☀️KS Daily View 25 มิ.ย. 2026>>> ประเมินกรอบของ SET index ที่ 1,540-1,570 จุด น้ำมันย่อตัว เงินเฟ้อผ่อนคลาย ผสานงบของ Micron แกร่งกว่าคาดเพิ่มแรงบวก โดยวันนี้จับตา US Core PCE และส่งออกไทย กลยุทธ์แนะนำ KCE, BGRIM
📊 การลงทุนสัปดาห์นี้: SET index วานนี้ปิดตลาดที่ 1,548.22 เพิ่มขึ้น 7.32 จุด (+0.48%) แรงซื้อเด่นในหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว สลับแรงขายในกลุ่มสื่อสาร โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทยสุทธิ 29 ลบ. ส่วนวันนี้ประเมิน SET index ฟื้นตัวในกรอบ 1,540-1,570 จุด สถานการณ์ตะวันออกกลางยังลุ้นผ่อนคลายต่อเนื่อง โดยสหรัฐฯ และอิหร่านเตรียมกลับมาเจรจาระดับเทคนิคอีกครั้งในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับฐานต่อเนื่อง กระตุ้นแรงเก็งกลับในตลาดสินทรัพย์เสี่ยง ผสานรายงานงบ 3Q26 ของ Micron Technology เช้านี้ที่แข็งแกร่งกว่าคาด 23% และ guidance เชิงบวกจากการเติบโตของ AI ถือเป็นโมเมนตัมบวกหนุนการฟื้นตัวของกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ของไทย ส่วนปัจจัยในประเทศ วานนี้ กนง. คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.0% พร้อมปรับเพิ่มคาด GDP ไทยปีนี้สู่ 2.3% จากคาดเดิมที่ 1.5% แต่ปรับลดคาดเงินเฟ้อปีนี้ลงสู่ 2.8% ต่ำกว่าคาดเดิมที่ 2.9% โดยคาดเงินเฟ้ออาจเร่งขึ้นในช่วง 2H26 ก่อนที่จะค่อยๆชะลอลงในปี 2570 ส่วนวันนี้แนะติดตามยอดส่งออกไทย เดือน พ.ค. คาด +12.7%YoY ส่วนฝั่งสหรัฐฯจับตา US Core PCE คาดที่ +3.4%YoY
ด้านกลยุทธ์การลงทุนแนะทยอยสะสม เน้นหุ้นที่คาดแนวโน้มกำไรขยายตัวดี โดยสำหรับวันนี้แนะนำ KCE, BGRIM
🚩ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:
- ปากีสถานเปิดเผยว่า สหรัฐฯ และอิหร่านเตรียมกลับมาเจรจาระดับเทคนิคอีกครั้งในวันที่ 30 มิ.ย. หลังจากพักการหารือชั่วคราว โดยปากีสถานและกาตาร์ยังคงทำหน้าที่เป็นคนกลางเพื่อผลักดันการปฏิบัติตาม MoU ด้านสันติภาพ ความคืบหน้าดังกล่าวช่วยลดความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ถือเป็นบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยว ขนส่ง และสายการบิน เช่น ERW, CENTEL, AOT และ BA จากโอกาสที่ราคาน้ำมันและความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์จะผ่อนคลายลง
- ราคาน้ำมัน WTI ร่วงต่ำกว่า 70 ดอลลาร์/บาร์เรล และ Brent หลุด 74 ดอลลาร์ หลังการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเป็นปกติมากขึ้น ขณะที่การเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีความคืบหน้า ช่วยคลายความกังวลด้านอุปทานโลก นอกจากนี้โครงสร้างตลาดน้ำมันเริ่มเข้าสู่ภาวะ Contango สะท้อนมุมมองว่าความตึงตัวของอุปทานกำลังลดลงและมีความเสี่ยงน้ำมันล้นตลาดมากขึ้น ถือเป็นบวกต่อกลุ่มสายการบิน ท่องเที่ยว และขนส่ง เช่น AAV, BA, ERW, CENTEL และ AOT จากต้นทุนน้ำมันที่ลดลง ขณะที่กลุ่มพลังงานต้นน้ำและโรงกลั่นอาจเผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่อ่อนตัวและกำไรสต๊อกน้ำมันที่ลดลง
