🏦 KS: OR ธุรกิจไลฟ์สไตล์จะหนุนการเติบโต
📌 กำไรไตรมาส 3/2568 เพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ แต่ต่ำกว่าคาด
OR รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/2568 ที่ 2.6 พันลบ. พลิกกลับจากผลขาดทุนสุทธิที่ 1.6 พันลบ. ในไตรมาส 3/2567 และเพิ่มขึ้น 17% QoQ โดยผลประกอบการสอดคล้องกับประมาณการของ Bloomberg consensus แต่ต่ำกว่าที่เราคาดไว้ 15% ซึ่งมีสาเหตุหลักๆ มาจากอัตรากำไรจากธุรกิจไลฟ์สไตล์ที่ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ 1 ppt
📌 คงเป้าการขยายธุรกิจปี 2568 ด้วยแรงหนุนที่แข็งแกร่งจาก Café Amazon
เรากลับจากการประชุมนักวิเคราะห์ประจำไตรมาส 3/2568 ของ OR เมื่อวันที่ 20 พ.ย. ที่ผ่านมา ด้วยมุมมองที่เป็นบวกเล็กน้อยจากธุรกิจไลฟ์สไตล์มีแนวโน้มที่ดีขึ้น ผู้บริหารคงเป้าการขยายธุรกิจปี 2568 ไว้ตามเดิม โดยมีแผนที่จะเพิ่มสถานีบริการน้ำมันใหม่อีก 100 แห่ง และร้าน Café Amazon ใหม่อีก 285 แห่ง เรามองว่าเป้าหมายดังกล่าวเป็นเรื่องท้าทาย เนื่องจากการขยายธุรกิจในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 คิดเป็นเพียง 19% ของเป้าหมายสถานีบริการน้ำมันในปี 2568 อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าเป้าการขยายธุรกิจ Café Amazon นั้นสามารถบรรลุได้ โดยการขยายธุรกิจในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 คิดเป็น 53% ของเป้าหมายปี 2568 (151 สาขา) และการขยายธุรกิจ Café Amazon โดยเฉลี่ยในไตรมาส 4 จะอยู่ที่ประมาณ 120 สาขา ทั้งนี้ เราคาดว่าเครือข่าย Café Amazon ที่ใหญ่ขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนสาขาราว 4,600 สาขา จะช่วยผลักดันปริมาณการขายเครื่องดื่มให้สูงขึ้น และสนับสนุน EBITDA margin ของธุรกิจไลฟ์สไตล์ให้ดีขึ้น ผ่านอำนาจต่อรองราคาที่เพิ่มขึ้นและความสามรถในการลดต้นทุนคงที่ต่อหน่วยที่ดีขึ้น
📌 ข้อตกลงด้าน F&B ใหม่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นต่อกำไรโดยไม่ต้องแบกรับภาระการลงทุน
OR ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่า KFC จะเป็นพันธมิตรด้าน F&B รายใหม่แทนที่ Texas Chicken ภายใต้รูปแบบธุรกิจใหม่นี้ บริษัทฯ ไม่จำเป็นต้องลงทุนเพิ่มเติมสำหรับสาขาใหม่ แต่พันธมิตรจะเป็นผู้ลงทุนในสาขาต่างๆ เอง ในขณะที่ OR ยังคงได้รับรายได้จากค่าเช่า ซึ่งเรามองการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นไปในเชิงบวก เนื่องจากโครงสร้างรายได้จากค่าเช่าช่วยลด downside risk ได้อย่างมากเมื่อเทียบกับรูปแบบธุรกิจเดิมที่ OR เป็นผู้แบกรับผลขาดทุนจากการลงทุน
📌 ผลกระทบภายนอกเชิงบวกจากธุรกิจ EV
จากการใช้งาน EV ที่เป็นเทรนด์ที่กำลังเติบโต บริษัทฯ ได้สังเกตเห็นว่าการใช้เวลาในสถานีบริการน้ำมันโดยเฉลี่ยปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากลูกค้า EV ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีต่อครั้งในการเข้าใช้บริการในสถานีบริการน้ำมัน ซึ่งนานกว่าผู้ใช้รถยนต์สันดาปที่ใช้เวลาประมาณ 5 นาทีต่อครั้ง ทั้งนี้ เรามองว่าการใช้เวลาในสถานีบริการน้ำมันโดยเฉลี่ยที่นานขึ้นจะเป็นผลดีต่อ OR เนื่องจากคาดว่าจะช่วยสนับสนุนการใช้จ่ายที่สูงขึ้นในระบบนิเวศค้าปลีกของ OR
📌 คาดเงินปันผลจะเพิ่มขึ้น YoY
ด้วยเงินสดในมือจำนวน 3.5 หมื่นลบ. ณ ไตรมาส 3/2568 และกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น 12% จากปี 2567 เราเชื่อว่า OR มีงบดุลที่แข็งแกร่งและมีความสามารถที่จะจ่ายปันผลที่สูงขึ้นในปี 2568 โดยเราคาดว่าเงินปันผลต่อหุ้น (DPS) ช่วงครึ่งหลังของปี 2568 จะอยู่ที่ 0.2 บาท/หุ้น ส่งผลให้ DPS ทั้งปีจะอยู่ที่ 0.5 บาท/หุ้น คิดเป็นอัตราตอบแทนเงินปันผลที่ 4% เทียบกับอัตราการจ่ายในปี 2567 ที่ 0.4 บาท/หุ้น (อัตราตอบแทนที่ 3%)
🎯มุมมอง KS
📌 แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 16.20 บาท
คำแนะนำของเราอิงตามกำไรไตรมาส 4/2568 ที่คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น จากปัจจัยตามฤดูกาล และการเติบโตเชิง YoY ในปี 2569 ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 16% ขณะที่มูลค่าหุ้นยังน่าสนใจ โดยอิงด้วย PER ปี 2568 ที่ 13 เท่า สะท้อน PEG ที่เพียง 0.3 เท่า

📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads
KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #หุ้นไทย #OR
ภาษาไทย
English