KS Daily View 8 พ.ค. 2026

KS Daily View 8 พ.ค. 2026

วิเคราะห์โดย KS Research Strategy
8 พ.ค. 2569
ย้อนกลับ

☀️KS Daily View 8 พ.ค. 2026>>> ประเมินกรอบของ SET index ที่ 1,490-1,520 จุด ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง กลับมากดดัน ขณะที่ในประเทศยังได้แรงหนุนจากงบที่ดีกว่าคาด กลยุทธ์เน้นรอย่อตั้งรับหุ้นที่คาดแนวโน้มกำไรยังเติบโตดี โดยสำหรับวันนี้แนะนำ TRUE, TURBO

📊 การลงทุนสัปดาห์นี้: SET index วานนี้ปิดตลาดที่ 1,507.53 ลดลง 9.38 จุด (-0.62%) แรงขายกลุ่มปิโตรเคมี, อิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่มีแรงซื้อพยุงกลุ่มรับเหมาฯ, สื่อสาร โดยนักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยสุทธิ 2,703 ลบ. ส่วนวันนี้ประเมิน SET index คาดย่อตัวในกรอบ 1,490-1,520 จุด กลับมากังวลการเจรจาระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านที่ยังไม่บรรลุข้อตกลงได้ในระยะสั้น ซึ่งจะส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซยังไม่สามารถกลับมาเปิดใช้งานได้ตามปกติ โดยล่าสุดผู้นำอิหร่านยังไม่ได้ส่งสัญญาณชัดเจนว่าจะยอมรับเงื่อนไขของข้อตกลง ซึ่งหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญคือการระงับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมชั่วคราว ขณะที่มีรายงานว่าทางฝั่งสหรัฐฯพยายามกลับมาเดินหน้าโครงการนำทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง (Project Freedom) หนุนราคาน้ำมันวานนี้ดีดตัว +2.2% เป็นแรงกดดันเพิ่มเติม ส่วนประเด็นวันนี้ เกาะติดตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร US คาด +6.5 หมื่นราย ซึ่งจะเป็นการเพิ่มขึ้น 2 เดือนติดต่อกันเป็นครั้งแรกในรอบปี ส่วนในประเทศติดตามการรายงานงบ 1Q69 โดยล่าสุดออกมาแล้วประมาณ 21% พบว่ามีงบต่ำคาดเพียง 13% สะท้อนมุมมองบวกต่อแนวโน้มกำไรตลาด

โดยกลยุทธ์ยังคงเน้นย่อตั้งรับหุ้นที่คาดแนวโน้มกำไรยังเติบโตดี โดยสำหรับวันนี้แนะนำ TRUE, TURBO

🚩ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:

  1. ผู้ว่า ธปท. ยืนยันเศรษฐกิจไทยยังไม่เข้าสู่ภาวะ Stagflation เนื่องจากเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นยังเป็นเพียงปัจจัยชั่วคราว และคาดจะทยอยลดลงในปีหน้า โดยประเมินว่า พ.ร.ก.กู้เงินวงเงิน 4 แสนลบ. จะช่วยหนุน GDP ไทยปี 2569 เพิ่มราว 0.6% ส่งผลให้เศรษฐกิจทั้งปีขยายตัวได้ 2.1% จากเดิม 1.5% ขณะที่เงินเฟ้อเฉลี่ยปีนี้คาดอยู่ที่ 3.1% ก่อนลดลงสู่ 1.4% ในปีหน้า กลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายของ ธปท. มองเป็นบวกต่อ sentiment หุ้น domestic play กลุ่มค้าปลีก ธนาคาร และรับเหมา จากมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจและแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นภาครัฐ แม้ตลาดยังติดตามเสถียรภาพการคลังและทิศทางเงินเฟ้อระยะถัดไป
  • นายกฯ อนุทินหารือร่วมกับนายกฯ ฮุน มาเนต และผู้นำฟิลิปปินส์ในบรรยากาศเชิงบวก โดยทั้งไทยและกัมพูชายืนยันใช้แนวทางเจรจาและรักษาสันติภาพ พร้อมเห็นพ้องให้กระทรวงการต่างประเทศทั้งสองฝ่ายจัดทำมาตรการสร้างความเชื่อมั่นร่วมกัน โดยย้ำว่าความขัดแย้งที่ผ่านมาไม่ใช่ความขัดแย้งระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ มองเป็น sentiment บวก โดยหุ้นที่มี exposure ชายแดนและการค้าระหว่างประเทศ คาดได้โมเมนตัมดีขึ้น
  • รองนายกฯ ศุภจี นำ “ทีมไทยแลนด์+” เยือนสหรัฐฯ เข้าร่วมงาน SelectUSA 2026 พร้อมหารือผลักดันความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน โดยไทยชูศักยภาพในอุตสาหกรรมพลังงาน เกษตรแปรรูป เทคโนโลยีขั้นสูง และเศรษฐกิจดิจิทัล ขณะที่ภาคเอกชนสหรัฐฯ แสดงความสนใจใช้ไทยเป็นฐานการผลิตและเชื่อมโยงตลาดอาเซียน สะท้อนความเชื่อมั่นต่อบทบาทไทยใน supply chain ระดับภูมิภาค มองเป็นบวกต่อกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม อิเล็กทรอนิกส์ พลังงาน และ Data Center (AMATA, WHA, DELTA, GULF)
  • ภาคเอกชนภาคใต้สนับสนุนรัฐบาลตั้งคณะกรรมการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ภายใน 90 วัน เพื่อสร้างความชัดเจนและหลีกเลี่ยงความผิดพลาดซ้ำรอย “เซาเทิร์นซีบอร์ด” ที่เคยล้มเหลวจากการศึกษาที่ไม่รอบด้าน พร้อมเสนอให้เร่งฟื้นโครงการรถไฟทางคู่ชุมพร–ท่าเรือระนองเป็นแผนระยะกลาง เพื่อเชื่อม EEC กับฝั่งอันดามันและเพิ่มศักยภาพการส่งออกไปยังเมียนมา บังกลาเทศ และอินเดีย ระหว่างรอข้อสรุปแลนด์บริดจ์ มองเป็นบวกเชิง sentiment ต่อหุ้นกลุ่มรับเหมา วัสดุก่อสร้าง และโลจิสติกส์ หากโครงการรถไฟ–ท่าเรือมีความคืบหน้าจริง ขณะที่แลนด์บริดจ์ยังต้องรอความชัดเจนด้าน feasibility และผลตอบแทนทางเศรษฐกิจในระยะยาว

