🏦 KS: KKP หุ้นเด่นเดือน ส.ค. การปรับเพิ่มมูลค่าหุ้น จาก ROE ที่โดดเด่น

🏦 KS: KKP หุ้นเด่นเดือน ส.ค. การปรับเพิ่มมูลค่าหุ้น จาก ROE ที่โดดเด่น

Analysis by KS Research Strategy
Aug 19, 2026
Back

🏦 KS: KKP หุ้นเด่นเดือน ส.ค. การปรับเพิ่มมูลค่าหุ้น จาก ROE ที่โดดเด่น

📌 KKP กำลังปรับโครงสร้างสู่การเป็นผู้ให้บริการทางการเงินที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น และคาดว่ากำไรจะได้รับประโยชน์จากวัฏจักรของธุรกิจธนาคารที่กลับเข้าสู่ช่วงการขยายตัวของสินเชื่อ ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อที่ดีขึ้น และ credit cost ที่ลดลง ขณะที่ Dime! และธุรกิจตลาดทุนจะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียม ประกอบกับอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 (CET1 Ratio) ที่แข็งแกร่งระดับ 13.6% ซึ่งจะสนับสนุนให้ ROAE อยู่ที่ 12–13% มีโอกาสให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผล 7–8% ตั้งแต่ปี 2570 และยังมี upside เพิ่มเติมต่อการประเมินมูลค่า

📌 KKP ได้ปรับเป้าหมายทางการเงินปี 2569 โดยประเด็นสำคัญคือการปรับเพิ่มเป้าหมาย ROAE จาก 10–11% เป็น 12–13% ซึ่งได้รับแรงหนุนจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่ดีขึ้นประมาณ 20bps และการปรับลดเป้าหมาย Credit Cost จาก 1.6–1.8% เหลือ 1.3–1.5% นอกจากนี้ ธนาคารยังปรับลดเป้าหมายอัตราส่วน NPL จาก 4.4% เมื่อต้นปี เหลือ 3.5% เราเชื่อว่าการปรับเป้าหมายดังกล่าวสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริหารที่เพิ่มขึ้นต่อผลการดำเนินงานของ KKP ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 และปี 2570 ดังนั้น เราจึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569–2571 ขึ้น 13–23% โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลัก ได้แก่

👉 1) การเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียม ซึ่งเราคาดว่า Dime! จะกลายเป็นเครื่องยนต์การเติบโตสำคัญของ KKP ในไตรมาส 2/2569 Dime! มีรายได้ 542 ลบ. คิดเป็น 29% ของรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิทั้งหมดของ KKP ขณะที่ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 รายได้อยู่ที่ 876 ลบ. สูงกว่ารายได้ตลอดทั้งปี 2568 แล้ว ซึ่งในปีดังกล่าวธุรกิจนี้มีกำไรประมาณ 287 ลบ. เราประเมินว่าหาก Dime! สามารถสร้างรายได้ 2 พันลบ. ในปีนี้ จะสามารถสร้างกำไรได้ราว 1 พันลบ. หรือคิดเป็นประมาณ 12% ของกำไรปี 2569 ของ KKP ปัจจุบัน Dime! มีผู้ใช้งาน 2.2 ล้านราย และเราคาดว่าจะเพิ่มเป็น 4 ล้านราย ภายในปี 2573 โดยประเมินว่า Dime! จะมีสัดส่วนกำไรราว 20% ของกำไร KKP ในอนาคต

👉 2) การเติบโตของธุรกิจตลาดทุน ซึ่งจะยังได้รับประโยชน์จากภาวะตลาดที่ดีขึ้น โดยในไตรมาส 2/2569 รายได้จากธุรกิจนี้เพิ่มขึ้น 59% YoY และ 3% QoQ จากรายได้ธุรกิจตัวแทนที่แข็งแกร่งขึ้น ทั้งรายได้ค่าธรรมเนียมและค่าบริการ รวมถึงค่าคอมมิชชั่นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นประมาณ 48% นอกจากนี้ KKP ยังมอง Prime Brokerage เป็นธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพในการเติบโต โดยขยายบริการให้ลูกค้าสถาบันผ่านบริการที่ซับซ้อนมากขึ้น เช่น Short Selling, Leverage Margin Financing, บริการชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ (Clearing) และบริการรับฝากหลักทรัพย์ (Custody) ซึ่งเราเชื่อว่าจะช่วยเพิ่ม ROE ได้ โดยมีความเสี่ยงด้านเครดิตต่ำกว่าการปล่อยสินเชื่อแบบดั้งเดิม

👉 3) การกลับสู่ระดับปกติของ Credit Cost และผลขาดทุนจากการขายสินทรัพย์ โดยจากคุณภาพสินทรัพย์ที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง Credit Cost ลดลงเหลือ 1.46% ในไตรมาส 2/2569 แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายพิเศษเพิ่มเติมประมาณ 500 ลบ. ในไตรมาสดังกล่าว เราคาดว่า Credit Cost จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 เมื่อแรงกดดันดังกล่าวทยอยหมดไป

📌 ด้วยฐานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่งของ KKP ซึ่งมี CET1 Ratio อยู่ที่ 13.6% สูงกว่าระดับขั้นต่ำตามเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ 8.5% แม้จะต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม ประกอบกับ Coverage Ratio ที่ 133% เรามองว่าธนาคารมีศักยภาพในการปรับเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผล ซึ่งอาจผลักดันให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลอยู่ที่ประมาณ 7–8% ตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป ทั้งนี้ ที่ระดับราคาหุ้นปัจจุบัน ผู้บริหารมองว่าการซื้อหุ้นคืนยังไม่ใช่ทางเลือกที่น่าสนใจที่สุด อย่างไรก็ตาม ธนาคารยังคงให้ความสำคัญกับการสร้างผลตอบแทนที่ดีแก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง

🎯มุมมอง KS
📌แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 150.00 บาท
เราคงมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มธนาคาร และเลือก KKP เป็นหุ้นเด่นประจำเดือน ส.ค. โดยเราเริ่มเห็นการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมธนาคาร จากวัฏจักรที่เปลี่ยนจากการลดขนาดสินเชื่อ (Deleveraging) กลับเข้าสู่ช่วงการขยายตัวของสินเชื่อ ซึ่งการเติบโตของสินเชื่อทั้งระบบอยู่ที่ 2.2% YTD ณ ไตรมาส 2/2569 นับเป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็น 2 ไตรมาสติดต่อกัน หลังจากหดตัวต่อเนื่อง 7 ไตรมาส นอกจากนี้ ภาวะตลาดทุนที่ปรับตัวดีขึ้นและธุรกิจบริหารความมั่งคั่งที่แข็งแกร่งขึ้นในอุตสาหกรรม ยังช่วยให้รายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิ (ไม่รวม FVTPL) เติบโต 17% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เราเชื่อว่า KKP เป็นธนาคารขนาดกลางที่มีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนเหนือกว่ากลุ่มในระยะยาว จากการเปลี่ยนผ่านจากธนาคารแบบดั้งเดิมที่มี ROE ต่ำ ไปสู่ธุรกิจบริการทางการเงินที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น คล้ายกับธนาคารเพื่อการลงทุนระดับโลกอย่าง Goldman Sachs และ Morgan Stanley ซึ่งมีรายได้ค่าธรรมเนียมคิดเป็นประมาณ 80% ของรายได้รวม และมี ROE อยู่ที่ราว 20%

KKP_Monthly-Strategy-1200.jpg

📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads

KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #หุ้นไทย #KKP

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

Search

Recommended searches