KS Strategy: Roadshow มาเลเซีย

KS Strategy: Roadshow มาเลเซีย

Analysis by KS Research Strategy
Mar 22, 2026
Back

🇲🇾 KS Strategy: Roadshow มาเลเซีย

📌 Roadshow ที่ประเทศมาเลเซียทำให้มุมมองต่อประเทศไทยเป็นเชิงบวกเล็กน้อย

เราได้จัด roadshow เป็นเวลา 2 วัน พบกับผู้จัดการกองทุน 20 รายในมาเลเซีย โดยนำเสนอภาพรวมเศรษฐกิจมหภาคของไทยและกลยุทธ์การลงทุน รวมถึงการปรับพอร์ตเชิงกลยุทธ์จากกลุ่มธนาคารไปสู่กลุ่มธุรกิจการเงิน โดยภาพรวม ผู้จัดการกองทุนมีมุมมองเชิงบวกเล็กน้อยต่อตลาดหุ้นไทย ซึ่งปรับดีขึ้นจากมุมมองเป็นกลางในปี 2568

📌 ประเด็นสำคัญที่ได้จากการพูดคุย ได้แก่

👉1) นักลงทุนไม่ได้คาดหวังการเติบโตของ GDP ที่มีนัยสำคัญ แต่เห็นว่าการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศโดยเฉพาะการลงทุนด้านดาต้าเซ็นเตอร์ จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก (ให้ความสนใจ WHA, AMATA, GULF, BGRIM และ STECON)

👉2) ความสนใจของนักลงทุนต่อหุ้นไทยเริ่มกลับมาจากเสถียรภาพทางการเมืองที่ดีขึ้น พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการจ่ายเงินปันผลในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ และปัจจัยที่อาจทำให้ ROE ถูกปรับเพิ่มการประเมินมูลค่า

👉3) ประเด็นที่ถูกสอบถามมากที่สุดคือการวิเคราะห์สถานการณ์ เกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากสงครามในตะวันออกกลางต่อดัชนี SET ของไทยและ GDP ซึ่งนักลงทุนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับสมมติฐานเคส 2 ของเรา

👉4) ความกังวลสำคัญยังคงเป็นราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น และค่าเงินบาทที่แข็งค่า

📌 มีข้อโต้แย้งต่อคำแนะนำ Underweight กลุ่มธนาคาร จากเงินปันผลที่น่าสนใจ

ระหว่าง roadshow ที่มาเลเซีย เราแนะนำให้ลดสัดส่วนการลงทุนในหุ้นธนาคารไทยและปรับไปเพิ่มน้ำหนักในกลุ่มธุรกิจการเงิน เนื่องจากมูลค่าหุ้นอยู่ในระดับตึงตัว คาดว่ากำไรและ ROE จะอ่อนแอลงจากการหดตัวของ NIM และการไม่มีผลกำไรจากการปรับมูลค่าตามราคาตลาด (mark-to-market) รวมถึงความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น นักลงทุนต่างชาติได้โต้แย้งประเด็นดังกล่าว โดยให้เหตุผลหลักว่ากลุ่มธนาคารมีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่น่าสนใจในระดับ 6-8% และมีความต้องการลงทุนในธนาคารที่มีลักษณะเชิงรับเช่น KKP KTB พร้อมทั้งตั้งข้อกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านนโยบาย การปรับลดอัตราดอกเบี้ย และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจมหภาค คำถามสำคัญจากนักลงทุนยังเกี่ยวข้องกับระดับการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างชาติในธนาคารไทย ความเป็นไปได้ของผู้ถือหุ้นเชิงกลยุทธ์ และลักษณะการบริหารของผู้บริหารรวมถึงธรรมาภิบาลขององค์กร โดยภาพรวม แม้เงินปันผลยังคงเป็นปัจจัยดึงดูดสำคัญ แต่โมเมนตัมกำไรที่อ่อนแอลงและความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ อาจยังคงจำกัดความต้องการลงทุนของนักลงทุนในกลุ่มธนาคารต่อไป

📌 ไม่มีข้อโต้แย้งมากนักต่อคำแนะนำของเราในกลุ่มธุรกิจการเงิน

โดยภาพรวม นักลงทุนเห็นว่ามูลค่าหุ้นของกลุ่มนี้มีความน่าสนใจมากขึ้น หลังจากผ่านช่วงการปรับลดการประเมินมูลค่าต่อเนื่องเป็นเวลา 4 ปี ตั้งแต่ปี 2565 ถึง 2568 นักลงทุนยอมรับว่านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐในระยะใกล้จะมุ่งเน้นไปที่การบริโภคภายในประเทศ และนักลงทุนยังรู้สึกประหลาดใจที่ต้นทุนทางการเงินของกลุ่มนี้ปรับลดลงเร็วกว่าที่คาด อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงกังวลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจโลกที่มีความไม่แน่นอน โดยเฉพาะความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งอาจทำให้แนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศอ่อนแอลง โดยนักลงทุนยังคงให้ความสำคัญกับบริษัทขนาดใหญ่ในกลุ่มนี้เป็นหลัก เช่น MTC, TIDLOR และ KTC

มุมมอง KS

📌เราคงเป้าดัชนี SET ที่ระดับ 1,520 หากสถานการณ์พัฒนาไปตามที่คาดการณ์ไว้ สมมติฐานเศรษฐกิจพื้นฐานของเราจะยังคงเหมาะสม อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ยืดเยื้อนานเกินกว่า 3 เดือน (เคส 2) เป้าหมายดัชนี SET ของเราจะปรับลดลงมาอยู่ที่ 1,385 +/-

KSStrategy20260317RoadshowMALAYSIA_1200x1200.jpg

📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account

⛳Follow us :

📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA

📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook

📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram

📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter

📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube

📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads

#KS #KSecurities #หลักทรัพย์กสิกรไทย #การลงทุน #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #หุ้นไทย #MonthlyStrategy #ThailandEconomics #Import #Export

คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

Search

Recommended searches