☀️KS Daily View 11.08.2026 >>> น้ำมันดิบพุ่ง สงครามยืดเยื้อ กดดันสินทรัพย์เสี่ยงระยะสั้น SET วันนี้ 1,610-1,640 จุด แนะนำ CENTEL, KCE
📊แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: SET index วานนี้ปิดตลาดที่ 1,624.36 เพิ่มขึ้น +12.36 จุด (+0.77%) แรงซื้อเด่นในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ โดยนักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยสุทธิที่ 50 ลบ. ส่วนวันนี้ประเมิน SET index แกว่งในกรอบ 1,610 - 1,640 จุด ความผันผวนในตะวันออกกลางกลับมาสร้างแรงกดดัน โดยล่าสุดประธานาธิบดี Donald Trump แสดงความไม่พอใจต่อข้อเรียกร้องของอิหร่านเรื่องค่าชดเชยจากสงคราม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้ง ส่งผลให้ความหวังต่อการบรรลุข้อตกลงเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซยังคงยืดเยื้อ ซึ่งกระตุ้นให้ราคาน้ำมันดิบโลกขยับสูงขึ้น สร้างแรงกดดันต่อปัญหาเงินเฟ้อ ขณะที่สัปดาห์นี้ทางด้านสหรัฐฯจะมีการรายงานตัวเลข CPI & Core CPI ในวันพุธ ซึ่งถือเป็นตัวเลขสำคัญที่ส่งผลต่อการดำเนินนโยบายทางการเงินของ Fed ในช่วงถัดไป จึงแนะติดตามใกล้ชิด ส่วนด้านปัจจัยในประเทศ ยังคงอยู่ในช่วงโค้งสุดท้ายของการรายงานผลประกอบการ 2Q26 อาจส่งผลให้ราคาหุ้นผันผวน ดังงนั้นกลยุทธ์การลงทุนในระยะสั้น ยังแนะระมัดระวังเนื่องจาก Valuation ตลาดยังตึงตัว เน้นรอย่อตั้งรับหุ้นที่คาดแนวโน้มกำไรยังมีแนวโน้มขยายตัวดี โดยสำหรับวันนี้แนะนำ CENTEL, KCE
ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:
📌การค้าไทยกับคู่ FTA 18 ประเทศใน 1H69 มีมูลค่า 2.44 แสนล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 21.8% YoY คิดเป็น 57.3% ของการค้าไทยทั้งหมด โดยส่งออกโต 12.6% และนำเข้าโต 30.0% ตลาดเด่น ได้แก่ สิงคโปร์ ออสเตรเลีย มาเลเซีย เวียดนาม และอินเดีย ขณะที่สินค้าเกษตร อาหาร อิเล็กทรอนิกส์ ยาง และยานยนต์ยังขยายตัวดี สะท้อน FTA ช่วยเพิ่มโอกาสส่งออกและเชื่อมโยงไทยกับห่วงโซ่อุปทานโลก ถือเป็นบวกต่อกลุ่มส่งออก โดยเฉพาะ อิเล็กทรอนิกส์ อาหาร ยาง และชิ้นส่วนยานยนต์ จากอุปสงค์ตลาด FTA ที่แข็งแกร่งและสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน
📌รัฐบาลส่งสัญญาณพร้อมพิจารณาเดินหน้า “ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2” หลังเฟสแรกสิ้นสุด ก.ย. โดยเฟสแรกมีผู้ใช้กว่า 26 ล้านราย สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนกว่า 8.6 หมื่นลบ. และส่วนใหญ่กระจายสู่ต่างจังหวัด แม้ยังต้องพิจารณารูปแบบร่วมจ่าย แหล่งงบประมาณ และความคุ้มค่า ขณะที่ผลสำรวจสะท้อนว่าโครงการช่วยลดค่าครองชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจได้ แต่ผลต่อความนิยมรัฐบาลยังค่อนข้างจำกัด โดยหากเฟส 2 เดินหน้าต่อ มองบวกต่อหุ้นกลุ่มบริโภคและค้าจากกำลังซื้อและเม็ดเงินหมุนเวียนในประเทศที่มีโอกาสฟื้นตัวช่วงปลายปี
📌คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มีมติขยายการใช้ราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เดิมออกไปจนกว่าจะมีประกาศใหม่ เพื่อป้องกันสุญญากาศด้านราคา หลังข้อมูลต้นทุนของเกษตรกรและภาครัฐยังไม่ตรงกัน โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนต้นทุนให้ได้ข้อสรุปภายใน 31 ส.ค.พร้อมหาแนวทางลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเพื่อช่วยเกษตรกรระยะยาว มองเป็นกลางต่อกลุ่มอาหารในระยะสั้น เนื่องจากยังไม่มีการปรับราคารับซื้อข้าวโพดขึ้น แต่ต้องติดตามราคาใหม่หลังสิ้นเดือน ส.ค. ซึ่งหากปรับสูงขึ้นอาจกดดันต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์
📌รัฐบาลเตรียมโครงการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ช่วง ต.ค.–ธ.ค. 2569 โดยเน้นช่วยโรงแรมขนาดเล็กและธุรกิจท่องเที่ยวท้องถิ่น ผ่านระบบ Co-Payment อัตราเดียวทั่วประเทศ พร้อมพิจารณาอุดหนุนค่าที่พักแบบ Flat Rate 2,000–3,000 บาท/คืน และเพิ่มคูปองใช้จ่ายบริการท่องเที่ยว คาดเสนอ ครม. พิจารณาภายในเดือน ส.ค. ถือเป็นบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยวและโรงแรม โดยเฉพาะ ERW, CENTEL, AWC รวมถึงธุรกิจร้านอาหาร จากการกระตุ้น Domestic Tourism และการใช้จ่ายช่วง High Season ปลายปี
Daily picks
CENTEL: ราคาพื้นฐาน 38.24 บาท
🎯กำไรปกติ 2Q26 ที่ 176 ลบ. (+69% YoY, -84% QoQ) สูงกว่าคาด 67% จากผลขาดทุนธุรกิจโรงแรมที่ต่ำกว่าคาด ขณะที่ธุรกิจโรงแรมและอาหารดีขึ้น YoY
🎯ธุรกิจโรงแรมขาดทุนลดลง 42% YoY ขณะที่ธุรกิจอาหารมีกำไรปกติ 228 ลบ. (+18%YoY) แม้ SSSG ทรงตัว โดย TSS เพิ่มขึ้น 2% YoY
🎯คงคำแนะนำ Outperform TP 38.24 บาท มี Upside ต่อประมาณการกำไรทั้งปี หลัง 1H26 ทำได้แล้ว 68% ของประมาณการ
KCE: ราคาพื้นฐาน 45.00 บาท
🎯แนวโน้ม 2H69 แข็งแกร่ง คาดรายได้โต~20% YoY จากปริมาณขายและ ASP ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ Utilization เพิ่มเป็น 70-80% และประสิทธิภาพการผลิตช่วยหนุน GPM ราว 3 ppt
🎯อุปสงค์มี Upside จาก China+1 โดยเฉพาะลูกค้ายานยนต์สหรัฐฯ ที่ย้ายคำสั่งซื้อออกจากจีน คาด KCE เริ่มรับอานิสงส์อย่างมีนัยสำคัญในปี 2570-71 ขณะที่ปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบยังบริหารได้
🎯คงคำแนะนำ “ซื้อ” TP 45 บาท จากโมเมนตัมกำไร 2H69 ที่เร่งตัว การปรับ ASP ชดเชยต้นทุน และอุปสงค์แข็งแกร่ง โดยเป้าหมายอิง PER 33 เท่า
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ
📌วันอังคาร ติดตามประชุม ครม. และ คาดประกาศงบ 2Q26 ของ BA, BAM, BTG, DOHOME, EPG, ILM, IRPC, KCE, KISS, MTC, PR9, SABINA, SPALI, TASCO, VRANDA ส่วนฝั่ง US จับตายอดขายบ้านมือสอง ของ US เดือน ก.ค. คาด -0.9%MoM ลดต่อเนื่องจากเดือน มิ.ย. ที่ -2.4%MoM
📌วันพุธ ติดตามเงินเฟ้อ CPI ของ US เดือน ก.ค. คาด +3.4%YoY ลดลงจาก มิ.ย. ที่ +3.5%YoY และ Core CPI คาด +2.5%YoY ลดจาก 2.6%YoY และสต๊อกน้ำมันดิบ US รายสัปดาห์
📌วันพฤหัส ติดตามดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของไทย ก.ค. และคาดประกาศงบ 2Q26 ของ AAV AH ALLY AMATA AOT AP AURA BAFS BBIK BDMS BEM BGRIM BJC BRI CPALL CPNREIT DIF EASTW EKH ERW GFPT ICHI IMPACT KAMART KLINIQ LH LPN M MEGA MGC NEO OSP PLANB PRM PSH PTG PTT PYLON RATCH RJH SAMART SC SHR SISB SJWD SPA TEGH TFFIF TIDLOR TKN TMAN TOA TOP TTW WHAIR ส่วนฝั่ง US จับตาผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ US คาดที่ 2.03 แสนราย มากกว่าสัปดาห์ก่อนที่ 1.99 แสนราย และ ดัชนี US PPI เดือน ก.ค. คาดที่ 4.9%YoY ลดจาก +5.5%YoY ส่วน Core PPI คาด 4.1%YoY ลดจาก 4.7%YoY
📌วันศุกร์ คาดประกาศงบ 2Q26 ของ ADVICE, AWC, BCH, BH, BTSGIF, CHG, CK, COM7, CPF, CRC, DUSIT, EGCO, HANA LHHOTEL, LHSC, MAJOR, MOSHI, ORI, SIRI, STA, STECON, STGT, TAN, THAI, ZEN และตัวเลขเศรษฐกิจต่างประเทศจับตา ยอดค้าปลีก US เดือน ก.ค. คาด +0.1%MoM ลดจาก +0.2%MoM ในเดือน มิ.ย. , ดัชนีความเชื่อมั่น จาก ม.มิชิแกน เดือน ส.ค. คาดที่ 54.6 ลดจาก ก.ค. ที่ 55.2 จุด และ 2Q26 GDP ของยูโรโซน (ครั้งที่ 2) คาดที่ +1.0%YoY

*ข้อมูลสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อมูลใหม่และแหล่งที่มาที่แตกต่างกัน
📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads
#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #KSTODAY
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English