KS Daily View 18 ก.ย. 2026

KS Daily View 18 ก.ย. 2026

วิเคราะห์โดย KS Research Strategy
18 ก.ย. 2569
ย้อนกลับ

☀️KS Daily View 18 ก.ย. 2026>>>  ประเมินกรอบ SET index ที่ 1,570-1,600 จุด เริ่มมีแรงซื้อกลับ หลังราคาน้ำมันดิบย่อตัว และ US Bond Yield หลุด 5% ส่วนวันนี้เกาะติด BoJ และ FTSE Rebalancing กลยุทธ์สะสมหุ้นที่ปรับฐานแรง แต่พื้นฐานยังแกร่ง โดยวันนี้แนะนำ DELTA, ADVANC

📊 การลงทุนสัปดาห์นี้:

SET index วานนี้ปิดตลาดที่ 1,583.34 เพิ่มขึ้น +20.61 จุด (+1.32%) แรงซื้อกลับในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์, อาหาร, ไฟแนนซ์ โดยนักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อหุ้นไทยสุทธิที่ 1,651 ลบ. ส่วนวันนี้ประเมิน SET index ฟื้นตัวในกรอบ 1,570-1,600 จุด เริ่มมีแรงซื้อกลับหลังผ่านพ้นประชุม Fed ซึ่งขึ้นดอกเบี้ยตามตลาดคาดไว้ แม้จะมีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม แต่ปัจจัยหลักก็ขึ้นกับเงินเฟ้อในช่วงถัดไป โดยล่าสุดพบว่าราคาน้ำมันดิบเริ่มชะลอลง หลังซาอุดิอาระเบียเปลี่ยนเส้นทางส่งออกน้ำมันดิบผ่านโอมานและเร่งฟื้นฟูท่อส่งน้ำมัน East–West ลดความกังวลด้านอุปทาน โดยวานนี้ Brent ลงสู่ 104.8 เหรียญต่อบาร์เรล ผ่อนคลายความกังวลเงินเฟ้อสั้น และทำให้ US Bond Yield 10 ปี กลับมาปิดที่ 4.93% (-8.8bps) หนุนตลาดสินทรัพย์เสี่ยงฟื้นตัว ส่วนด้านการประชุมธนาคารกลางวานนี้ BoE มีมติ 6 ต่อ 3 คงดอกเบี้ยที่ 3.75% ตามตลาดคาด และหยุดขายพันธบัตรรัฐบาลเชิงรุกชั่วคราว สะท้อนทิศทาง Dovish ขึ้น ส่วนวันนี้เกาะติดประชุม BoJ คาดขึ้นดอกเบี้ย 0.25% และจับตาถ้อยแถลงของ Ueda ส่วนท้ายตลาดติดตาม FTSE Rebalancing คาดเม็ดเงินไหลเข้า ด้านกลยุทธ์เน้นสะสมหุ้นที่ปรับฐานแรง แต่พื้นฐานยังแกร่ง โดยสำหรับวันนี้แนะนำ DELTA, ADVANC

🚩ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:

  1. คณะกรรมการกลั่นกรองฯ เห็นชอบต่ออายุโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” อีก 2 เดือน โดยคงสัดส่วนร่วมจ่าย 60:40 และใช้งบจาก พ.ร.ก.เงินกู้ส่วนแรก 2 แสนล้านบาท เตรียมเสนอ ครม. วันที่ 22 ก.ย. 2569 ขณะที่ผู้ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่จะได้รับความช่วยเหลือ 100% ส่วนผู้ไม่ผ่านเกณฑ์สามารถใช้สิทธิในโครงการดังกล่าวแทน มองเป็นบวกต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยในระยะสั้นจากแรงพยุงค่าครองชีพในช่วงที่เหลือของปี ถือเป็นจิตวิทยาเชิงบวกต่อภาคการบริโภคโดยรวม แต่สำหรับหุ้นค้าปลีกใน SET อาจเป็นแรงกดดันสั้น เนื่องจากส่วนใหญ่ไม่ได้รับอานิสงส์บวก
  • ต่างชาติลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเดือน ก.ค. ลง 5.04 หมื่นล้านดอลลาร์ เหลือ 9.25 ล้านล้านดอลลาร์ จากความกังวลด้านเงินเฟ้อและฐานะการคลังสหรัฐ โดยจีนลดเหลือ 6.18 แสนล้านดอลลาร์ ต่ำสุดรอบ 18 ปี ขณะที่ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส และแคนาดาลดการถือครองเช่นกัน แต่อังกฤษเพิ่มขึ้นสู่เกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์ ประเมินเป็นจิตวิทยาเชิงลบต่อหุ้นไทยเชิง Valuation หากแรงขายกดดัน US Bond Yield ให้สูงขึ้น แต่ธนาคารและหุ้นส่งออกอาจได้รับผลกระทบจำกัดกว่าหุ้น Growth และกลุ่มการเงินที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ย
  • ไทยและสหรัฐฯ เจรจาข้อตกลง ART เข้าสู่ช่วงท้าย โดยเหลือการปรับถ้อยคำและรายละเอียดบางส่วน แต่ยังไม่มีนัดอย่างเป็นทางการระหว่างนายกฯ กับประธานาธิบดีทรัมป์ ฝ่ายไทยเร่งรักษาอัตราภาษีไว้ที่ราว 19% ให้แข่งขันกับประเทศในภูมิภาคได้ พร้อมชี้แจงข้อกังวลภายใต้ Section 301 ต่อ USTR แล้ว ประเมินเป็นกลางในระยะสั้นต่อหุ้นส่งออกไทย โดยกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ อาหาร ชิ้นส่วนยานยนต์ และนิคมอุตสาหกรรมจะได้ Sentiment บวก หากปิดดีลที่ภาษีไม่เกิน 19% และไม่มีมาตรการ Section 301 เพิ่มเติม

