⛽ KS: BCP ตั้งเป้า EBITDA 1 แสนลบ. ภายในปี 2574
📌 กำไรไตรมาส 2/2569 สูงกว่าที่ตลาดคาด
BCP รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 ที่ 1.22 หมื่นลบ. (กำไรต่อหุ้น (EPS): 8.31 บาท) พลิกจากขาดทุนสุทธิ 2.6 พันลบ. ในไตรมาส 2/2568 และเพิ่มขึ้น 99% QoQ โดยสูงกว่าประมาณการของตลาด 65%
📌 การเติบโตระยะยาวขับเคลื่อนโดยกลยุทธ์ Energy Security & Resiliency การเติบโตระยะยาวขับเคลื่อนโดยความมั่นคงและความยืดหยุ่นด้านพลังงาน BCP วางตำแหน่งห่วงโซ่คุณค่าแบบครบวงจรตั้งแต่ธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม (E&P) โรงกลั่น การค้า การตลาด ไปจนถึงธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน ให้เป็นข้อได้เปรียบสำคัญในการแข่งขัน พร้อมกับกระจายฐานกำไรเพื่อลดการพึ่งพาธุรกิจโรงกลั่นในสัดส่วนที่สูง จากประชุมนักวิเคราะห์ ผู้บริหารตั้งเป้ากำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ที่ 1 แสนลบ. ภายในปี 2574 หนุนจาก
👉1) ปริมาณน้ำมันดิบเข้ากลั่นเพิ่มเป็น 285 kbd จาก 276 kbd ในครึ่งแรกของปี 2569
👉2) ส่วนแบ่งตลาดค้าปลีกเพิ่มเป็น 33% จาก 29% ณ สิ้นไตรมาส 2/2569
👉3) EBITDA จากธุรกิจการค้า เพิ่มเป็น 5 พันลบ. จาก 1.05 พันลบ. ในครึ่งแรกของปี 2569
👉4) การขยายธุรกิจ E&P อย่างต่อเนื่องในนอร์เวย์และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยตั้งเป้าปริมาณการผลิตเพิ่มเป็นราว 100 kboepd ภายในปี 2574 จาก 29–32 kboepd ในปี 2569
👉5) EBITDA จากธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเป็นราว 7.5 พันลบ. ภายในปี 2574 จากราว 4.5 พันลบ. ที่คาดในปี 2569
โดยรวมกลยุทธ์ดังกล่าวมุ่งเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพของสินทรัพย์เดิม ควบคู่กับการขยายธุรกิจทั้งแบบภายในและภายนอกองค์กรอย่างเลือกสรร เพื่อสร้างฐานกำไรที่มีความหลากหลายและยืดหยุ่นมากขึ้น
📌 วินัยด้านการลงทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการสนับสนุนการเติบโต ควบคู่กับการรักษาความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน
แม้เป้าหมายปี 2574 จะค่อนข้างท้าทาย แต่ผู้บริหารตั้งใจที่จะแสวงหาการเติบโตผ่านการลงทุนภายใน การทำ M&As อย่างคัดเลือก และการหมุนเวียนเงินทุนจากสินทรัพย์ มากกว่าการขยายฐานะการเงินเชิงรุก แผนการลงทุน (Capex) ที่วางไว้ที่ 2.26 หมื่นลบ. ในปี 2569 และเฉลี่ย 9.2 พันลบ.ต่อปีในช่วงปี 2570–74 จะเน้นไปที่โครงการที่มีภาระผูกพันแล้วและโครงการเพื่อการเติบโต ขณะที่ M&As ยังไม่รวมอยู่ในแผนการลงทุนดังกล่าว สะท้อนว่าการบรรลุเป้าหมายธุรกิจต้นน้ำในปี 2574 จะขึ้นอยู่กับการคัดเลือกดีลและการจัดหาเงินทุนอย่างมีวินัยเป็นสำคัญ
📌 ปัจจัยหนุนกำไรระยะสั้นยังมั่นคง
BCP คาดว่าจะยังคงได้รับประโยชน์จากค่าการกลั่น (GRM) ที่อยู่ในระดับสูง เนื่องจากอุปทานผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปลดลงจากปัญหาการหยุดชะงักในตะวันออกกลางและรัสเซีย นอกจากนี้ กำไรยังได้รับแรงหนุนอย่างต่อเนื่องจากโครงการเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) ซึ่งเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในเดือนพ.ค. 2569 โดยคาดว่าจะสร้าง EBITDA ราว 1 พันลบ.ต่อไตรมาส ขณะที่ BHK ซึ่งเป็นธุรกิจค้าปลีกน้ำมันในฮ่องกงที่เพิ่งเข้าซื้อกิจการ คาดว่าจะสร้าง EBITDA เพิ่มอีกราว 500 ลบ.ต่อไตรมาส
มุมมอง KS
🎯 แนะนำ “ถือ” และ TP ที่ 48.75 บาท
อิง PBV เป้าหมายที่ 0.72 เท่า (+0.5SD) โดยกำไรระยะสั้นคาดว่าจะยังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะธุรกิจโรงกลั่น ซึ่งได้รับแรงหนุนจาก GRM ที่อยู่ในระดับสูงและการรับรู้การผนึกกำลังอย่างต่อเนื่อง ในระยะยาว เราคาดว่าฐานกำไรของ BCP จะมีความหลากหลายมากขึ้น โดยได้รับแรงขับเคลื่อนจากหลายธุรกิจทั้ง E&P การค้า SAF การตลาด รวมถึงธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน

📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads
#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #หุ้นไทย #BCP #บางจาก
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English