🛡️ KS: Insurance Sector เบี้ยประกันภัยปีแรกของ TLI และ BLA น้อยกว่าของตลาด
📌 เบี้ยประกันชีวิตแบบ APE เดือนม.ค. 2569 เติบโต 4% YoY จากฐานสูงในปี 2568
สมาคมประกันชีวิตไทย (TLAA) รายงานเบี้ยประกันภัยรับรวมแบบ APE ในเดือนม.ค. 2569 อยู่ที่ 1.3 หมื่นลบ. ลดลง 13% MoM แต่เพิ่มขึ้น 4% YoY โดยการลดลง MoM เป็นผลจากฤดูกาลขายประกันชีวิตช่วงปลายปีเพื่อใช้สิทธิลดหย่อนภาษีในไตรมาส 4/2568 อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงาน YoY ยังแสดงการเติบโตเล็กน้อยแม้มีฐานสูงในปี 2568 โดยได้รับแรงหนุนจากผลิตภัณฑ์แบบสะสมทรัพย์ในช่วงที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับลดลง เมืองไทยประกันชีวิต (MTL) มีการเติบโตสูงสุดในเดือนม.ค. ที่ 19% YoY รองลงมาคือ AIA (ประเทศไทย) ที่ 6% YoY ในทางกลับกัน ไทยประกันชีวิต (TLI) มีการลดลงอย่างมีนัยสำคัญที่ 34% YoY ในเดือนม.ค. ขณะที่ กรุงเทพประกันชีวิต (BLA) ลดลง 33% YoY ทั้งคู่หลักๆลดลงมาจากประกันกลุ่ม ซึ่งมีอัตรากำไรที่ต่ำ
📌 FYP ประกันโรคร้ายแรง (CI) และสุขภาพในเดือนม.ค. 2569 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 24% YoY
โดยเบี้ยปีแรก (FYP) สำหรับประกัน CI และสุขภาพในเดือนม.ค. 2569 รวมอยู่ที่ 2.7 พันลบ. เพิ่มขึ้น 99% MoM แต่ลดลง 24% YoY บริษัทประกันทุกแห่งรายงานการลดลง YoY เนื่องจากฐานสูงในปี 2568 ซึ่งได้รับแรงหนุนจากความต้องการซื้อเร่งตัวก่อนการเริ่มใช้มาตรการ co-payment ในเดือนมี.ค. 2568 โดย FWD Life Insurance (FWD) มีการลดลงมากที่สุดที่ 66% YoY รองลงมาคือ BLA ที่ 55% และ TLI ที่ 50% ขณะที่ AIA มีการลดลง YoY เพียง 9% เนื่องจากบริษัทได้ประกาศยุติผลิตภัณฑ์สุขภาพปัจจุบัน และจะเปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีเงื่อนไข co-payment ที่เข้มงวดมากขึ้น ส่งผลให้เกิดการเร่งซื้อจากลูกค้าที่ต้องการคงสิทธิประโยชน์ของแผนประกันสุขภาพเดิม
📌 FYP เดือนม.ค. 2569 สะท้อน sentiment เชิงลบต่อ TLI และ BLA
จาก FYP ที่อ่อนแอของทั้ง TLI และ BLA ในเดือนม.ค. 2569 เราคาดว่าจะส่งผลกระทบเชิงลบจาก CSM ของธุรกิจใหม่ที่ลดลงในไตรมาส 1/2569 นอกจากนี้ การลดลงของยอดขายประกันสุขภาพซึ่งมีอัตรากำไรสูง มีแนวโน้มจะกดดันอัตรากำไร CSM ในไตรมาส 1/2569 อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าผลกระทบต่อกำไรโดยรวมจะมีจำกัด เนื่องจากงบกำไรขาดทุนสะท้อนผลการดำเนินงานระยะยาวของบริษัท ดังนั้น เราคาดว่ากำไรปกติในไตรมาส 1/2569 จะยังคงเติบโตทั้ง QoQ และ YoY โดยได้รับแรงหนุนจากงบดุลที่ขยายตัว
📌 กลุ่มประกันชีวิตได้รับผลกระทบจำกัดจากสถานการณ์สงคราม
เราเชื่อว่ากลุ่มประกันชีวิตจะได้รับผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินงานค่อนข้างจำกัดจากสถานการณ์สงครามในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม อาจมีผลกระทบทางอ้อมจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลง ซึ่งอาจนำไปสู่จำนวนกรมธรรม์ใหม่ที่ลดลง ในอดีต ยอดขายประกันไม่ได้แสดงการปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงวิกฤตต่าง ๆ นอกจากนี้ ภายใต้สภาวะอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับเพิ่มขึ้นในปัจจุบัน เราคาดว่าบริษัทประกันจะได้รับประโยชน์จากผลตอบแทนของพอร์ตการลงทุนที่ดีขึ้น
มุมมอง KS
🎯 มุมมองเป็นกลาง
เรายังคงมุมมองต่อกลุ่มเป็นกลางและยังเลือก TLI เป็นหุ้นเด่นของเรา โดยกลุ่มยังคงเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยเมื่อเทียบกับกลุ่มอื่นท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอลงคาดว่าจะส่งผลให้การเติบโตของเบี้ยประกันในทั้งปีชะลอลง ขณะที่กลุ่มยังขาดปัจจัยบวกสนับสนุนในระยะสั้น จากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงและโมเมนตัมการเติบโตของ APE ที่ชะลอ แม้เช่นนั้น เรามองว่าผลการดำเนินงานของ TLI จะยังคงทรงตัวได้ และคาดว่าจะให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลในระดับสูงที่ 5.9%

📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads
#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #หุ้นไทย #TLI #ประกัน #BLA #TQM
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English