ม.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ 1.35 ล้านหลังเทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ 1.40 ล้านหลังและ จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (Initial Jobless Claims) ในสัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดคาดการณ์ที่ 2.13 แสนตำแหน่ง
วันศุกร์ ติดตาม คำสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ (US Durable goods orders) เดือน ม.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ +1.70% MoM เร่งตัวขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ -1.40%MoM ต่อด้วยรายงานการคาดการณ์การเติบโของ GDP ของสหรัฐใน 4Q25 ครั้งที่สอง ตลาดคาดการณ์ที่ 1.4% QoQ ทรงตัวจากครั้งก่อนหน้า ปิดท้ายด้วยการรายงานดัชนีราคาการใช้จ่ายด้านการบริโภคพื้นฐานส่วนบุคคล (US Core PCE Price Index) เดือน ม.ค. ตลาดคาดที่ 3.0% YoY ทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า
📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
📲ดูข้อมูลหุ้นเพิ่มเติมผ่านแอป KS TRADE+ โหลดเลย >> https://ksecurities.co/KSTradePlus
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads
#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #Ksecurities #การลงทุน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #KSDailyview
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English