KS Daily View 11 มี.ค. 2026

KS Daily View 11 มี.ค. 2026

วิเคราะห์โดย KS Research Strategy
11 มี.ค. 2569
ย้อนกลับ

KS Daily View 11.03.2026 >>> ราคาน้ำมันโลกลงแรง หลัง IEA เล็งปล่อยน้ำมันสำรอง ลดความตึงตัวของตลาด คาด SET index ที่ 1,395-1,425 จุด แนะนำ PTTGC และ CENTEL

แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: SET index วานนี้ปิดตลาดที่ 1,405.76 เพิ่มขึ้น 22.79 (+1.65%) นำโดยกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มสื่อสาร และกลุ่มธนาคาร จากความกังวลในสงครามตะวันออกกลางที่กระทบกับราคาพลังงานเริ่มดูผ่อนคลายลงบ้าง อย่างไรก็ดีโฟลว์ของนักลงทุนต่างชาติมียอดขายสุทธิตลาดหุ้นไทย 8.28 พันลบ. ขายติดต่อกันเป็นเวลาสี่วัน หนุนให้นักลงทุนต่างชาติมียอดขายสุทธิ 2.35 หมื่นลบ. นับตั้งแต่ช่วงที่เกิดสงครามถึงปัจจุบัน วันนี้ประเมินกรอบของ SET index ที่ 1,395-1,425 จุด หลังสถานการณ์ความตึงเครียดพลังงานปรับตัวลดลง หลังราคาน้ำมันโลกปรับตัวลดลงแรงกว่า 11% ในคืนวันอังคารที่ผ่านมา โดย IEA เตรียมประชุมพิจารณาปล่อยน้ำมันสำรองฉุกเฉินกว่า 1.2 พันล้านบาร์เรล เพื่อลดความตึงตัวของตลาด ประกอบกับ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กำลังพิจารณาผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซียเพื่อลดผลกระทบของราคาน้ำมัน ส่งผลบวกไปยังกลุ่มสายการบินที่มีสัดส่วนของต้นทุนจากน้ำมันคิดเป็นประมาณ 30-40% ของ cost of goods sold ทั้งนี้นับตั้งแต่เกิดสงครามส่งผลให้กลุ่มวัสดุก่อสร้าง ท่องเที่ยว และ โรงพยาบาล ปรับตัวลดลงไปมากที่สุด เทียบกับ SET index ที่ปรับตัวลดลงไปราว 8% หากท่าทีของสงครามสามารถจบได้เร็ว หรือ ผ่อนคลายลงเร็วกว่าที่คาด 1-3 เดือน หนุนให้กลุ่มที่ underperform ฟื้นตัวได้ดี กลยุทธ์ในการลงทุนแนะนำ CENTEL เก็งการฟื้นตัวหลังราคาหุ้นปรับตัวลดลงแรงในช่วงที่ผ่านมาจากบรรยากาศการลงทุนเชิงลบของสงคราม และ PTTGC จากผลกระทบของ shortage supply จำกัด

ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:

