☀️KS Daily View 2 ก.ค. 2026>>> ประเมินกรอบของ SET index ที่ 1,570-1,600 จุด FED มองความเสี่ยงเงินเฟ้อลดลง โดยวันนี้เกาะติดตัวเลขจ้างงาน US กลยุทธ์เน้นตั้งรับหุ้นคาดแนวโน้มกำไรดี โดยวันนี้แนะนำ ADVANC, DOHOME
📊 การลงทุนสัปดาห์นี้: SET index วานนี้ปิดตลาดที่ 1,588.23 ลดลง 3.01 จุด (-0.19%) แรงขายกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และสื่อสาร โดยนักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยสุทธิกว่า 1,592 ลบ. (ขายวันแรกในรอบ 6 วันทำการ) ส่วนวันนี้ประเมิน SET index แกว่งในกรอบ 1,570-1,600 จุด จากถ้อยแถลงของเควิน วอร์ช ประธาน FED ซึ่งได้กล่าวในการประชุมประจำปีของธนาคารกลางยุโรป (ECB Forum on Central Banking) ที่จัดวานนี้ที่เมืองซินตรา ประเทศโปรตุเกส โดยระบุว่าความคาดหวังเงินเฟ้อในช่วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมาได้ปรับลดลง ผสานกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อก็ลดลงเช่นกัน และยังย้ำจุดยืนในการให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพด้านราคา แม้ว่าวอร์ซจะไม่ได้ส่งสัญญาณล่วงหน้าเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยในอนาคต แต่ก็อาจสะท้อนเป็นนัยได้ว่า ดอกเบี้ยสหรัฐฯอาจยังไม่ต้องรีบขึ้นเร็วนัก หากแนวโน้มพลังงาน และเงินเฟ้อสหรัฐฯมีแนวโน้มชะลอลง ถือเป็นโมเมนตัมเขิงบวกต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยง ส่วนวันนี้แนะจับตาการรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร US เดือน มิ.ย. คาดที่ 1.13 แสนตำแหน่ง และอัตราการว่างงานคาดทรงตัวที่ 4.3%
โดยกลยุทธ์ในระยะสั้นเน้นทยอยสะสม หุ้นที่คาดแนวโน้มกำไรยังเติบโตได้ดี โดยสำหรับวันนี้แนะนำ ADVANC, DOHOME
🚩ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:
- กระทรวงการคลังเผยโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" เดือนมิถุนายน สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจรวม 4.32 หมื่นล้านบาท โดยมีผู้ใช้สิทธิ 25.69 ล้านราย หรือ 98.64% ของผู้ได้รับสิทธิ และร้านค้าเข้าร่วมกว่า 1.03 ล้านร้าน อย่างไรก็ตาม มีผู้ใช้สิทธิครบวงเงินเพียง 12.4 ล้านราย ส่งผลให้ยังมีวงเงินอุดหนุนจากภาครัฐคงเหลือไม่ได้ใช้ราว 1.23 พันล้านบาท อย่างไรก็ดีเม็ดเงินที่เข้าสู่ระบบยังเป็นโมเมนตัมเชิงบวกต่อกลุ่มค้าปลีกและสินค้าอุปโภคบริโภค แม้ว่ายังมีวงเงินคงเหลือที่ไม่ได้ถูกใช้บางส่วนก็ตาม
- กนช. เตือนประเทศไทยมีความเสี่ยงเผชิญปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญช่วงปลายปี 2569 ต่อเนื่องถึงปี 2570 พร้อมสั่งยกระดับมาตรการรับมือภัยแล้ง โดยเร่งสำรวจและฟื้นฟูแหล่งน้ำ ขุดเจาะบ่อบาดาล และเดินหน้าโครงการอ่างเก็บน้ำสำคัญ รวมถึงอนุมัติโครงการพัฒนาน้ำบาดาล 858 แห่ง เพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำและรองรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ถือเป็นบวกต่อกลุ่มรับเหมาก่อสร้างและบริหารจัดการน้ำ เช่น STECON, CK, EASTW, WHAUP จากโอกาสเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ ขณะที่ระยะกลางเป็นบวกต่อผู้ผลิตอุปกรณ์การเกษตรและชลประทาน หากภาครัฐเร่งเบิกจ่ายงบตามแผน
