☀️KS Daily View 7 พ.ค. 2026>>> ประเมินกรอบของ SET index ที่ 1,500-1,530 จุด ตะวันออกกลางผ่อนคลาย ผสานมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ กลยุทธ์เน้นสะสมหุ้นกำไรดี และได้จิตวิทยาบวกจากสงครามผ่อนคลาย โดยวันนี้แนะนำ ADVANC, GPSC
📊 การลงทุนสัปดาห์นี้: SET index วานนี้ปิดตลาดที่ 1,516.91 เพิ่มขึ้น 26.81 จุด (+1.80%) แรงซื้อเด่นในกลุ่มรับเหมาฯ, อิเล็กทรอนิกส์ และขนส่ง แต่นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยสุทธิเล็กน้อย 131 ลบ. ส่วนวันนี้ประเมิน SET index คาดขึ้นต่อในกรอบ 1,500-1,530 จุด โดยตลาดสินทรัพย์เสี่ยงมีโมเมนตัมเชิงบวกจากสถานการณ์ตะวันออกกลางผ่อนคลาย หลังสหรัฐฯ และอิหร่านกำลังหารือข้อเสนอเพื่อยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานานเกือบ 10 สัปดาห์ โดยข้อตกลงหยุดยิงมีแนวโน้มจะเชื่อมโยงกับการเจรจาผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรและโครงการนิวเคลียร์ ส่งผลให้ล่าสุดราคาน้ำมันดิบ Brent วานนี้ -9.2% ลงสู่ระดับ 101.2 เหรียญต่อบาร์เรล ส่วนด้าน Dollar Index อ่อนค่าสู่ระดับ 98 จุด เช่นเดียวกันกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ 10 ปีที่ย่อสู่ระดับ 4.349% (-7.6bps) เพิ่มแรงหนุนต่อการเก็งกำไรในตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ ส่วนปัจจัยในประเทศ ยังมีโมเมนตัมบวกจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ทั้งจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นและกลาง-ยาวที่จะทยอยออกมาในช่วงถัดไป โดยกลยุทธ์ยังคงแนะทยอยสะสมหุ้นที่แนวโน้มกำไรเติบโตดี ผสานกลุ่มที่เคยได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยสำหรับวันนี้แนะนำ ADVANC, GPSC
🚩ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:
- บอร์ด BOI อนุมัติโครงการลงทุนขนาดใหญ่รวมกว่า 9.58 แสนลบ. โดยส่วนใหญ่เป็นธุรกิจ Data Center และ Cloud Infrastructure นำโดย TikTok ที่ลงทุนกว่า 8.4 แสนลบ. เพื่อขยายเซิร์ฟเวอร์และยกระดับไทยเป็นฐานเก็บและประมวลผลข้อมูลระดับภูมิภาค นอกจากนี้ยังเร่งโครงการ Thailand FastPass รวม 25 โครงการ มูลค่ากว่า 2.23 แสนลบ. พร้อมผลักดันโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าและพลังงานสะอาด รองรับการลงทุนเทคโนโลยีและ AI ในอนาคต มองเป็นบวกต่อกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม โรงไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (ช่น WHA, AMATA, GULF, GUNKUL) จากแนวโน้ม Data Center และ AI Infrastructure investment
- กระทรวงการคลังเผยรายงาน Moody’s จัดไทยเป็น 1 ใน 5 ตลาดเกิดใหม่ที่มี “กันชนเศรษฐกิจ” แข็งแกร่ง ทั้งจากทุนสำรองระหว่างประเทศสูง ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล และตลาดพันธบัตรภายในประเทศที่แข็งแรง โดยรัฐบาลยืนยันการออก พ.ร.ก.กู้เงินมีเป้าหมายเพื่อบรรเทาผลกระทบจากสงคราม พลังงาน และเงินเฟ้อ พร้อมเดินหน้าปฏิรูปเศรษฐกิจและดึงการลงทุนใหม่ผ่าน BOI Fast Pass และพลังงานสะอาด มองเป็นบวกเชิง sentiment ต่อกลุ่มธนาคาร พันธบัตร และหุ้น domestic play
