KS Daily View 28 ม.ค. 2026

KS Daily View 28 ม.ค. 2026

วิเคราะห์โดย KS Research Strategy
28 ม.ค. 2569
ย้อนกลับ

KS Daily View 28.01.2026 >>> พายุฤดูหนาวถล่มสหรัฐฯ การส่งออกน้ำมันดิบ/ LNG ชะงัก, ราคาน้ำมันดีดขึ้น 3% คาด กรอบ SET index ที่ 1,325-1,350 จุด แนะนำ TOP และ COM7

แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: ตลาดหุ้นไทยวานนี้ปิดตลาดที่ 1,334.45 เพิ่มขึ้น +27.38 จุด (+2.09%) ปรับตัวขึ้นดีกว่าที่เราคาด นำโดยการปรับตัวขึ้นของกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มธนาคาร และกลุ่มพลังงาน โดยเห็นโฟลว์ต่างชาติกลับมาไหลเข้าราว 4.5 พันลบ.หลังมียอดขายสุทธิติดต่อกันเป็นเวลา 4 วัน วันนี้เราประเมินกรอบ SET index ที่ 1,325-1,350 จุด ที่มีปัจจัยภายนอกเข้ามากระทบหนุนโดยกลุ่มพลังงานด้วยราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 3% ในคืนที่ผ่านมาหลังพายุฤดูหนาวรุนแรงในสหรัฐฯ ส่งผลให้การส่งออกน้ำมันดิบและ LNG จากชายฝั่งอ่าวเม็กซิโกลดลงเหลือศูนย์ชั่วคราว ขณะที่ปัจจัยในประเทศเริ่มค่อยเห็นการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนและททท. คาดว่าจะเร่งตัวขึ้นในเทศกาลตรุษจีนประกอบกับการ relocate destination ด้วยปัจจัยความตึงเครียดทางการทูตระหว่างจีนกับญี่ปุ่น นองจากนี้ตลาดจับตาดูการรายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนฯ สำหรับ 4Q25 โดยเฉพาะในส่วนของ SCC และ PTTEP ที่คาดว่าจะมีการรายงานออกมาในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะ SCC ที่คาดว่าจะรายงานงบในวันนี้ อีกทั้งประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ FOMC ในช่วงข้ามคืนนี้ซึ่งตลาดคาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ ในส่วนของกลยุทธ์ในการลงทุนแนะนำ TOP จากพายุฤดูหนาวรุนแรงพัดถล่มสหรัฐฯ ลดอุปทานของพลังงานในระยะสั้น และ COM7 จากแนวโน้มการเติบโตของกำไร 4Q25 ยังคงแข็งแกร่ง

ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน

1.ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 3% ในคืนที่ผ่านมาหลังพายุฤดูหนาวรุนแรงในสหรัฐฯ ส่งผลให้การผลิตน้ำมันดิบหยุดชะงักสูงสุดถึง 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือประมาณ 15% ของกำลังการผลิตทั้งประเทศ และทำให้การส่งออกน้ำมันดิบและ LNG จากชายฝั่งอ่าวเม็กซิโกลดลงเหลือศูนย์ชั่วคราว โดย Crude Brent ปิดที่ $US67.57/barrel และ Crude WTI ปิดที่ $US62.39/barrel นอกจากนี้ ตลาดยังคาดว่า OPEC+ จะคงการชะลอเพิ่มกำลังการผลิตต่อไปในเดือนมีนาคมซึ่งช่วยหนุนราคาน้ำมันในระยะใกล้ มองเป็นบวกเล็กน้อยกับ PTTEP และโรงกลั่นอย่าง TOP SPRC BCP ขณะที่ BGRIM และ GPSC อาจได้รับผลกระทบจากตุ้นทุนที่ปรับตัวขึ้น

2.การท่องเที่ยวไทยช่วงสัปดาห์วันที่ 19–25 ม.ค. ฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดระยะใกล้ นำโดยจีน มาเลเซีย และอินเดีย ซึ่งนักท่องเที่ยวจีนกลับมาเกิน 1 แสนคนเป็นครั้งแรกในรอบ 15 สัปดาห์ ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 754,647 คน เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากสัปดาห์ก่อน ขณะที่จีน อินเดีย และมาเลเซียเติบโตเด่น ในขณะเดียวกัน China Trading Desk ระเมินว่า ในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้ เกาหลีใต้มีแนวโน้มแซงญี่ปุ่นขึ้นเป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งของนักท่องเที่ยวจีนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่โควิด-19 จากปัจจัยความตึงเครียดทางการทูตและคำเตือนด้านความปลอดภัยจากจีน มองเป็นบวกกับกลุ่มท่องเที่ยวอย่าง CENTEL ERW SHR AWC

3.สศค.ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2026 โต 2% ชะลอจากปี 2025 ที่ 2.2% จากแรงกดดันการลงทุนภาครัฐที่คาดหดตัว 1.7% จากความล่าช้าในการใช้ พ.ร.บ.งบประมาณช่วงเปลี่ยนผ่านการเมือง ขณะที่ภาคส่งออกโตเพียง 1% ตามการค้าโลก ส่วนการท่องเที่ยวยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก คาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ 35.5 ล้านคน การบริโภคเอกชนโต 2.5% การลงทุนเอกชน 3.2% และ เงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ 0.3%

