KS Daily View 18 มิ.ย. 2026

KS Daily View 18 มิ.ย. 2026

Analysis by KS Research Strategy
Jun 18, 2026
Back

☀️KS Daily View 18 มิ.ย. 2026>>> ประเมินกรอบของ SET index ที่ 1,560-1,590 จุด FED ส่งสัญญาณ Hawkish หนุนดอกเบี้ย US ขยับขึ้นเร็วกว่าเดิม กลยุทธ์เน้นหุ้นอิงดอกเบี้ยขึ้น และหุ้นส่งออก โดยวันนี้แนะย่อสะสม KTB, ITC

📊 การลงทุนสัปดาห์นี้: SET index วานนี้ปิดตลาดที่ 1,587.07 ลดลง 0.98 จุด (-0.06%) แรงขายกลุ่มธนาคาร ขณะที่มีแรงซื้อในกลุ่มไฟแนนซ์, อิเล็กทรอนิกส์และโรงไฟฟ้า โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทยสุทธิ 933 ลบ. ส่วนวันนี้ประเมิน SET index ย่อตัวในกรอบ 1,560-1,590 จุด คาดแรงกดดันหลักจากผลการประชุม FED ในคืนที่ผ่านมา โดยมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 3.50-3.75% แต่ส่งสัญญาณดอกเบี้ยในช่วงถัดไปมีโอกาสปรับขึ้นเร็วกว่าตลาดคาด สะท้อนจากการรายงาน Dot Plot ซึ่งคณะกรรมการ FED 9 ท่าน ให้โอกาสการขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้งในปีนี้ โดย 6 ใน 9 ท่าน ประเมินโอกาสปรับดอกเบี้ยปีนี้ขึ้นถึง 2 ครั้ง ทำให้เครื่องมือ FED Watch Tool ประเมินว่า FED มีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ต.ค. นี้ (เร็วขึ้นกว่าคาดเดิม) นอกจากนี้ FED ยังมีการปรับเป้าเงินเฟ้อทั่วไป US ปีนี้ขึ้นสู่ 3.6% จาก 2.7% และเงินเฟ้อพื้นฐานขึ้นสู่ 3.3% จาก 2.7% ขณะที่ US GDP ปีนี้ลดสู่ 2.2% จาก 2.4% โดย Kevin Warsh ยังยืนยันนำเงินเฟ้อกลับสู่เป้าที่ 2% โดยสรุปโทน FED ค่อนข้างเข้มงวด (Hawkish) กดดันสินทรัพย์เสี่ยง หนุน DXY แข็งค่า และ Bond Yield ขึ้น 

กลยุทธ์ช่วงสั้นคาดเป็นแรงหนุนต่อกลุ่มอิงดอกเบี้ยขาขึ้น และกลุ่มส่งออก ดังนั้นวันนี้แนะนำ KTB, ITC

🚩ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:

