📦 KS: SCGP คงมุมมองเชิงบวก ต่อแนวโน้มกำไรปี 69
📌 SCGP รายงานกำไรปกติที่ 821 ลบ. เพิ่มขึ้น YoY แต่ลดลง 18% QoQ
โดยผลประกอบการออกมาต่ำกว่าประมาณการของเรา 15% ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจาก รายได้ที่อ่อนแอกว่าคาด และแรงกดดันด้านอัตรากำไรจากราคาขายเฉลี่ย (ASP) ที่ลดลง ทั้งนี้ กำไรที่ปรับตัวดีขึ้นเชิง YoY มาจากการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น และสภาพการแข่งขันที่ผ่อนคลายลง ส่งผลให้อัตรากำไรฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม กำไรที่อ่อนตัวลงเชิง QoQ เกิดจากแรงกดดันด้านราคาที่ยังดำเนินต่อเนื่อง และเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ และสกุลเงินในภูมิภาค ซึ่งกดดันอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ทั้งนี้ เมื่อรวมกำไรจากการซื้อกิจการในราคาต่ำกว่ามูลค่า กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 1.2 พันลบ. ปรับตัวดีขึ้นทั้ง YoY และ QoQ
📌 รายได้ลดลงทั้ง YoY และ QoQ
รายได้หดตัวลงทั้ง YoY และ QoQ เป็น 3.02 หมื่นลบ. ลดลง 3% YoY และ 1% QoQ สาเหตุหลักจาก ASP ที่ลดลงในเกือบทุกกลุ่มธุรกิจ แม้ว่าปริมาณขายจะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในอาเซียน ซึ่งได้รับแรงหนุนจากความสามารถของ SCGP ในการรักษาส่วนแบ่งการตลาดท่ามกลางสภาวะเงินบาทที่แข็งค่า ขณะที่ปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 4% QoQ จากการส่งออกไปจีนที่เพิ่มขึ้น ในฝั่งของ GPM อยู่ที่ 17% เพิ่มขึ้น 3ppt YoY จากราคาถ่านหินที่ลดลง และส่วนต่างราคากระดาษบรรจุภัณฑ์ที่กว้างขึ้น แต่ลดลง 1ppt QoQ จากผลกระทบด้านอัตราแลกเปลี่ยนและ ASP ที่อ่อนตัวลง
📌 เหตกาณ์สำคัญ
เราเข้าร่วมการประชุมนักวิเคราะห์ของ SCGP ประจำไตรมาส 4/2568 เมื่อวันที่ 27 ม.ค. โดยประเด็นสำคัญเป็นไปในเชิงบวก ผู้บริหารคาดว่าปริมาณการขายจะยังคงแข็งแกร่งในไตรมาส 1/2569 ขณะที่อัตรากำไรมีแนวโน้มจะได้รับแรงหนุนจาก ต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง ภายหลังราคากระดาษรีไซเคิล ลดลง 10% QoQ ในไตรมาส 4/2568 ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องมายังไตรมาส 1/2569 นอกจากนี้ ASP ของกระดาษบรรจุภัณฑ์ในภูมิภาคเริ่มขยับขึ้น ตามกิจกรรมการผลิตที่แข็งแกร่งขึ้น โดยผู้บริหารยังระบุว่าการดำเนินงานในอินโดนีเซียมีแนวโน้มจะปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 1/2569 เป็นต้นไป จากโครงสร้างพลังงานที่ดีขึ้น และการปรับปรุงกระบวนการผลิต ซึ่งจะช่วยเพิ่มผลประกอบการประมาณ 400–500 ลบ. ต่อปี แต่จะถูกหักล้างบางส่วนด้วยการหยุดซ่อมบำรุงโรงงานเยื่อกระดาษราว 15 วันในไตรมาส 1/2569
📌 มุมมองของเรา
เราคงมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มกำไรปี 2569 ของ SCGP จากสภาวะอุปสงค์–อุปทานในภูมิภาคที่มีความสมดุลมากขึ้น และการเดินหน้าปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต และต้นทุนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะที่ Fajar ซึ่งยังเป็นแหล่งที่ขาดทุน เราคาดว่าผลขาดทุนของ Fajar จะลดลงในปี 2569 เมื่อเทียบกับปี 2568
มุมมอง KS
🎯 แนะนำ “ซื้อ” และ TP ที่ 22.00 บาท โดยอิงตามเป้า PER ที่ 17 เท่า ซึ่งมุมมองที่เป็นบวกของเราได้รับแรงหนุนจาก แนวโน้มอัตรากำไรที่ปรับดีขึ้นในไตรมาส 1/2569 จากต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง

📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads
#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #หุ้นไทย #SCGP
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English