KS Daily View 04 มี.ค. 2026

KS Daily View 04 มี.ค. 2026

วิเคราะห์โดย KS Research Strategy
4 มี.ค. 2569
ย้อนกลับ

KS Daily View 04.03.2026 >>> ความขัดแย้งตะวันออกกลางเร่งระดับ ในระยะสั้นเป็นลบต่อเนื่อง กรอบ SET index วันนี้ 1,435-1,465 จุด หุ้นแนะนำ PTTEP และ PTTGC

แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: SET index วันจันทร์ปิดตลาดที่ 1,466.51 ลดลง 61.75 (-4.04%) จากปัจจัยเชิงลบในต่างประเทศ สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงเร่งระดับ ซึ่งมีการโจมตีเป็นวงกว้างในหลายประเทศและเห็นโฟลว์ของนักลงทุนต่างชาติไหลออกตลาดหุ้นไทย 656 ลบ. วันนี้ประเมินกรอบ SET index ที่ 1,435-1,465 จุด มองว่าบรรยากาศการลงทุนในระยะสั้นเป็นลบต่อเนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งดังกล่าว โดยอิหร่านมีการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันที่พยายามผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หนุนให้ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 4% ในคืนที่ผ่านมา ด้วยราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลบวกไปยังกลุ่มต้นน้ำรวมถึงกลางน้ำอย่างขุดเจาะและโรงกลั่น ขณะที่ปลายน้ำอย่าง Retail oil อาจได้รับผลกระทบ marketing margin ที่ถูกกดันด้วยราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นหลัง กบน.มีมติตรึงราคาน้ำมันดีเซลที่ 29.94 บาทต่อลิตรต่อเนื่อง 15 วัน ในขณะเดียวกัน สภาพัฒน์ประเมินผลกระทบเหตุสู้รบตะวันออกต่อ GDP ของไทยในปี 2026 ไว้ที่ 1.3%-1.6% เทียบกับประมาณการปัจจุบันที่ 1.5%-2.5% นอกจากนี้ปัจจัยที่ต้องติดตามเพิ่มเติม การรายงานตัวเลขเงินเฟ้อของไทย เดือน ก.พ. และทิศทางของเงินเฟ้อที่ได้รับผลกระทบจาก supply side ที่มีผลต่อทิศทางของนโยบายการเงิน ธปท. ในอนาคต หลังจากวัฏจักรของการผ่อนคลายของดอกเบี้ยใกล้ถึงจุดสิ้นสุด กลยุทธ์ในการลงทุนแนะนำ PTTEP hedging ราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นแรง และ PTTGC เนื่องจากมีสัดส่วนการใช้น้ำมันดิบจากตะวันออกกลางในระดับต่ำ

ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน

  1. ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นต่อเนื่องกว่า 4% ในคืนที่ผ่านมา โดย WTI ปิดที่ 74.56 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และเบรนท์ที่ 81.40 ดอลลาร์ จากความกังวลว่าสงครามในตะวันออกกลางอาจกระทบอุปทานน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันราว 20% ของโลก ทั้งนี้ค่าระวางเรือขนส่งน้ำมันและก๊าซทั่วโลกพุ่งทำสถิติสูงสุดหลังอิหร่านขู่โจมตีเรือทุกลำที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยเฉพาะเส้นตะวันออกกลาง–จีน พุ่งแตะระดับ W419 หรือราว 423,736 ดอลลาร์ต่อวัน เพิ่มขึ้นเท่าตัวจากวันศุกร์ ขณะที่ค่าเช่าเรือ LNG เพิ่มขึ้นกว่า 40% หลังการผลิตในกาตาร์หยุดชะงัก เป็นบวกกับ PTTEP และ TOP SPRC BCP จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้น ขณะที่มองเป็นลบกับ BGRIM และ GPSC จากแนวโน้มต้นทุน Pool gas ที่เพิ่มขึ้น
  2. ในขณะเดียวกันกบน.มีมติตรึงราคาน้ำมันดีเซลที่ 29.94 บาทต่อลิตรต่อเนื่อง 15 วัน แม้ราคาน้ำมันโลกปรับสูงขึ้น โดยเพิ่มการชดเชยดีเซล 2.77 บาทต่อลิตร และลดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ สำหรับกลุ่มเบนซิน 0.38–0.70 บาทต่อลิตร เพื่อให้ราคาขายปลีกทุกชนิดคงเดิม มีผลตั้งแต่ 3 มี.ค.นี้ ส่งผลกระทบกับ retail oil operators อย่าง PTG และ OR จาก marketing margin ที่ถูกกดันด้วยราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น
  3. กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เผยช่วง 23 ก.พ.–1 มี.ค. 2026 นักท่องเที่ยวต่างชาติชะลอตัวทุกตลาด โดยเฉพาะเอเชียตะวันออกหลังสิ้นสุดตรุษจีน และตลาดตะวันออกกลาง–ยุโรปที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ ทำให้วันที่ 1 มี.ค. ตลาดตะวันออกกลางลดลงกว่า 60% และยุโรปลดลงกว่า 25% ส่งผลให้สัปดาห์ดังกล่าวมีนักท่องเที่ยวรวม 676,963 คน ลดลง 23% จากสัปดาห์ก่อน เฉลี่ยวันละ 96,709 คน ส่งผลลบกับกลุ่มโรงแรมอย่าง CENTEL ERW SHR AWC จากแนวโน้มของรายได้ชะลอตัวลง
  4. ความตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลให้ฮับการบินสำคัญอย่างดูไบต้องปิด ทำให้เที่ยวบินเส้นทางเอเชีย–ยุโรปลดลงอย่างมาก ตั๋วบินตรงขายหมดล่วงหน้านานหลายสัปดาห์ และสายการบินต้องเปลี่ยนเส้นทางอ้อมขึ้นเหนือผ่านคอเคซัสหรืออ้อมใต้ผ่านอียิปต์ ส่งผลให้ต้นทุนน้ำมันและเวลาเดินทางเพิ่ม ดันราคาตั๋วพุ่งสูง เช่น ฮ่องกง–ลอนดอน ของคาเธ่ย์ แปซิฟิค แตะกว่า 85,000 บาท จากปกติราว 20,000 บาท ขณะที่กรุงเทพฯ–ลอนดอนของการบินไทยขายหมดและราคาบางวันสูงกว่า 70,000 บาท ด้านผู้โดยสารเริ่มเลี่ยงสายการบินตะวันออกกลาง หันไปใช้ฮับในเอเชียหรืออเมริกาเหนือแทน หนุนสายการบินอย่างสิงคโปร์ แอร์ไลน์ คาเธ่ย์ แปซิฟิค และเตอร์กิช แอร์ไลน์มียอดจองเพิ่มขึ้น
  5. สภาพัฒน์ประเมินผลกระทบเหตุสู้รบตะวันออกกลางต่อเศรษฐกิจไทยไว้ 2 ฉากทัศน์ โดยหากสถานการณ์คลี่คลายใน 1 เดือนและกระทบการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพียงเล็กน้อย ราคาน้ำมันอยู่ที่ 95–105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล คาดว่า GDP ไทยปี 2026 จะขยายตัวได้ราว 1.6% จากฐานเดิม 2% แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อและมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ กระทบห่วงโซ่อุปทานโลกและดันราคาน้ำมันพุ่งถึง 125 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เศรษฐกิจไทยอาจโตเหลือเพียง 1.3%

Daily pick

PTTEP: ราคาพื้นฐาน 153.00 บาท
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ PTTEP จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทั้งนี้ PTTEP จะเริ่มเสนอโครงการลงทุนให้คณะกรรมการบริษัทเพื่ออนุมัติ final investment decision สำหรับโครงการเช่น Algeria HBR, Myanmar M3 และโครงการในมาเลเซีย รวมถึงจะมีการเจรจาต่อสัญญาสัมปทานใหม่ของ Yadana ในพม่าเช่นกัน ทั้งหมดนี้จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตของ PTTEP ได้เป็น 1mnbbl/day จาก ประมาณ 700KBD ในปัจจุบันและจะเพิ่ม P1 reserve เป็น 7 ปี ท้ายที่สุดเราคาดว่า PTTEP จะยังสามารถจ่ายปันผลได้ที่ระดับ 56-60% payout ratio หรือคิดเป็น dividend yield ราว 7.5% ได้ในปี 2026