  1. นายกฯ อนุทินประกาศผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงการค้าและการลงทุนระหว่างรัสเซียกับอาเซียน พร้อมเสนอความร่วมมือ 3 ด้าน ได้แก่ การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน การค้า-การลงทุน และการแลกเปลี่ยนระดับประชาชน โดยเชิญชวนนักลงทุนรัสเซียใช้ไทยเป็นฐานขยายธุรกิจสู่ตลาดอาเซียน รวมถึงเร่งผลักดันการเจรจา FTA ไทย-EAEU และส่งเสริมการลงทุนในเศรษฐกิจดิจิทัล Data Center เซมิคอนดักเตอร์ เกษตร และการท่องเที่ยว ถือเป็น Sentiment บวกต่อกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม (AMATA, WHA), Data Center และโลจิสติกส์ รวมถึงกลุ่มท่องเที่ยว (AOT, ERW, AWC) จากโอกาสดึงดูด FDI และนักท่องเที่ยวรัสเซียเพิ่มขึ้นในระยะยาว
  • กระทรวงพาณิชย์เร่งแก้ปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำ หลังผลผลิตปี 2569 เพิ่มเป็น 8.52 แสนตัน และมีมะพร้าวตกค้างกว่า 8.8 ล้านลูก โดยจับมือโรงงานกะทิเร่งรับซื้อผลผลิตส่วนเกิน พร้อมขอความร่วมมือชะลอการนำเข้ามะพร้าวจากต่างประเทศ เพื่อดูดซับอุปทานในประเทศและช่วยพยุงราคารับซื้อที่ปัจจุบันลดลงเหลือเพียง 6-7 บาทต่อลูก ให้ทยอยกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เป็นผลดีต่อเกษตรกรหากราคาผลผลิตปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการอาจต้องรับกับต้นทุนที่ขยับขึ้นเล็กน้อย
  • นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ชุดใหม่ โดยนั่งเป็นประธานเอง พร้อมดึงหน่วยงานเศรษฐกิจสำคัญ ภาคเอกชน และธนาคารแห่งประเทศไทยเข้าร่วม เพื่อเสนอแนวทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน รวมถึงขับเคลื่อนขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ โดยมีกำหนดประชุมนัดแรกวันที่ 22 มิ.ย. นี้ที่ทำเนียบรัฐบาล เป็น Sentiment บวกต่อหุ้น Domestic Play เช่น กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม รับเหมาก่อสร้าง ธนาคาร และค้าปลีก หาก กรอ. สามารถผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ การลงทุน และการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างได้อย่างเป็นรูปธรรมในระยะถัดไป
  • ส.อ.ท. เผยดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือน พ.ค. 2569 ลดลงสู่ 84.7 จาก 85.3 ในเดือนก่อน จากแรงกดดันด้านต้นทุนการผลิต การขาดแคลนแรงงาน การนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น และความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่กระทบห่วงโซ่อุปทาน โดยคาดเงินเฟ้อมีโอกาสเร่งตัวสู่ 3-4% อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เซมิคอนดักเตอร์ และ Data Center ยังเติบโตได้ดีจากกระแส AI และ FDI ที่ไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง ขณะที่มาตรการรัฐและโครงการไทยช่วยไทยพลัสคาดช่วยพยุงเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังไทย โดยรวมเป็นบวกต่อกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และนิคมอุตสาหกรรม (HANA, KCE, DELTA, AMATA และ WHA) จากการลงทุน Data Center และ FDI ที่ยังแข็งแกร่ง

หุ้นแนะนำวันนี้ Top pick:

🎯 KTB: ราคาพื้นฐาน 37.00 บาท

  • KTB คงเป้าสินเชื่อรวมโต 0-2% (ไม่รวมภาครัฐ) พร้อมเร่งปล่อยสินเชื่อ SME และรายย่อยใน 2H69 ขณะที่เราคาดสินเชื่อรวมโต 3.9% จากแรงหนุนของสินเชื่อภาครัฐ
  • NIM ทรงตัว ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมยังเติบโตแข็งแกร่ง และ credit cost มีแนวโน้มลดลง รวมทั้ง Coverage ratio อยู่ในระดับสูง ซึ่งเป็นกันชนรองรับความเสี่ยงได้ดี
  • คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 37 บาท ผสานคาดหวังอัตราปันผลสูงราว 7.8% ต่อปี และระยะกลางคาดได้ประโยชน์ธีม Virtual Bank

🎯 ITC: ราคาพื้นฐาน 20.40 บาท

  • เราคาดกำไร 2Q26 จะเติบโต 14% YoY จากยอดขายที่เพิ่มขึ้น 13% และอัตรากำไรขั้นต้นที่ 24.0% (ลดลง 100bps YoY) โดยมีแรงหนุนหลักจากความต้องการของลูกค้าในสหรัฐฯ และสัดส่วนรายได้จากขนมสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มขึ้น
  • ผลกระทบจากคำตัดสินเรื่องภาษีในเดือน ก.ค. คาดว่าจะมีจำกัด เนื่องจากคู่แข่งจากประเทศผู้ส่งออกต่าง ๆ จะเผชิญอัตราภาษีในระดับใกล้เคียงกัน
  • ค่าเงินบาทที่เริ่มอ่อนค่า หลัง DXY แข็งค่ารับนโยบายที่เข้มงวดของ FED คาดจะเป็นแรงหนุนเชิงบวกต่อหุ้นในกลุ่มส่งออก

รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ

วันพฤหัส ติดตามยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ US และการประชุม BOE (คาดคงดอกเบี้ยที่ 3.75%)

วันศุกร์ ติดตามเงินเฟ้อ CPI ญี่ปุ่น พ.ค. คาดที่ +1.5%YoY ขึ้นจาก +1.4%YoY

*ข้อมูลสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อมูลใหม่และแหล่งที่มาที่แตกต่างกัน

DAILY_VIEW_18_06_2026_1040.jpg

📝 เปิดพอร์ตลงทุนออนไลน์กับ KS ได้แล้ววันนี้!

📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account

⛳Follow us :

📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA

📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook

📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram

📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter

📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube

#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #DAILYVIEW

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

Search

Recommended searches