🏥 KS: Healthcare เกาะติดหุ้นกลุ่ม Healthcare ในวันที่ประกันสุขภาพ เปลี่ยนเป็น copay
เราจัดการประชุม KS Expert Series หัวข้อ “Copay as the New Normal” โดยมีคุณจรุง เชื้อจินดา รองผู้อำนวยการสมาคมประกันชีวิตไทย (TLAA) เป็นวิทยากร ให้กับลูกค้านักลงทุนสถาบันในประเทศกว่า 40 ราย โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้
🚑แพ็กเกจประกันแบบเหมาจ่ายยังคงมีอยู่ แต่มีข้อจำกัดมากขึ้น มีความเป็นไปได้ว่าบริษัทประกันอื่น ๆ จะทยอยทำตามผู้เล่นรายใหญ่ ด้วยการยุติการขายแพ็กเกจประกันแบบเหมาจ่ายในรูปแบบเดิม และหันไปนำเสนอรูปแบบการร่วมจ่ายแทน เช่น ค่าใช้จ่ายส่วนแรก หรือการร่วมจ่าย ขณะที่แพ็กเกจแบบเหมาจ่ายที่จะยังอยู่ จะเป็นแพคเกจที่จะมีเบี้ยประกันและความคุ้มครองสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
🚑ผลกระทบจากแพ็กเกจร่วมจ่ายในปี 2568 ยังไม่ชัดเจน บริษัทประกันยังไม่ได้ประเมินผลกระทบอย่างเป็นทางการ เนื่องจากผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะครบปีแรกในวันที่ 20 มี.ค. 2569 จากการหารือเบื้องต้น สัดส่วนผู้ประกันที่จะเข้าสู่ระบบร่วมจ่ายในปี 2569 น่าจะไม่มีนัยสำคัญ ขณะที่อัตราสินไหมทดแทนติดลบเพิ่มขึ้นจากจำนวนผู้ป่วยและการเคลมที่เพิ่มขึ้น อิงจาก TLAA, WTW (Willis Towers Watson) รายงานอัตราเงินเฟ้อทางการแพทย์ในปี 2568 ที่ 10.8% ต่ำกว่าประมาณการเดิมที่ 14.8% นอกจากนี้ แม้ว่ามูลค่าเบี้ยประกันยังคงเติบโต แต่จำนวนผู้เอาประกันทรงตัวหรือลดลง
🚑อัตราสินไหมทดแทนที่ติดลบเพิ่มขึ้นเร่งให้มีการเปลี่ยนจากแบบเหมาจ่ายไปสู่การร่วมจ่าย การเคลื่อนไหวของบริษัทประกันรายใหญ่สะท้อนว่าแพ็กเกจประกันแบบร่วมจ่ายที่เริ่มนำมาใช้ในปี 2568 ซึ่งตั้งใจลดการเคลมที่ไม่จำเป็น อาจยังไม่เพียงพอที่จะลดการติดลบของอัตราสินไหมทดแทน ส่งผลให้แพ็กเกจประกันแบบเหมาจ่ายมีแนวโน้มถูกยกเลิก และจะมีการนำแพ็กเกจแบบร่วมจ่าย รวมถึงโรงพยาบาลที่อยู่ในลิสต์ของบริษัทประกันมาใช้มากขึ้น เพื่อเพิ่มความยั่งยืนของธุรกิจประกัน เพิ่มการเข้าถึงประกันสุขภาพ และการใช้บริการทางการแพทย์อย่างเหมาะสม บริษัทประกันที่ยังคงเสนอแพ็กเกจแบบเหมาจ่ายอาจเผชิญความเสี่ยงและต้นทุนการตั้งสำรองที่สูงขึ้นจากอัตราสินไหมทดแทนที่ติดลบเพิ่มขึ้น
🚑คปภ. กำลังทบทวนระบบประกันสุขภาพ ในต่างประเทศ รัฐบาลสิงคโปร์และอินโดนีเซียได้ออกกฎหมายบังคับบริษัทประกันให้ใช้ระบบร่วมจ่ายหรือค่าใช้จ่ายส่วนแรก ขณะที่ประเทศไทยเหมือนมาเลเซียที่ไม่มีการบังคับผ่านการออกกฎหมาย ปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้จัดตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษารูปแบบประกันสุขภาพที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย โดยจ้าง TDRI เป็นผู้ดำเนินการศึกษา
💊มุมมอง KS
เราเห็นว่าธุรกิจประกันสุขภาพกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่รูปแบบร่วมจ่ายเพื่อสนับสนุนความยั่งยืนในระยะยาวของบริษัทประกัน ซึ่งกำลังเพิ่มความสำคัญต่อโรงพยาบาล โดยสัดส่วนรายได้จากประกันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แม้รูปแบบการร่วมจ่ายอาจลดการเคลมการเจ็บป่วยของโรคง่าย แต่การเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยโรคยากเข้ามาชดเชย หนุนอุปสงค์ของ โรงพยาบาล ทั้งนี้ รายได้จากประกันรวม (BDMS, BH, PR9, BCH) เติบโต 6% ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 เทียบกับ 10% ในปี 2567 และเรามองว่าโรงพยาบาลเครือข่ายขนาดใหญ่มีความได้เปรียบในการปรับตัวมากกว่าโรงพยาบาลขนาดเล็ก เราคงมุมมองเป็นกลางต่อกลุ่มโรงพยาบาล โดยมี PR9 เป็นหุ้นเด่น Upside risk ได้แก่ การฟื้นตัวของคูเวต กัมพูชา และจีน รวมถึงการบริหารเงินทุน ขณะที่ความเสี่ยงมาจากเศรษฐกิจที่อ่อนแอ และการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ
🩺หุ้นเด่น PR9 “ซื้อ” Target Price 22.70 บาท

📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads
#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #หุ้น #หุ้นไทย #ข่าวหุ้น #ลงทุน #BCH #BDMS #BH #CHG #EKH #KLNIQ #PR9 #RJH #RPH #THG #VIBHA #Healcare #โรงพยาบาล #SSO #ประกันสังคม
ภาษาไทย
English