🛥️ KS: PRM แนวโน้มปี 69 ยังคงแข็งแกร่ง
📌 กำไรปกติไตรมาส 4/2568 สูงกว่าที่เราคาดการณ์ไว้เล็กน้อย PRM รายงานกำไรปกติไตรมาส 4/2568 ที่ 454 ลบ. ลดลง 21% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 14% YoY ผลประกอบการสูงกว่าประมาณการของเรา 5% และใกล้เคียงกับประมาณการของตลาด กำไรสุทธิไตรมาส 4/2568 อยู่ที่ 422 ลบ. ลดลง 25% QoQ และ 10% YoY
📌แผนขยายธุรกิจปี 2569
PRM จะได้รับเรือจำนวน 5 ลำในปี 2569 ประกอบด้วย
1) เรือขนส่งเคมีภัณฑ์ที่ต่อใหม่ 1 ลำ
2) เรือขนส่งน้ำมันมือสอง 1 ลำ
3) เรือขนส่งน้ำมันที่ต่อใหม่ 3 ลำ
บริษัทฯ ได้รับเรือขนส่งเคมีภัณฑ์ที่ต่อใหม่แล้วในเดือน ก.พ. ขณะที่เรือขนส่งน้ำมันมือสองคาดว่าจะเริ่มดำเนินงานในช่วงปลายไตรมาส 2/2569 สำหรับเรือขนส่งน้ำมันที่ต่อใหม่ 3 ลำมีกำหนดส่งมอบในไตรมาส 3/2569 ขณะเดียวกัน บริษัทฯ กำลังสำรวจโอกาสทางธุรกิจเรือสนับสนุนงานสำรวจและผลิตปิโตรเลียมกลางทะเล (OSV) โดยคาดว่าจะมีหลายโครงการเข้าสู่กระบวนการประมูลในปี 2569
📌แผนการซ่อมบำรุงเรือ
บริษัทฯ ประกาศแผนการนำเรือเข้าซ่อมบำรุงในปี 2569 จำนวน 12 ลำ ลดลงจาก 26 ลำในปี 2568 ประกอบด้วย เรือ 6 ลำในกลุ่ม PCT (เรือขนส่งปิโตรเลียมและเคมีภัณฑ์) และเรือ 6 ลำในกลุ่ม OSV (เรือสนับสนุนงานนอกชายฝั่ง) ดังนั้น เราคาดว่ากลุ่ม COC (เรือขนส่งน้ำมันดิบ) จะสามารถรักษาอัตราการใช้งานที่ 100% ในปี 2569 ขณะที่กลุ่ม FSU (เรือจัดเก็บผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมลอยน้ำกลางทะเล) จะยังคงดำเนินงานเต็มที่เช่นกัน โดยมีเพียงเรือ 1 ลำที่มีกำหนดตรวจสอบใต้น้ำ ซึ่งจะไม่ส่งผลให้การดำเนินงานหยุดชะงัก
📌อัปเดตสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
PRM มีเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ (VLCC) จำนวน 3 ลำที่ปฏิบัติงานระหว่างไทยและตะวันออกกลาง ได้แก่ TOSA TENKI และ TAMBA ปัจจุบัน TOSA กำลังรอคำสั่งจากผู้เช่าเรืออยู่นอกพื้นที่เสี่ยงสูง (HRA) ใกล้ชายฝั่งตะวันตกของอินเดีย ส่วน TENKI เดินทางถึงศรีราชาเมื่อวันที่ 15 มี.ค. และกำลังถ่ายน้ำมันดิบที่โรงกลั่นของไทยออยล์ ขณะที่ TAMBA กำลังเดินเรือผ่านช่องแคบมะละกาโดยมีสินค้าบนเรือ และคาดว่าจะถึงศรีราชาในวันที่ 20 มี.ค. ในขณะเดียวกัน เรือประเภทสนับสนุนงานนอกชายฝั่ง (crew boat) จำนวน 4 ลำในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ไม่ได้รับผลกระทบใดๆ โดยตำแหน่งของเรือล่าสุดยังคงดำเนินงานตามปกติภายใต้สัญญาการเช่าเรือเปล่า (bareboat contact)
📌การวิเคราะห์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ผู้บริหารคาดว่าจะไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อธุรกิจ PCT เนื่องจากสัญญาส่วนใหญ่เป็น COA ซึ่งมีการรับประกันจำนวนเที่ยวเรือขั้นต่ำ (ประมาณ 25 วันต่อเดือน) ขณะที่การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเรือสามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้เช่าเรือได้ตามเงื่อนไขการให้บริการ ธุรกิจ COC และ OSV ส่วนใหญ่ดำเนินงานภายใต้สัญญาเช่าแบบ time-charter ซึ่งช่วยป้องกัน downside risk ของ PRM แม้ว่าราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ค่าใช้จ่ายดำเนินงาน (opex) ของธุรกิจ FSU สูงขึ้น แต่ความต้องการพื้นที่กักเก็บน้ำมันที่เพิ่มขึ้นเพียงพอที่จะชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ และคาดว่าอัตราการใช้งานจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 100% ในเดือน เม.ย.
🎯มุมมอง KS
📌 แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายที่ 8.46 บาท หากอิงจากการคาดการณ์ของเรา หุ้นขณะนี้ซื้อขายด้วย PER ปี 2569 ที่ 7.5 เท่า และ PER ปี 2570 ที่ 6.9 เท่า โดยมีอัตราตอบแทนเงินปันผลต่อปีที่ 8% และ 8.7% ตามลำดับ

📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads
#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #หุ้นไทย #PRM
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English