- ญี่ปุ่นประกาศขึ้นค่าธรรมเนียมวีซ่านักท่องเที่ยวต่างชาติ 5 เท่าเป็นครั้งแรกในรอบ 48 ปี โดยวีซ่าเข้าครั้งเดียวเพิ่มเป็น 15,000 เยน และวีซ่าหลายครั้งเป็น 30,000 เยน เพื่อรับมือปัญหักท่องเที่ยวล้นและเพิ่มรายได้ภาครัฐ ขณะเดียวกันลดค่าธรรมเนียมทำหนังสือเดินทางให้ประชาชนญี่ปุ่น เพื่อกระตุ้นการเดินทางออกนอกประเทศและสร้างสมดุลระหว่างนักท่องเที่ยวขาเข้าและขาออก ประเมินเป็นมุมมองบวกเล็กน้อยต่อภาคการท่องเที่ยวไทย ซึ่งอาจดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ เข้าไทยมากยิ่งขึ้นในระยะถัดไป
- เงินหยวนแข็งค่าสูงสุดในรอบเกือบ 4 ปีเมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินคู่ค้า หลังนักลงทุนเพิ่มการถือครองสินทรัพย์จีนท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยได้แรงหนุนจากความมั่นคงด้านพลังงานและแรงซื้อเงินหยวนของนักลงทุนในประเทศ แม้ทางการจีนยังมีแนวโน้มดูแลค่าเงินเพื่อไม่ให้แข็งค่าเร็วเกินไป โดยประเมินเงินทุนที่ไหลเข้าสินทรัพย์จีนอาจเป็นบวกต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดเกิดใหม่ (EM) รวมถึงไทย และเป็นปัจจัยหนุนหุ้นที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจจีน เช่น กลุ่มปิโตรเคมี สินค้าโภคภัณฑ์ และท่องเที่ยว
หุ้นแนะนำวันนี้ Top pick:
🎯 ADVANC: ราคาพื้นฐาน 385.34 บาท
- คาดกำไรปกติ 2Q26 อยู่ที่ 1.31 หมื่นล้านบาท (+19.7% YoY, -1.8% QoQ) โดยกำไรปกติ 1H26 จะคิดเป็น 52.7% ของประมาณการทั้งปี และคาดจ่ายเงินปันผล1H26 ที่ 8.94 บาทต่อหุ้น
- มีมุมมองบวกเล็กน้อย ต่องบที่แข็งแกร่งใน 2Q26 และ 3Q26 อย่างไรก็ตาม คาดกำไรในช่วง 2H26 จะชะลอลง จากฐานกำไรที่สูง การสิ้นสุดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และไม่มีการประหยัดต้นทุนค่าคลื่นความถี่เพิ่มเติม
- คงราคาเป้าหมาย 385.34 บาท จาก 1) ฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง 2) การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และ 3) โครงสร้างผู้ถือหุ้นที่มีการถ่วงดุลและกำกับดูแลกิจการที่ดีขึ้น
🎯 DOHOME: ราคาพื้นฐาน 3.80 บาท
- คาดกำไรสุทธิ 2Q69 อยู่ที่ 308 ลบ. (+96% YoY, +23% QoQ) หนุนจาก SSSG กลับมาเป็นบวก 2% โดยเฉพาะกลุ่ม B2B และอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นจากสินค้าเหล็กและผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับน้ำมัน
- ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569 ขึ้น 23.7% เป็น 849 ลบ. จากการปรับขึ้นราคาขายและการใช้สต็อกต้นทุนต่ำ แม้คาดกำไร 2H69 จะชะลอ HoH ตามปัจจัยฤดูกาล
- ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 3.80 บาท โดยปัจจุบันราคาหุ้นเทรดที่ระดับ PE 15.3 เท่า เทียบเคียงบริเวณ -1.4SD
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ
✅วันพฤหัส ติดตามการจ้างงานนอกภาคเกษตร US เดือน มิ.ย. คาดที่ 1.15 แสนตำแหน่ง ลดลงจาก พ.ค. ที่ 1.72 แสนตำแหน่ง, อัตราการว่างงาน US เดือน มิ.ย. คาดทรงตัวที่ 4.3% และยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ US คาดที่ 2.2 แสนราย มากกว่าสัปดาห์ก่อนที่ 2.15 แสนราย
✅วันศุกร์ ติดตาม PMI ภาคการบริการของ ยูโรโซน เดือน มิ.ย. คาดที่ 48.9 จุด และ RatingDog PMI ของจีน ภาคบริการคาดที่ 53.5 จาก 54.4 จุด

*ข้อมูลสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อมูลใหม่และแหล่งที่มาที่แตกต่างกัน
📝 เปิดพอร์ตลงทุนออนไลน์กับ KS ได้แล้ววันนี้!
📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #DAILYVIEW
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English