KS ESG report : ESG มีความสำคัญมากขึ้น

KS ESG report : ESG มีความสำคัญมากขึ้น

วิเคราะห์โดย KS Research Strategy
27 ก.ย. 2569
ย้อนกลับ

♟︎KS ESG report : ESG มีความสำคัญมากขึ้น

📌 โรดแมป ESG ของไทยมุ่งสู่มาตรฐานสากล

ไทยได้ทยอยผนวก ESG เข้ากับตลาดทุน โดยเริ่มจาก THSI ในปี 2558 ตามด้วย SET ESG Ratings และกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่กรอบการประเมิน FTSE Russell ESG Scores ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล พัฒนาการดังกล่าวจะช่วยให้การเปรียบเทียบข้อมูล ESG มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพิ่มความโปร่งใส และสอดคล้องกับมาตรฐานการลงทุนระดับโลกมากขึ้น

📌 FTSE Russell ESG Scores ช่วยให้การเปรียบเทียบ ESG มีประสิทธิภาพมากขึ้น

เมื่อเทียบกับการประเมินในอดีต FTSE Russell ให้ความสำคัญมากขึ้นกับการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ ผลการดำเนินงานในอดีตที่สามารถวัดผลได้ และการเปรียบเทียบกับมาตรฐานระดับโลก การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวจะทำให้ทั้งผลการดำเนินงานด้าน ESG ที่เกิดขึ้นจริงและคุณภาพของการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทจดทะเบียนไทยมีความสำคัญมากขึ้น

📌 กฎระเบียบด้าน ESG กำลังมุ่งสู่การสร้างผลกระทบทางการเงิน

แม้ IFRS S1/S2 และ Thailand Taxonomy จะส่งผลหลักต่อความโปร่งใส การจัดสรรเงินทุน และการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อความยั่งยืน แต่การกำหนดราคาคาร์บอน ระบบซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ETS) และมาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) อาจส่งผลกระทบต่อบริษัทมากขึ้นผ่านต้นทุนในการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่สูงขึ้น งบลงทุน (capex) เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่าน และความเสี่ยงด้านความสามารถในการแข่งขัน

📌 ผลการศึกษาของเราชี้ว่า ESG ช่วยเพิ่มความน่าลงทุน มากกว่าสร้างพรีเมียมด้านมูลค่า

บริษัทที่มี ESG rating สูงมีแนวโน้มที่จะมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดสูงกว่า มีสภาพคล่องที่ดีกว่า และมีสัดส่วนการถือครองของนักลงทุนต่างชาติที่มีเสถียรภาพมากกว่า แม้ว่าความสัมพันธ์เหล่านี้ส่วนหนึ่งจะได้รับอิทธิพลจากขนาดของบริษัท อย่างไรก็ตาม เราไม่พบความสัมพันธ์ที่ชัดเจนระหว่าง ESG rating กับระดับมูลค่าหุ้นหรือการเติบโตของกำไร ซึ่งสะท้อนว่าปัจจัยพื้นฐานยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนผลตอบแทนของหุ้น

📌 หลักฐานทางวิชาการสนับสนุนว่า ESG เป็นปัจจัยด้านความเสี่ยงและการจัดสรรเงินทุน

งานวิจัยทางวิชาการให้ผลสอดคล้องกับผลการศึกษาของเรา โดยพบว่า ESG สามารถช่วยเพิ่มสภาพคล่องในตลาด ดึงดูดเงินทุนจากนักลงทุนสถาบัน และมีอิทธิพลต่อการลงทุนเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่าน ขณะที่ผลการดำเนินงานด้าน ESG ที่แข็งแกร่งกว่าไม่ได้หมายความว่าจะนำไปสู่ผลตอบแทนหุ้นที่คาดหวังในระยะยาวที่สูงขึ้นเสมอไป

🎯มุมมอง KS

✍️ เน้นบริษัทที่ได้ประโยชน์จาก ESG และมีความเชื่อมโยงกับกำไรอย่างชัดเจน เราชอบบริษัทที่การเปลี่ยนผ่านด้าน ESG สร้างโอกาสการเติบโตที่เป็นรูปธรรม ได้แก่

💡การขยายธุรกิจพลังงานหมุนเวียน (GULF, BCPG, CKP)

🏭โครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมสีเขียว (WHA, AMATA)

📊โซลูชันข้อมูลด้าน ESG (DITTO, BBIK)

🏦การเงินสีเขียว (BAY, TTB)

💰เศรษฐกิจหมุนเวียน (SCGP)

บริษัทเหล่านี้มีโอกาสได้รับประโยชน์จากความต้องการโซลูชันคาร์บอนต่ำ โครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน และข้อกำหนดด้านการปฏิบัติตามมาตรฐาน ESG ที่เพิ่มขึ้น

✍️ ให้ความสำคัญกับความสามารถในการเปลี่ยนผ่านมากกว่าสถานะ ESG ในปัจจุบัน ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่านด้าน ESG ควรประเมินจากความสามารถของบริษัทในการดำเนินกลยุทธ์การเปลี่ยนผ่านให้บรรลุผล มากกว่าพิจารณาเพียงความเข้มข้นของการปล่อยคาร์บอน บริษัทที่มีโรดแมปลดการปล่อยคาร์บอนที่ชัดเจน มีฐานะทางการเงินเพียงพอ และมีวินัยในการจัดสรรเงินทุน อาจสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบได้ดีกว่า ขณะที่บริษัทที่มีการปล่อยคาร์บอนสูงและมีแผนการเปลี่ยนผ่านที่ไม่ชัดเจน อาจเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้น ความต้องการ capex ที่เพิ่มขึ้น และความเสี่ยงด้านความสามารถในการแข่งขัน

ESG-1200x1200.jpg

📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account

⛳Follow us :

📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA

📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook

📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram

📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter

📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube

📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads

#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #หุ้นไทย #Strategy #ESG #SET #

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ค้นหา