💰 KS Strategy : หุ้นปันผลทางเลือกใน SET50📊
📌สรุปตลาดในปี 2568 ผลการดำเนินงานของหุ้นในตลาดหุ้นไทยโดยรวมอ่อนแอในปี 2568 โดยดัชนี SET ปรับตัวลดลงจากการปรับลดประมาณการ EPS อย่างต่อเนื่องและการลดการประเมินมูลค่า ขณะที่ดัชนี SETHD เป็นดัชนีเดียวที่สามารถให้ผลตอบแทนเป็นบวกได้ ความอ่อนแอดังกล่าวสะท้อนจากสภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ซบเซา การเติบโตของ GDP ในระดับจำกัด รวมถึงเหตุการณ์ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกและการเมืองที่กดดัน ความเชื่อมั่นในการลงทุนเพิ่มเติม ในระดับกลุ่มอุตสาหกรรม มีเพียงกลุ่มธนาคาร กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มสื่อสาร และกลุ่มกองทุนอสังหาริมทรัพย์และ REITs เท่านั้นที่ให้ผลตอบแทนเป็นบวก เราสังเกตว่ากลุ่มธนาคารสามารถชดเชยแรงกดดันต่ออัตราส่วนต่างดอกเบี้ย (NIM) ได้จากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่แข็งแกร่ง ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญ (credit cost) ที่อยู่ในระดับบริหารจัดการได้ และเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง ซึ่งสนับสนุนการปรับเพิ่มประมาณการกำไร รวมถึงการจ่ายเงินปันผลที่น่าสนใจและการซื้อหุ้นคืน ส่งผลให้กลุ่มธนาคารมีผลการดำเนินงานดีกว่าตลาดอย่างชัดเจน ในทางตรงกันข้าม กลุ่มอุตสาหกรรมส่วนใหญ่อื่น ๆ ให้ผลตอบแทนต่ำกว่าตลาด จากการปรับลดประมาณการกำไรอย่างต่อเนื่องและความไม่ชัดเจนของแนวโน้มกำไร
📌อัตราดอกเบี้ยนโยบายต่ำและอัตราเงินเฟ้อต่ำเป็นผลดีต่อหุ้นที่มีการจ่ายเงินปันผลสูง จากการวิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลังในช่วงปี 2555–68 เราพบว่าในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยที่ระบุไว้ (nominal interest rate) ของไทยอยู่ในระดับต่ำ หุ้นปันผลสูงซึ่งสะท้อนผ่านดัชนี SETHD มีแนวโน้มให้ผลตอบแทนดีกว่าตลาดโดยรวม รูปแบบดังกล่าวสอดคล้องกับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยที่มีอัตราการเติบโตต่ำในระยะยาว ซึ่งกระตุ้นให้ธปท. ดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายภายใต้สภาพเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ ในขณะที่บริษัทจดทะเบียนเผชิญโอกาสการเติบโตที่จำกัดและความเสี่ยงที่สูงขึ้นจากการลงทุนขยายกิจการ ส่งผลให้หลายบริษัทให้ความสำคัญกับการคืนเงินสดให้แก่ผู้ถือหุ้นผ่านการจ่ายเงินปันผล และในขณะเดียวกัน นักลงทุนจำเป็นต้องแสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้นในสภาพแวดล้อมอัตราดอกเบี้ยต่ำ พฤติกรรมดังกล่าวตอกย้ำการให้ผลตอบแทนที่เหนือกว่าตลาดของหุ้นปันผลสูงในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยที่ระบุไว้อยู่ในระดับต่ำ
📌มองไปยังปี 2569 การเติบโตของ GDP ไทยคาดว่าจะชะลอลงมาอยู่ที่ 1.5% ในปี 2569 จากแรงกดดันหลายประการ ได้แก่ การบริโภคในประเทศที่อ่อนแอลง และการส่งออกที่มีแนวโน้มทรงตัวหรืออาจติดลบเล็กน้อย นอกจากนี้ เรายังประเมินว่าทั้งพื้นที่ในการดำเนินนโยบายการเงินและขีดความสามารถในการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนโยบายการคลังมีจำกัด ภายใต้บริบทดังกล่าว เราคาดว่าหุ้นปันผลสูงและหุ้นป้องกันความเสี่ยงจะให้ผลตอบแทนดีกว่าตลาดในปี 2569 แม้ว่ากลุ่มธนาคารจะยังคงน่าสนใจ แต่เราได้ทำการคัดกรองหุ้นในกลุ่ม SET50 ที่ไม่รวมกลุ่มธนาคาร เพื่อหาโอกาสทางเลือกที่ให้คาดการณ์อัตราเงินปันผลตอบแทนราว 5% ในปี 2569 พร้อม upside เพิ่มเติมจากการบริหารเงินทุน
มุมมอง KS
📉 คำแนะนำ เราได้จัดพอร์ตหุ้นในกลุ่ม SET50 ที่ไม่รวมกลุ่มธนาคาร โดยกำหนดเกณฑ์หลัก 2 ประการ ได้แก่ การให้อัตราตอบแทนเงินปันผลที่คาดการณ์ไว้ราว 5% ในปี 2569 และการมีศักยภาพในการปรับเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผล แม้แนวโน้มกำไรจะยังมีความไม่แน่นอน นอกจากนี้ เรายังประเมินบริษัทเหล่านี้เพิ่มเติมโดยพิจารณาจากแนวโน้มธุรกิจปี 2569 และปัจจัยความเสี่ยงเชิงพื้นฐาน จากกรอบการวิเคราะห์ดังกล่าว
🎯หุ้นเด่นของเราประกอบด้วย ADVANC, PTTEP, TCAP, TLI, KTC, SAWAD, OSP และ CPN

เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
Follow us :
LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads
KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #การลงทุนหลักทรัพย์ #ปันผล #หุ้นปันผล #SET50 #GDP #หุ้นเด่น
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English