- กระทรวงการคลังเตรียมเสนอรายละเอียดโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เข้าบอร์ดกลั่นกรองฯ สัปดาห์หน้า ก่อนเสนอ ครม. ภายใน 19 พ.ค. โดยมาตรการจะมุ่งช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและภาคขนส่งที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนน้ำมันและค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นกว่า 10% เพื่อลดแรงกดดันค่าครองชีพ ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อและราคาพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูง มองเป็นบวกต่อหุ้น domestic consumption และค้าปลีก รวมถึงช่วยลด downside ต่อกลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์จากต้นทุนน้ำมันที่เร่งตัวขึ้นในระยะสั้น
- กระทรวงคมนาคมเร่งเจรจา BTS และ BEM เพื่อผลักดันนโยบาย “รถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน” และแนวคิด Single Ownership ให้ รฟม. บริหารระบบรถไฟฟ้าแบบองค์รวม พร้อมเดินหน้าระบบตั๋วร่วมและค่าโดยสารแบบแบ่งโซน โดยรัฐบาลยืนยันไม่ใช้เงินงบประมาณอุดหนุน ขณะเดียวกัน รฟม. เตรียมเจรจา BEM เดินรถสายสีม่วงใต้แบบ PPP Gross Cost เพื่อเชื่อมโครงข่ายต่อเนื่องทั้งระบบ คาดเสนอ ครม. ได้ภายในปลายปี 2569 และเปิดบริการปี 2573 มองเป็นบวกเชิง sentiment ต่อ BEM จากโอกาสรับเดินรถสายสีม่วงใต้และการขยายผู้โดยสารในระยะยาว ขณะที่ BTS ยังต้องติดตามความชัดเจนเรื่องโครงสร้างสัมปทานและผลตอบแทนภายใต้นโยบายค่าโดยสารใหม่
หุ้นแนะนำวันนี้ Top pick:
🎯 ADVANC: ราคาพื้นฐาน 371.20 บาท
- คาดกำไร 1Q69 อยู่ที่ 1.25 หมื่นลบ. (เพิ่มขึ้น 18.2% YoY) จากส่วนแบ่งการตลาดที่มากขึ้นและต้นทุนคลื่นความถี่ที่ลดลง
- การปรับฐานของราคาหุ้นเพิ่มเติมอาจเป็นจังหวะเข้าซื้อที่เหมาะสมเพื่อสะสมการลงทุนระยะยาวในหุ้นโทรคมนาคมที่มีผู้เล่นรายใหญ่สองรายนี้โดยมองข้ามความผันผวนทางเศรษฐกิจในปี 2569
- ความโดดเด่นของบริษัทในด้านบริการที่ครบวงจรทั้งด้านการเชื่อมต่อ คอนเทนต์ และอุปกรณ์ รวมถึงประวัติการใช้จ่ายอย่างรอบคอบ ไม่เพียงแต่จะช่วยลดผลกระทบต่อกำไร แต่ยังทำให้บริษัทอยู่ในสถานะที่จะสามารถชิงส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นได้อีกด้วย
🎯 GPSC: ราคาพื้นฐาน 43.00 บาท
- คาดกำไรสุทธิ 1Q69 ที่ 1.55 พันลบ. (+36% YoY, +3% QoQ) หนุนจาก GPM ที่แข็งแกร่งขึ้น ต้นทุนดำเนินงานลดลง และการพลิกมีกำไรอัตราแลกเปลี่ยนราว 250 ลบ.
- รายได้คาดลดลง 22% YoY และ 14% QoQ จากค่า Ft ที่ลดลงและปริมาณขายไฟให้ กฟผ. ที่อ่อนตัว โดยเฉพาะผลกระทบจากการหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า GHECO-1 ทั้งไตรมาส แม้ยอดขายไฟและไอน้ำลูกค้าอุตสาหกรรมเริ่มฟื้นตัวตามฤดูกาล
- หากประเด็นสงครามในตะวันออกกลางผ่อนคลาย คาดจะเป็นโมเมนตัมเชิงบวกต่อธุรกิจโรงไฟฟ้า ซึ่งจะผ่อนคลายจากราคาต้นทุนก๊าซที่มีโอกาสชะลอลงในช่วงถัดไป
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ
✅วันพฤหัส ติดตามตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ US, ยอดค้าปลีกยูโรโซน เดือน มี.ค.
✅วันศุกร์ ติดตามการจ้างงานนอกภาคเกษตร US เดือน เม.ย. คาด +6.3 หมื่นราย แต่น้อยกว่าเดือน มี.ค.ที่ +1.78 แสนราย, อัตราการว่างงาน US เดือน เม.ย. คาดทรงตัวที่ระดับ 4.3%, ดัชนีความเชื่อมั่นจาก ม.มิชิแกน เดือน พ.ค. ลงสู่ระดับ 48.8 จาก 49.8 ในเดือนเม.ย.
*ข้อมูลสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อมูลใหม่และแหล่งที่มาที่แตกต่างกัน

📝 เปิดพอร์ตลงทุนออนไลน์กับ KS ได้แล้ววันนี้!
📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #DAILYVIEW
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English