  1. ราคาน้ำมันโลกปรับตัวลดลงแรงในวันอังคาร โดย WTI ลดลงเกือบ 12% ปิดที่ 83.45 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ Brent ลดลงกว่า 11% อยู่ที่ 87.80 ดอลลาร์ หลัง IEA เตรียมประชุมพิจารณาปล่อยน้ำมันสำรองฉุกเฉินกว่า 1.2 พันล้านบาร์เรล เพื่อลดความตึงตัวของตลาด ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เตือนว่า หากอิหร่านพยายามปิดช่องแคบฮอร์มุซ สหรัฐจะตอบโต้รุนแรงกว่าเดิมหลายเท่า ทั้งนี้ตลาดบางส่วนเชื่อว่าสถานการณ์อาจคลี่คลายในระยะต่อไป มองเป็นลบเล็กน้อยกับ PTTEP
  2. รายงานของรอยเตอร์สระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กำลังพิจารณามาตรการเพื่อลดแรงกดดันจากราคาน้ำมันโลกที่พุ่งขึ้นจากสงครามอิหร่าน โดยอาจ ผ่อนคลายการคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซีย รวมถึง ปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองฉุกเฉินของสหรัฐ เพื่อเพิ่มอุปทานในตลาดและลดราคาพลังงาน ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน แหล่งข่าวระบุว่าการผ่อนคลายอาจเปิดทางให้บางประเทศ เช่น อินเดีย ซื้อน้ำมันรัสเซียได้มากขึ้น ขณะที่รัฐบาลสหรัฐยังหารือกับกลุ่ม G7 ถึงการใช้คลังสำรองน้ำมัน
  3. แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลระบุว่า รัฐบาลกำลังพิจารณาแนวทางออก พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้ของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อเพิ่มวงเงินดูแลเสถียรภาพราคาพลังงานในประเทศจากวิกฤตราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูง อย่างไรก็ตามต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่าการดำเนินการจะ ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 169 หรือไม่ เนื่องจากรัฐบาลอยู่ในสถานะรักษาการ ซึ่งจำกัดอำนาจในการอนุมัติโครงการหรือสร้างภาระผูกพันต่อรัฐบาลชุดถัดไป โดยขณะนี้กระทรวงพลังงานยังไม่ได้เสนอประเด็นนี้เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และหากราคาน้ำมันปรับตัวสูงรุนแรง รัฐบาลอาจต้องพิจารณาทางกฎหมายอีกครั้งเพื่อดำเนินมาตรการเร่งด่วน มองเป็นจิตวิทยาการลงทุนเชิงลบกับ OR และ PTG
  4. โรงกลั่นน้ำมันหลายแห่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เริ่ม ลดกำลังการผลิตหรือหยุดเดินเครื่องอย่าง โรงกลั่น Pengerang Refining (Prefchem) ในมาเลเซีย ปิดหน่วยกลั่นขนาด 300,000 บาร์เรลต่อวัน และเตรียมหยุดหน่วยปิโตรเคมีเพิ่มเติม และโรงกลั่นของ ExxonMobil ในสิงคโปร์ ลดกำลังการผลิตเหลือประมาณ 50% เนื่องจากน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางส่งมาล่าช้า และ บริษัทปิโตรเคมีหลายแห่งประกาศเหตุสุดวิสัย (force majeure) จากการขาดแคลนวัตถุดิบ มองเป็นบวกกับ BCP และ PTTGC ที่มีสัดส่วนการนำเข้าน้ำมันจาก Middle East น้อยกว่าเพื่อนในกลุ่ม
  5. บริษัทขนส่งตู้คอนเทนเนอร์รายใหญ่ของโลก A.P. Moller-Maersk ประกาศเก็บ ค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิงฉุกเฉิน (Emergency Bunker Surcharge: EBS) ชั่วคราว หลังต้นทุนน้ำมันพุ่งสูงจากสงครามอิหร่านและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานราว 20% ของโลก โดยค่าธรรมเนียมจะเริ่มใช้ทั่วโลกตั้งแต่ 25 มีนาคม กำหนดที่ 200 ดอลลาร์สำหรับตู้ 20 ฟุต และ 400 ดอลลาร์สำหรับตู้ 40 ฟุต ในเส้นทางหลัก (headhaul) ส่วนเส้นทางกลับ (backhaul) คิดครึ่งราคา มองเป็นจิตวิทยาการลงทุนเชิงบวกเล็กน้อยกับ RCL

Daily pick

CENTEL: ราคาพื้นฐาน 42.09 บาท
ใน 1Q26 เราประเมินว่ามีโอกาสเติบโตแข็งแกร่งได้ต่อเนื่องจากยอด forward booking ที่มีการเติบโตได้ดีโดยในประเทศโดยผู้บริหารคาดว่าผลการดำเนินงานใน 1Q26 จะยังคงแข็งแกร่ง โดยในเดือนม.ค. RevPar อยู่ที่ 5,894 บาท (+6% YoY) จาก ADR ที่ 7,472 บาท (+3% YoY) และ OCR ที่ระดับ 79% (+2 ppts YoY) ทั้งนี้โรงแรมใน Maldives คาดฟื้นตัวได้แรงจากฐานที่ต่ำในปี 2025 ที่ผ่านมาประกอบกับอาคารผู้โดยสารสนามบินแห่งใหม่และการเชื่อมต่อเที่ยวบินที่ดีขึ้น ดั้งนั้นคาดว่า CENTEL จะเป็นโรงแรมที่เติบโตได้อย่างแข็งแกร่งที่สุดในปี 2026 ที่ระดับ 18%