ม.หอการค้าไทยเผยหนี้เฉลี่ยปี 2569 เพิ่มขึ้น 7.3% เป็น 794,945 บาทต่อครัวเรือน และภาระผ่อนรายเดือนเพิ่ม 8.1% จากรายได้ไม่พอรายจ่ายและค่าครองชีพสูง โดยหนี้ส่วนใหญ่เป็นบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคลและยานพาหนะ ขณะที่คาดหนี้ทั้งระบบสิ้นปีแตะ 16.5–16.6 ล้านล้านบาท แม้สัดส่วนต่อ GDP อาจลดเหลือราว 84% มุมมองเป็นลบต่อหุ้นค้าปลีก สินเชื่ออุปโภคบริโภคและเช่าซื้อจากกำลังซื้ออ่อนแอและความเสี่ยงคุณภาพสินทรัพย์สูงขึ้น ขณะที่ธนาคารขนาดใหญ่ซึ่งมีฐานลูกหนี้หลากหลายได้รับผลกระทบจำกัดกว่า

หุ้นแนะนำวันนี้ Top pick:

🎯 DELTA: ราคาพื้นฐาน 300.00 บาท

  • การปรับฐานของ DELTA มองเป็นเพียงการรีเซ็ตระยะสั้น ขณะที่อุปสงค์ AI ยังแข็งแกร่ง จาก Capex ของ Hyperscaler ที่เร่งตัวและความต้องการระบบไฟ/ระบายความร้อนต่อ rack ที่สูงขึ้น
  • คาด GPM และกำไรฟื้นใน 2H69 หลังแรงกดดันจากต้นทุนชิป สินค้าคงเหลือ และ Product mix คลี่คลาย โดยคาดกำไรปกติ CAGR ราว 32% ในปี 2569-71
  • คงคำแนะนำ “ซื้อ” TP 300 บาท Valuation น่าสนใจขึ้นจากการปรับฐาน โดยปัจจุบันซื้อขายที่ 2027 PER ที่ราว 63 เท่า ต่ำกว่าเป้าหมาย 92 เท่า

🎯 ADVANC: ราคาพื้นฐาน 385.34 บาท

  • โมเมนตัมเชิงบวกจากการที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษายกฟ้อง DPC ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ ADVANC ในคดีค่าใช้โครงข่ายโทรคมนาคม ทำให้ไม่ต้องชำระเงินจำนวน 1,223 ล้านบาท และคดีถือเป็นที่สิ้นสุดแล้ว
  • ภาพธุรกิจยังมีการเติบโตแบบสม่ำเสมอ และเชื่อว่ารายได้จากธุรกิจมือถือยังน่าสนใจ สอดคล้องกับการเติบโตของเทคโนโลยียังมีโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะกลางถึงยาว
  • ในขณะที่ราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมามีการย่อตัวแรง จนส่งผลให้ Valuation กลับเข้าสู่ระดับที่น่าลงทุนมากยิ่งขึ้น และหนุนให้ Dividend Yield ขึ้นสู่ระดับ 4.8% อยู่ในระดับที่น่าทยอยสะสม

รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ

วันศุกร์ ติดตามการปรับดัชนี FTSE Rebalancing, ส่วนทางฝั่งญี่ปุ่นเกาะติดการประชุม BOJ (ตลาดคาดขึ้นดอกเบี้ย 0.25%) และผลผลิตภาคอุตสาหกรรม US เดือน ส.ค. คาด +0.3%MoM

*ข้อมูลสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อมูลใหม่และแหล่งที่มาที่แตกต่างกัน

📝 เปิดพอร์ตลงทุนออนไลน์กับ KS ได้แล้ววันนี้!

DAILY_VIEW_18_09_2026_1040.jpg

📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account

⛳Follow us :

📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA

📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook

📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram

📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter

📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube

#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #DAILYVIEW

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ค้นหา