- ศาลรัฐธรรมนูญนัดลงมติวันที่ 9 ก.ค. 2569 ว่า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทเพื่อรับมือวิกฤตพลังงานและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ หลัง สส. 133 คนยื่นคำร้องว่าการออก พ.ร.ก. อาจไม่เข้าเงื่อนไขกรณีฉุกเฉินตามมาตรา 172 โดยผลวินิจฉัยจะมีนัยสำคัญต่อความต่อเนื่องของโครงการพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน และความเชื่อมั่นต่อนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลในระยะถัดไป หากศาลวินิจฉัยว่า พ.ร.ก. ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ จะเป็นบวกต่อกลุ่มพลังงานสะอาด สาธารณูปโภค และโครงสร้างพื้นฐาน เช่น GULF, BGRIM, GPSC, WHAUP, EASTW, STECON และ CK
- กนง. ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยปี 2569 เป็น 2.3% จากเดิม 1.5% โดยได้แรงหนุนจากวัฏจักร AI โลก การลงทุนด้านดิจิทัล และการส่งออกที่แข็งแกร่ง ขณะที่ยังคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.0% อย่างไรก็ตาม กนง. กังวลความเสี่ยงดุลบัญชีเดินสะพัดติดลบชั่วคราวจากการนำเข้าน้ำมันและการส่งกำไรกลับต่างประเทศ รวมถึงการฟื้นตัวที่ยังไม่ทั่วถึงในกลุ่ม SME และภาคครัวเรือน มองเป็นบวกต่อกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และนิคมอุตสาหกรรม เช่น DELTA, HANA, KCE, AMATA และ WHA จากแรงหนุนการลงทุน AI และการส่งออก ขณะที่กลุ่มธนาคารยังต้องติดตามคุณภาพสินเชื่อ SME และภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง
หุ้นแนะนำวันนี้ Top pick:
🎯 KCE: ราคาพื้นฐาน 45.00 บาท
- ราคาน้ำมันที่ปรับลดลงช่วยลดต้นทุนสารเคมีซึ่งคิดเป็นราว 33% ของ COGS และคาดเริ่มเห็นผลบวกชัดเจนตั้งแต่ปลาย 3Q69 เป็นต้นไป
- การปรับขึ้นราคาขาย 10-15% ผสานอุปทาน PCB ที่ตึงตัวและอุปสงค์จากทั้ง AI และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยหนุน GPM ฟื้นสู่ระดับมากกว่า 25% ใน 2H69
- คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายเป็น 45 บาท แรงหนุนจาก Margin ที่ดีขึ้นและการควบคุมต้นทุน พร้อมมอง Valuation ยังน่าสนใจเมื่อเทียบกับหุ้นในกลุ่มเดียวกัน
🎯 BGRIM: ราคาพื้นฐาน 14.50 บาท
- สถานการณ์ตะวันออกกลางผ่อนคลายช่วยกระตุ้นโมเมนตัมเชิงบวกต่อกลุ่มโรงไฟฟ้าในเรื่องต้นทุนก๊าซ
- เจรจาปรับค่าไฟลูกค้าอุตสาหกรรมคืบหน้า ครอบคลุมแล้วราว 50% ของลูกค้า ช่วยลดแรงกดดันต้นทุนและรักษา Spark Spread ให้อยู่เหนือ 1 บาท/หน่วย
- Data Center และ Nakwol Wind Farm เป็น Growth Driver ระยะยาว โดย Data Center 96MW เริ่ม COD ปลายปี 2569 ขณะที่โครงการลม Nakwol 365MW ในเกาหลีใต้คาด COD เต็มรูปแบบ มิ.ย. 2569 และจะหนุนกำไรเด่นใน 2H69
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ
✅วันพฤหัส ติดตามยอดส่งออกไทย เดือน พ.ค. โดยตลาดคาดจะขยายตัว +11.6%YoY ส่วนทาง US เกาะติด เงินเฟ้อ US Core PCE พ.ค. คาดที่ +3.4%YoY ขยับขึ้นจาก เดือน เม.ย. ที่ +3.3%YoY และยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ US, ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน US พ.ค.
✅วันศุกร์ ติดตามดัชนีความเชื่อมั่นสหรัฐฯ จาก ม.มิชิแกน

*ข้อมูลสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อมูลใหม่และแหล่งที่มาที่แตกต่างกัน
📝 เปิดพอร์ตลงทุนออนไลน์กับ KS ได้แล้ววันนี้!
📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #DAILYVIEW
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English