🏗️ KS: STECON ชะลอตัวในระยะใกล้ แต่โมเมนตัมแข็งแกร่งขึ้นในครึ่งปีหลัง
📌 รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2568 โดยมีกำไรสุทธิ 931 ลบ. หากไม่รวมรายการพิเศษ ได้แก่ การกลับรายการค่าเผื่อหนี้ของโครงการ CFP จำนวน 610 ลบ. และกำไรจากการขายเงินลงทุน 17 ลบ. กำไรปกติอยู่ที่ 224 ลบ. (+3.7% YoY, +37% QoQ) ต่ำกว่าประมาณการของเรา 10% สาเหตุหลักมาจากรับรู้ขาดทุนจากบริษัทย่อยและกิจการร่วมค้าที่สูงกว่าคาด ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานสูงกว่าคาด 20% กำไรปกติปี FY2568 คิดเป็น 85% ของประมาณการทั้งปีของเรา
📌 มีอะไรใหม่? เมื่อวันที่ 2 มี.ค. STECON จัดการประชุมนักวิเคราะห์ประจำไตรมาส 4/2568 โดยมีโทนเป็นไปในเชิงบวกเล็กน้อย ประเด็นสำคัญ ได้แก่
1) STECON ตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ปี 2569 ที่ 5%–10% โดยมี GPM ที่ 7% และ NPM ที่ 4% (บนสมมติฐานเงินปันผล 1 บาท/หุ้น จาก GULF)
2) บริษัทตั้งเป้า backlog ใหม่ปี 2569 ที่ 5 หมื่นลบ. ส่วนใหญ่มาจากโครงการภาคเอกชน และมี upside จากโอกาสได้รับงานโครงการภาครัฐ
3) สำหรับเหตุหลุมยุบบริเวณการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง (ช่วงใต้) บริษัทฯ ได้รับค่าสินไหมทดแทนจากประกันภัยบางส่วนแล้ว หลังผลการสอบสวนระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุสุดวิสัย
📌 มุมมองของเรา เรามีมุมมองเชิงบวกเล็กน้อยหลังการประชุมนักวิเคราะห์ เป้า backlog ปี 2569 ดูมีความเป็นไปได้ โดยได้รับแรงหนุนจากโครงการภาคเอกชนที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะโครงการศูนย์ข้อมูล (data center) และการประมูลงานภาครัฐที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังดำเนินอยู่ อาจผลักดันราคาพลังงานและค่าไฟฟ้าให้สูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้นักลงทุนศุนญ์ข้อมูลระมัดระวังมากขึ้น และอาจทำให้บางโครงการล่าช้าในระยะสั้น ขณะที่โครงการโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐคาดว่าจะได้รับผลกระทบน้อยกว่า
📌 การลงทุน ปัจจุบัน STECON รับรู้ส่วนแบ่งกำไรและผลขาดทุนจาก
1) การถือหุ้น 20% ใน U-Tapao International Aviation (UTA) ซึ่งรับรู้ส่วนแบ่งผลขาดทุนจำนวน 58 ลบ. ในไตรมาส 4/2567
2) การถือหุ้น 50% ในโครงการ Vertical Rama 9 (โครงการคอนโดของ NOBLE) ซึ่ง STECON ต้องตัดกำไรจากงานก่อสร้างออก เนื่องจากเป็นทั้งผู้ถือหุ้นและผู้รับเหมาก่อสร้าง สำหรับการถือหุ้น 15% ในโครงการรถไฟฟ้า MRT สายสีชมพูและสีเหลือง STECON ได้เปลี่ยนวิธีบันทึกบัญชีเป็นเงินลงทุนระยะยาวที่วัดมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น (FVOCI) ในไตรมาส 2/2568 ส่งผลให้ไม่มีการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรหรือผลขาดทุนตั้งแต่ไตรมาส 2/2568
📌 ปรับประมาณการกำไร เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2569-71 ที่ +7% -25% เพื่อสะท้อนรายได้เงินปันผลจาก GULF ที่สูงขึ้นเป็น 736 ลบ. (+228% YoY) และส่วนแบ่งรายได้งานก่อสร้างที่แข็งแกร่งขึ้นจากการเร่งก่อสร้าง backlog บางส่วน ถูกหักล้างบางส่วนด้วยส่วนแบ่งผลขาดทุนที่เพิ่มขึ้นจากบริษัทย่อยรวมถึงโครงการ UTA และการตัดกำไรจากโครงการก่อสร้างของ NOBLE
มุมมอง KS
👷 แนะนำ “ซื้อ” TP 15.28 บาท เพื่อสะท้อนราคาเป้าหมายของ GULF ที่สูงขึ้นและการปรับประมาณการกำไรของเรา แม้ว่าเราจะยังคงมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มธุรกิจนี้และแนวโน้มกำไรของ STECON แต่ในระยะสั้น ราคาหุ้นอาจเผชิญแรงกดดัน จาก
- ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ซึ่งอาจทำให้ราคาพลังงานและไฟฟ้าสูงขึ้น ส่งผลให้การลงทุนในศูนย์ข้อมูลล่าช้าและทำให้การเติมเต็ม backlog ใหม่ชะลอตัวลง
- ปัจจัยตามฤดูกาล เนื่องจากในอดีตหุ้นมักมีผลการดำเนินงานที่ดีกว่าในครึ่งปีหลังมากกว่าครึ่งปีแรก ภายใต้สถานการณ์เชิงบวกมากขึ้น

📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads
#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #หุ้นไทย#รับเหมาก่อสร้าง #STECON
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English