4.TOP แจ้งตลาดหลักทรัพย์ว่า บริษัทได้เริ่มกระบวนการอนุญาโตตุลาการต่อ Singapore Internatinal Arbritration เพิ่มเติมเกี่ยวกับสัญญาค้ำประกันที่ออกโดยบริษัทแม่ของ UJV (Samsung E&A และ Saipem) ซึ่งทั้ง 2 บริษัทตกลงเป็นผู้ค้ำประกันการปฏิบัติงานของ UJV ประเทศไทย ภายใต้สัญญา EPC (กระบวนการอนุญาโตตุลาการ PGC) และได้ยื่นขอให้คณะอนุญาโตตุลาการรวมกระบวนการดังกล่าวไว้ในกระบวนการอนุญาโตตุลาการ EPC ที่บริษัท Samsung E&A และ Saipem ได้ยื่นร้องไว้เมื่อ 26 มี.ค. 2025 มองว่าระยะสั้นยังไม่มีผลกระทบจากข่าวนี้ แต่หาก TOP ชนะอาจสามารถเรียกร้องความเสียหายกับบริษัท Samsung E&A และ Saipem เพิ่มเติมในฐานะผู้ค้ำประกันงานให้ UJV โดยเงินค้ำประกันส่วนนี้ไม่รวมอยู่ใน guarantee bond ที่ TOP ได้มีการบังคับไปแล้วจำนวน 440 ล้านเหรียญ

5.BGRIM AMATA และซูมิโตโมฯ ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) กับ NTT Global Data Centers กำลังการผลิตรวม 100 เมกะวัตต์ เพื่อรองรับการขยายดาต้าเซ็นเตอร์ภายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี คาดเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในเดือนมิถุนายน 2027

Daily pick

TOP: ราคาพื้นฐาน 47.50 บาท
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ TOP จากระดับ Valuation ที่ต่ำสุดในรอบ 5 ปี ลงมาซื้อขายที่ระดับ PBV -1 to -2SD ในปี 2025 เราคาดว่ามีโอกาสที่ TOP จะสามารถได้รับการ relate valuation จากระดับปัจจุบันได้มาซื้อขายที่ระดับ mean to -0.1 เท่าได้เนื่องจาก เราประเมิณว่า TOP ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วและคาดหวังการ turnaround จากการคลายความกังวลในการก่อสร้างของโครงการ CFP ที่กลับมาก่อสร้างตามแผนและสถาณการณ์ refinery industry outlook ที่มีความแข็งแกร่งมากขึ้นสำหรับโครงการ CFP ได้มีความคืบหน้าโดยจะมีการกลับมาก่อสร้างตามแผนใน 1Q26 นี้รวมถึงตั้งเป้า COD โครงการเร็วขึ้น 1 ไตรมาสจากเดิมที่คาดว่าจะสามารถ COD ได้ในช่วง 3Q28 มาอยู่ที่ 2Q28 นี้พร้อมกันนี้เราคาดว่าความเสี่ยงในส่วนของ Cost overrun เพิ่มเติมสำหรับโครงการนี้จะน้อยลงอีกทั้งบริษัทตั้งเป้าลดเงินลงทุนโครงการ 10-12%

COM7: ราคาพื้นฐาน 25.56 บาท
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ COM7 จากแนวโน้ม 4Q25 คาดว่ายังคงแข็งแกร่งด้วยการเติบโตของกำไร YoY, QoQ จากธุรกิจค้าปลีกไอทีด้วยยอดขายผลิตภัณฑ์ Apple ที่แข็งแรงจาก iPhone 17 series ความต้องการสินค้าไอทีที่เพิ่มขึ้นหลังการสิ้นสุดการสนับสนุน Windows 10 และยอดขายที่ยังแข็งแกร่งจากกลุ่มลูกค้าเชิงพาณิชย์และกลุ่มลูกค้าองค์กร อีกทั้งโครงการเงินผ่อน U-fund ก่อตั้งขึ้นในปี 2022 โดยมีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยอยู่ที่ 2-2.75% ต่อเดือนจะเป็นปัจจัยหนุนสำคัญต่อการขยายตัวของ GPM ในอนาคตตามพอร์ตสินเชื่อที่เติบโตขึ้น ในส่วนของราคาหุ้น COM7 ซื้อขายด้วย 12M FWD PER ที่ระดับ 10.9 เท่าหรือ -1.4 SD จากค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีของ PER band

รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ

วันพุธ ติดตามรายงานยอดขายรถยนต์ของไทย (TH Car sale) เดือน ธ.ค. เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ 51,044 คัน ต่อด้วยต่อด้วยผลการประชุมของ Fed เรื่องดอกเบี้ยนโยบายตลาดคาดการณ์ว่า Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยระดับ 3.50%-3.75%

วันพฤหัสบดี ติดตามดัชนีรายงานความเชื่อมั่นของผู้บริโภคของญี่ปุ่นเดือน ม.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ 37.0 จุดเทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ 37.2 จุดและรายงานจำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกของสหรัฐ (US Initial Jobless Claims) ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 2.0 แสนตำแหน่ง

วันศุกร์ ติดตามการรายงานตัวเลขคาดการณ์ GDP ใน 4Q25 ของโซนยุโรปครั้งแรกตลาดคาดการณ์ที่ +1.3% YoY ชะลอตัวลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่ 1.4% YoY ต่อด้วยรายงานดัชนีราคาผู้ผลิต (US PPI index) ของสหรัฐฯ สำหรับเดือน ธ.ค. เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ 3.0% YoY

เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
ดูข้อมูลหุ้นเพิ่มเติมผ่านแอป KS TRADE+ โหลดเลย >> https://ksecurities.co/KSTradePlus

Follow us :
LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube

#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #Ksecurities #การลงทุน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #DAILYVIEW

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ค้นหา