KS: 5 เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า-รองเท้า ที่ใหญ่ที่สุดในตลาดหุ้นสหรัฐฯ 🇺🇸 👟👕
ใครที่เป็นสายแฟชั่นและอยากเลือกลงทุนในแบรนด์ระดับโลก ห้ามพลาด!
รวมข้อมูล 5 ยักษ์ใหญ่เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าและรองเท้าชั้นนำในตลาดหุ้นสหรัฐฯ
👟 NIKE, Inc. — Ticker: NKE US
PRODUCT: รองเท้ากีฬา · เสื้อผ้ากีฬา · อุปกรณ์กีฬา
NIKE เป็นบริษัทสินค้ากีฬาสัญชาติสหรัฐฯ เริ่มต้นเมื่อปี 1964 ในชื่อ Blue Ribbon Sports และใช้ชื่อ NIKE ตั้งแต่ปี 1971 เป็นผู้จำหน่ายรองเท้าและเสื้อผ้ากีฬารายใหญ่ที่สุดในโลก ดำเนินธุรกิจภายใต้ 3 แบรนด์ คือ NIKE, Jordan และ Converse ขายสินค้าในเกือบทุกประเทศทั่วโลก ซึ่งมีร้านในสหรัฐฯ 347 แห่ง และต่างประเทศ 641 แห่ง มีพนักงานราว 73,000 คน (ข้อมูล 31 พฤษภาคม 2026)
Market Cap: 53.08 พันล้าน USD
Price: 35.78 USD
%YTD Return: -43.84%
👜 Tapestry, Inc. — Ticker: TPR US
PRODUCT: กระเป๋า · เครื่องหนัง · เครื่องประดับแฟชั่น
Tapestry เป็นบริษัทสหรัฐฯ ที่ถือแบรนด์แฟชั่น 2 แบรนด์ซึ่งมีรากฐานจากนิวยอร์ก คือ Coach และ Kate Spade New York โครงสร้างรายได้กระจุกอยู่ที่ Coach เป็นหลัก โดยปีงบ FY2026 Coach ทำรายได้ 6.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากรายได้รวมทั้งหมด 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วน Kate Spade อยู่ที่ 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
Market Cap: 23.51 พันล้าน USD
Price: 117.94 USD
%YTD Return: -7.69%
👗 Ralph Lauren Corporation — Ticker: RL US
PRODUCT: เสื้อผ้า · กระเป๋า · รองเท้าและเครื่องประดับ · น้ำหอม · ของแต่งบ้าน
Ralph Lauren ระบุตัวเองว่าเป็นผู้นำระดับโลกด้านการออกแบบ การตลาด และการจัดจำหน่ายสินค้าไลฟ์สไตล์ระดับ Luxury ใน 5 หมวด ได้แก่ เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้าและเครื่องประดับ น้ำหอม และของแต่งบ้าน รวมถึงธุรกิจร้านอาหารและโรงแรม ดำเนินธุรกิจมาเกือบ 60 ปี พอร์ตแบรนด์ไล่ระดับตั้งแต่ Ralph Lauren Collection และ Purple Label ไปจนถึง Polo Ralph Lauren, Lauren Ralph Lauren และ RLX โดยปีงบ FY2026 มีรายได้ 8.11 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
Market Cap: 20.16 พันล้าน USD
Price: 338.36 USD
%YTD Return: -4.31%
🥾 Deckers Outdoor Corporation — Ticker: DECK US
PRODUCT: รองเท้า · เสื้อผ้าและเครื่องประดับ
Deckers ก่อตั้งปี 1973 โมเดลธุรกิจคือการซื้อแบรนด์รองเท้าเฉพาะกลุ่มเข้ามาบริหารและขยายตลาด เริ่มจาก UGG ในปี 1995 ตามด้วย Teva ในปี 2002 และ HOKA ในปี 2013 ปัจจุบันรายได้เกือบทั้งหมดมาจากสองแบรนด์ คือ UGG 2.74 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และ HOKA 2.59 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมกันราว 97% ของยอดขายปีงบ FY2026 (5.47 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)
Market Cap: 10.62 พันล้าน USD
Price: 77.96 USD
%YTD Return: -24.80%
🧘 lululemon athletica inc. — Ticker: LULU US
PRODUCT: เสื้อผ้าออกกำลังกาย · รองเท้า · เครื่องประดับ
lululemon เปิดครั้งแรกที่เมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา ในปี 1998 บริษัทระบุว่าเป็นผู้ออกแบบ จัดจำหน่าย และค้าปลีกเสื้อผ้ากีฬาเชิงเทคนิค รองเท้า และเครื่องประดับ โดยขายผ่านร้านค้าและช่องทางอีคอมเมิร์ซเป็นหลัก โดยปัจจุบันมีหน้าร้านกว่า 811 สาขาใน 30 ประเทศ รายได้รวม FY 2025 อยู่ที่ 11.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (โต 5% YoY)
Market Cap: 10.61 พันล้าน USD
Price: 95.98 USD
%YTD Return: -53.81%
💡 KS GLOBAL INVEST TIPS
NKE, TPR, RL, DECK จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ NYSE ขณะที่ LULU จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ Nasdaq ซื้อขายในสกุลเงิน USD มีขั้นต่ำในการซื้อขาย 1 หุ้นต่อคำสั่ง และรับเงินค่าขายคืนภายใน 1 วันทำการ โดยลูกค้า KS สามารถส่งคำสั่งซื้อขายได้ในตลาดสหรัฐฯ
Source: Company earnings releases — NIKE FY2026 (30 มิ.ย. 2026), Tapestry FY2026 (13 ส.ค. 2026), Ralph Lauren FY2026 (21 พ.ค. 2026), Deckers FY2026 (22 พ.ค. 2026), lululemon FY2025 (17 มี.ค. 2026); Market data:

Bloomberg as of 16/09/2026
📊 ลงทุนหุ้นนอกกับ KS ครอบคลุม 28 ประเทศ 39 ตลาดชั้นนำทั่วโลก
📲 เปิดพอร์ตลงทุน >> http://ksecurities.co/Open-Account_GlobalTrade
⛳Follow us :
📲 LINE: https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads
#KS #KSecurities #หลักทรัพย์กสิกรไทย #NIKE #Tapestry #RalphLauren #Deckers #lululemon #หุ้นสหรัฐ #Apparel #Footwear #การลงทุนหลักทรัพย์
คำเตือน: ข้อมูลนี้จัดทำโดยอาศัยแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าน่าเชื่อถือซึ่งปรากฎขณะจัดทำที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละขณะเวลา โดย KS หรือบริษัทที่เกี่ยวข้องอาจมีธุรกรรมที่มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องกับหุ้นนี้ เนื่องจากการลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูล เพื่อทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง อย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English