☀️KS Daily View 30 ม.ค. 2026>>> ประเมินกรอบ SET index ที่ 1,325-1,350 จุด โดยความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์เป็นตัวหลักในการขับเคลื่อนตามราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นกว่า 3% ในคืนที่ผานมา แนะนำ TOP และ CENTEL
📊 แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: ตลาดหุ้นไทยวานนี้ปิดตลาดที่ 1,331.07 ลดลง -7.83 จุด (-0.58%) นำโดยการปรับตัวลงของกลุ่มธนาคาร กลุ่มวัสดุก่อสร้าง กลุ่มพลังงาน ทั้งนี้นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 2,567 ลบ. วันนี้เราประเมินกรอบ SET index ที่ 1,325-1,350 จุด โดยความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์เป็นตัวหลักในการขับเคลื่อนตามราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นกว่า 3% ในคืนที่ผานมา มีแหล่งข่าวเปิดเผยว่าว่าทรัมป์กำลังชั่งน้ำหนักการโจมตีเป้าหมายด้านความมั่นคงของอิหร่าน ส่งผลบวกต่อเนื่องกลุ่มพลังงาน โดยเฉพาะธุรกิจสำรวจขุดเจาะและโรงกลั่นจากแนวโน้มของ inventory gain ใน 1Q26
อย่างไรก็ดีคาดว่าตลาดเริ่มจับตาดูการเมืองมากขึ้น ซึ่งจะมีการเลือกตั้งล่วงหน้าในอาทิตย์นี้และอาทิตย์หน้าสำหรับการเลือกตั้งปกติถึงความเป็นไปได้ของรูปแบบการจัดตั้งรัฐบาลที่ส่งผลต่อนโยบายเศรษฐกิจ ทั้งนี้ติดตามการรายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนฯ สำหรับ 4Q25 ของสัปดาห์หน้าได้แก่ 3BBIF และ ADVANC ที่จะสะท้อนภาพแนวโน้มการเติบโตของกลุ่มสื่อสารและแนวทางการเติบโตในปี 2026 ส่วนของกลยุทธ์ในการลงทุนแนะนำ TOP จากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นหนุนราคาพลังงานและ CENTEL จากแนวโน้มการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวขึ้น
🚩ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:
- ทางการอินโดนีเซียเร่งออกมาตรการด่วนพยุงตลาดหุ้น หลังดัชนี Jakarta Composite ดิ่งเกือบ 9% ในสองวันจากแรงเทขายรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่โควิด-19 ท่ามกลางความเสี่ยงถูก MSCI ลดสถานะเป็น Frontier Market หลัง MSCI ระงับการเพิ่มหุ้นอินโดนีเซียในดัชนี เหตุกังวลด้านธรรมาภิบาลและการปั่นหุ้น ส่งผลให้เงินทุนต่างชาติไหลออกต่อเนื่อง ทั้งนี้รัฐบาลและหน่วยงานกำกับได้เร่งเพิ่มเกณฑ์ Free Float เป็น 15% และปรับปรุงความโปร่งใส หวังแก้ปัญหาภายในเดือนมี.ค.
- ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นมากกว่า 3% ในคืนที่ผ่านมา โดยราคาน้ำมัน WTI ปิดที่ 65.42 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และเบรนท์ปิดที่ 70.71 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แหล่งข่าวระบุว่าทรัมป์กำลังชั่งน้ำหนักการโจมตีเป้าหมายด้านความมั่นคงของอิหร่านเพื่อกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงระบอบหลัง และเตือนว่าหากอิหร่านไม่เร่งทำข้อตกลงนิวเคลียร์ อาจเผชิญการโจมตีที่รุนแรงกว่าครั้งก่อน มองเป็นบวกกับ PTTEP และกลุ่มโรงกลั่นอย่าง TOP SPRC BCP
- นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ยืนยันไทยมีความพร้อมผลักดันโครงการ “ดิสนีย์แลนด์เมืองไทย” และศูนย์รวมความบันเทิงครบวงจรในพื้นที่ EEC โดยเฉพาะจังหวัดชลบุรี ทั้งด้านที่ดินและโครงสร้างพื้นฐาน เหลือเพียงการดึงเอกชนร่วมลงทุนและการตัดสินใจเชิงนโยบาย โครงการถูกวางเป็น Entertainment & Lifestyle Complex มาตรฐานโลก มีสวนสนุก ฮอลล์คอนเสิร์ต สนามกีฬาขนาดใหญ่ โดยยืนยันชัดไม่มีคาสิโน มองเป็นบวกกับกลุ่มโรงแรมอย่าง CENTEL ERW AWC
- บอร์ด รฟท. รับทราบผลสอบสวนอุบัติเหตุโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน สัญญา 3-4 และมีมติเห็นชอบให้ฝ่ายบริหารรวบรวมข้อมูลหารือสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อพิจารณาบอกเลิกสัญญากับบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวลอปเมนต์ (ITD) หลังพบผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขความปลอดภัย หากยกเลิกสัญญาอาจต้องเปิดประมูลใหม่ใช้เวลาราว 14 เดือนเพื่อดำเนินงานที่เหลือ มองเป็นจิตวิทยาการลงทุนเชิงบวกกับ CK และ STECON
- สกพอ. และบริษัท อู่ตะเภาอินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น (UTA) ลงนาม MOU เดินหน้าโครงการสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกอย่างเป็นทางการ โดย UTA ยอมสละเงื่อนไขบังคับก่อนที่ผูกกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เพื่อเร่งเริ่มพัฒนาโครงการ ด้านสกพอ.เตรียมออกหนังสือเริ่มงาน (NTP) ภายในกุมภาพันธ์ 2026 หลังจากนั้น UTA จะเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น โดยเฉพาะ Airport City มองเป็นบวกกับ BTS และ STECON
หุ้นแนะนำวันนี้ Top pick:
🎯 TOP: ราคาพื้นฐาน 47.50 บาท
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ TOP จากระดับ Valuation ที่ต่ำสุดในรอบ 5 ปี ลงมาซื้อขายที่ระดับ PBV -1 to -2SD ในปี 2025 เราคาดว่ามีโอกาสที่ TOP จะสามารถได้รับการ relate valuation จากระดับปัจจุบันได้มาซื้อขายที่ระดับ mean to -0.1 เท่าได้เนื่องจาก เราประเมิณว่า TOP ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วและคาดหวังการ turnaround จากการคลายความกังวลในการก่อสร้างของโครงการ CFP ที่กลับมาก่อสร้างตามแผนและสถาณการณ์ refinery industry outlook ที่มีความแข็งแกร่งมากขึ้นสำหรับโครงการ CFP ได้มีความคืบหน้าโดยจะมีการกลับมาก่อสร้างตามแผนใน 1Q26 นี้รวมถึงตั้งเป้า COD โครงการเร็วขึ้น 1 ไตรมาสจากเดิมที่คาดว่าจะสามารถ COD ได้ในช่วง 3Q28 มาอยู่ที่ 2Q28 นี้พร้อมกันนี้เราคาดว่าความเสี่ยงในส่วนของ Cost overrun เพิ่มเติมสำหรับโครงการนี้จะน้อยลงอีกทั้งบริษัทตั้งเป้าลดเงินลงทุนโครงการ 10-12%
🎯 CENTEL: ราคาพื้นฐาน 42.09 บาท
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ CENTEL จากการดำเนินงาน 4Q25 จะยังแข็งแกร่ง โดย RevPar เดือนต.ค. อยู่ที่ 3,815 บาท (+24% YoY) ด้วย ADR ที่ 5,339 บาท (+11% YoY) และ OCR ที่ 71% (+7 ppts YoY) หนุนการเติบโตของกำไรใน 4Q25 ทั้งนี้อิงจากการจองล่วงหน้า ผู้บริหารคาดว่าผลการดำเนินงานของธุรกิจโรงแรมใน 1Q26 จะยังคงแข็งแกร่ง และคาดว่าการเติบโตของ RevPar อยู่ที่ประมาณ 26% YoY ตามการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้น
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ
✅วันศุกร์ ติดตามการรายงานตัวเลขคาดการณ์ GDP ใน 4Q25 ของโซนยุโรปครั้งแรกตลาดคาดการณ์ที่ +1.3% YoY ชะลอตัวลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่ 1.4% YoY ต่อด้วยรายงานดัชนีราคาผู้ผลิต (US PPI index) ของสหรัฐฯ สำหรับเดือน ธ.ค. เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ 3.0% YoY
*ข้อมูลสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อมูลใหม่และแหล่งที่มาที่แตกต่างกัน
📝 เปิดพอร์ตลงทุนออนไลน์กับ KS ได้แล้ววันนี้!
📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #DAILYVIEW
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ภาษาไทย
English