หุ้นแนะนำวันนี้ Top pick:

🎯 TRUE: ราคาพื้นฐาน 15.99 บาท

  • กำไรปกติไตรมาส 1/69 อยู่ที่ 5.8 พันลบ. (+63% YoY, +10.1% QoQ) สูงกว่าประมาณการของเรา 8.2% (เทียบกับ ADVANC ที่สูงกว่าคาด 6.5%) TRUE ประกาศ DPS รายไตรมาสที่ 0.14 บาท คิดเป็น 33.6% ของประมาณการ DPS ปี 2569 ของเรา
  • เปลี่ยนนโยบายการจ่ายปันผลเป็นจ่ายทุกไตรมาส จากเดิมที่จ่ายปีละสองครั้ง
  • แม้คาดว่าการเติบโตจะอ่อนลง แต่ธุรกิจบริการโทรคมนาคมน่าจะมีความยืดหยุ่นต่อภาวะเศรษฐกิจอ่อนแอมากกว่า

🎯 TURBO: ราคาพื้นฐาน 2.20 บาท

  • คาดกำไรปกติ 1Q69 ที่ 149 ลบ. (+5% QoQ, +2% YoY) เติบโตต่อเนื่องจากสินเชื่อที่ยังขยายตัวแข็งแกร่ง 4% QoQ และ cost-to-income ratio ที่ดีขึ้นเหลือ 53.4% จากค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่ลดลงหลังผ่านช่วง high season ใน 4Q68
  • แม้ credit cost ยังอยู่สูงที่ 5.2% จากการตั้งสำรอง overlay รองรับความไม่แน่นอนของสงครามตะวันออกกลาง แต่บริษัทมองผลกระทบจำกัด และเชื่อว่าความต้องการสินเชื่อที่สูงขึ้นจะช่วยให้คัดกรองลูกค้าได้เข้มงวดขึ้น ส่งผลให้คุณภาพสินทรัพย์ยังบริหารจัดการได้ดี
  • คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 2.20 บาท มอง valuation ยังถูกมากที่ PBV เพียง 0.8–0.9 เท่า และ PER 5–6 เท่า พร้อมคาด EPS growth แข็งแกร่งต่อเนื่องในปี 2569–70 จาก loan growth, economies of scale และ asset quality ที่ยังควบคุมได้ดี

รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ

วันศุกร์ ติดตามการจ้างงานนอกภาคเกษตร US เดือน เม.ย. คาด +6.3 หมื่นราย แต่น้อยกว่าเดือน มี.ค.ที่ +1.78 แสนราย, อัตราการว่างงาน US เดือน เม.ย. คาดทรงตัวที่ระดับ 4.3%, ดัชนีความเชื่อมั่นจาก ม.มิชิแกน เดือน พ.ค. ลงสู่ระดับ 48.8 จาก 49.8 ในเดือนเม.ย.

*ข้อมูลสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อมูลใหม่และแหล่งที่มาที่แตกต่างกัน

DAILY_VIEW_08_05_2026_1040.jpg

📝 เปิดพอร์ตลงทุนออนไลน์กับ KS ได้แล้ววันนี้!

📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account

⛳Follow us :

📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA

📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook

📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram

📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter

📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube

#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #DAILYVIEW

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ค้นหา