PTTGC: ราคาพื้นฐาน 28.70 บาท
เราแนะนำเก็งกำไร PTTGC จากความคาดหวังการฟื้นตัวของราคาหุ้นจากผลกระทบของภาวะสงครามในช่วงสัปดาห์ก่อน เราประเมิน PTTGC มีผลกระทบในแง่ของ supply risk น้อยกว่าผู้เล่นรายอื่นเนื่องจาก PTTGC มีสัดส่วนของการนำเข้าน้ำมันดิบจากกลุ่มตะวันออกกลางเพียง 12% และที่เหลือนำเข้าจากแหล่งอื่น เมื่อเทียบกับ TOP, SPRC หรือ IRPC ที่มีสัดส่วนการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางที่ระดับ 70-90% เรามองว่า PTTGC จะได้รับประโยชน์จากค่าการกลั่นที่เพิ่มขึ้นจากภาวะสงครามและมีปัญหาน้อยสุดในการรักษาระดับการกลั่น โดย PTTGC มีสัดส่วน EBITDA จากโรงกลั่นราว 30% ในปี 2025 ที่ผ่านมา นอกจากนี้แม้จะยังคงมีความเสี่ยงเรื่องของ spread ของสินค้าปิโตรเคมีที่ยังถูกกดดันจากทั้งราคาต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นและความอ่อนแอของเศรษฐกิจเราเชื่อว่าจะเป็นตัวทำให้เกิด capacity rationalization ได้เร็วยิ่งขึ้นประกอบกับวันที่ 1 เมษายน นี้จะเป็นวันแรกที่ทางการจีนจะตัด Export Tax rebate ลดลงจาก 9-13% เหลือ 0% ส่งผลทำให้ความสามารถในการแข่งขันของสินค้าจีนลดลงเช่นกัน

รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ

วันพุธ ติดตามการรายงานตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ (US CPI) เดือน ม.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ +2.4% YoY ทรงตัวจากเดือนก่อนหน้าและตัวเลขเงินเฟ้อที่ไม่รวมราคาอาหารและพลังงาน (US core CPI) ตลาดคาดที่ +2.4% YoY ชะลอตัวจากเดือนก่อนหน้าที่ +2.5% YoY

วันพฤหัสบดี ติดตามการรายงานจำนวนที่อยู่อาศัยเริ่มสร้าง (US Housing Starts) ของสหรัฐ เดือน ม.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ 1.35 ล้านหลังเทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ 1.40 ล้านหลังและ จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (Initial Jobless Claims) ในสัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดคาดการณ์ที่ 2.13 แสนตำแหน่ง

วันศุกร์ ติดตาม คำสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ (US Durable goods orders) เดือน ม.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ +1.70% MoM เร่งตัวขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ -1.40% MoM ต่อด้วยรายงานการคาดการณ์การเติบโของ GDP ของสหรัฐใน 4Q25 ครั้งที่สอง ตลาดคาดการณ์ที่ 1.4% QoQ ทรงตัวจากครั้งก่อนหน้า ปิดท้ายด้วยการรายงานดัชนีราคาการใช้จ่ายด้านการบริโภคพื้นฐานส่วนบุคคล (US Core PCE Price Index) เดือน ม.ค. ตลาดคาดที่ 3.0% YoY ทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า

เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
ดูข้อมูลหุ้นเพิ่มเติมผ่านแอป KS TRADE+ โหลดเลย >> https://ksecurities.co/KSTradePlus

Follow us :
LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube

#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #Ksecurities #การลงทุน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #DAILYVIEW

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ค้นหา