PTTGC: ราคาพื้นฐาน 28.70 บาท
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ PTTGC ต่อการฟื้นตัวในปี 2026 จากภาพ macro factor เช่น 1) Olefins capacity rationalization ที่ update ล่าสุดจากบริษัทมีแนวโน้ม net incremental capacity ที่ลดลงเหลือระดับ 3.6mn tons จาก 6.4mn tons ภายในปี 2030 มาจากการปิด plant ที่มีต้นทุนสูงทั้งในญี่ปุ่นและจีน ตามนโยบาย Anit-involution และมีการปิดเพิ่มเติมจากโรงปิโตรเคมีใน เกาหลีใต้ ยุโรป และ สิงคโปร์ การยกเลิก China export tax rebates ที่เคยได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีนในการส่งออกสินค้าปิโตรเคมีที่ระดับ 9-13% จะปรับเหลือ 0% ในวันที่ 1 April 2026 ส่งผลให้ต้นทุนของสินค้าจากจีนจะมีราคาที่สูงขึ้นและลดความสามารถในการแข่งขันลงและแนวโน้มที่ทางการจีนจะมีการจัดเก็บภาษีเพิ่มเติมสำหรับ Naphtha consumption tax ในอนาคตทำให้ 25% ของ Chinese cracker จะมีต้นทุนที่สูงขึ้นส่งผลให้มีแนวโน้มในการทำ capacity rationalization ได้เร็วขึ้นในอนาคต ในปี 2026 เราคาดการฟื้นตัวจากการ Maximize production โดยในปี 2026 PTTGC ไม่ได้มีการปิดโรงกลั่นเหมือนในช่วงปี 2025 ที่ผ่านมา Cost saving measures: จากโครงการ Holistic optimization การลดการขาดทุนของกลุ่มธุรกิจ Vencorex และ PTTAR จำนวน Bt2.4bn

รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ

วันพุธ ติดตามตัวเลขอัตราการว่างงานของสหภาพยุโรป (EU unemployment rate) เดือน ม.ค. เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ 6.2% ปิดท้ายด้วยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการของสหรัฐ (ISM Services PMI) ) เดือน ก.พ. ตลาดคาดการณ์ที่ 53.9 จุดปรับตัวขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ 53.8 จุด

วันพฤหัสบดี ติดตามตัวเลขเงินเฟ้อของไทย (TH inflation) เดือน ก.พ. เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ -0.66% YoY และอัตราเงินเฟ้อที่ไม่รวมราคาอาหารและพลังงาน เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ -0.28% YoY ต่อด้วยจำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (Initial Jobless Claims) ในสัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดคาดการณ์ที่ 2.12 แสนตำแหน่ง

วันศุกร์ ติดตาม การรายงานเศรษฐกิจฝั่งสหรัฐ ภาคจ้างงานนอกภาคการเกษตร (Nonfarm payrolls) เดือน ก.พ. ตลาดคาดการณ์ที่ 0.60 แสนตำแหน่งชะลอตัวจากเดือนก่อนหน้าที่ 1.30 แสนตำแหน่ง ต่อด้วยตัวเลขอัตราการว่างงาน (Unemployment rate) เดือน ก.พ. ตลาดคาดการณ์ที่ 4.3% ทรงตัวจากเดือนที่ผ่านมา

DAILY_VIEW_04_03_2026_1040.jpg

เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
ดูข้อมูลหุ้นเพิ่มเติมผ่านแอป KS TRADE+ โหลดเลย >> https://ksecurities.co/KSTradePlus

Follow us :
LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube

#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #Ksecurities #การลงทุน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #DAILYVIEW

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ค้นหา