☀️KS Daily View 23 ก.ค. 2026>>> ประเมินกรอบของ SET index ที่ 1,620-1,650 จุด ตะวันออกกลางยังรุนแรง ผสานความเสี่ยงหุ้น Tech ยังกดดัน กลยุทธ์ยังเน้นรอย่อตั้งรับหุ้นที่ยังมีประเด็นบวก โดยสำหรับวันนี้แนะนำ ERW, PTTEP
📊 การลงทุนสัปดาห์นี้: SET index วานนี้ปิดตลาดที่ 1,639.34 ลดลง -13.63 จุด (-0.82%) แรงขายมากในกลุ่มธนาคาร ไฟแนนซ์ รับเหมาฯ ขณะที่มีแรงซื้อในปิโตรเคมี โดยนักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยสุทธิเล็กน้อยที่ 85 ลบ. ส่วนวันนี้ประเมิน SET index ในกรอบ 1,620 – 1,650 จุด สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังรุนแรง โดยสหรัฐฯยังไม่พร้อมทำข้อตกลงกับอิหร่าน และขู่โจมตีสะพาน &โรงไฟฟ้าของอิหร่าน หากยังคงโจมตีเรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่อิหร่าน ตอบโต้ว่าหากสหรัฐฯ โจมตีโครงสร้างพื้นฐาน อิหร่านจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านพลังงานที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของสหรัฐฯ จากความเสี่ยงดังกล่าวหนุนราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งต่อเนื่องสู่ระดับ 95 เหรียญต่อบาร์เรล กระตุ้นความกังวลต่อเงินเฟ้อสูง และเร่งความเสี่ยงต่อการดำเนินนโยบายการเงินที่ตึงตัวขึ้นในช่วงถัดไป ส่วนด้านงบของกลุ่ม US Tech วานนี้พบว่า Tesla งบต่ำคาด ขณะที่ Alphabet ดีกว่าคาด แต่ตลาดยังมีความกังวลต่อการลงทุนในระดับสูง ซึ่งส่งผลให้ราคาหลังตลาดปิด ปรับลดลงต่อเนื่อง ยังเป็นแรงกดดันระยะสั้นต่อหุ้นเทคโนโลยี
สำหรับกลยุทธ์ระยะสั้นยังแนะเพิ่มความระมัดระวัง เน้นรอย่อตั้งรับหุ้นที่ยังมีประเด็นบวก โดยสำหรับวันนี้แนะนำ ERW, PTTEP
🚩ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:
- การเยือนจีนของนายกฯ อนุทินช่วยหนุนทั้งการลงทุนและความเชื่อมั่นด้านท่องเที่ยว โดย ททท. ร่วมมือกับ Sichuan Airlines, Meituan และพันธมิตรจีนหลายรายเพื่อเพิ่มเที่ยวบิน ยกระดับความปลอดภัย และทำตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพ พร้อมปรับเป้านักท่องเที่ยวจีนปี 2569 เป็น 5.13 ล้านคน สร้างรายได้ราว 2.88 แสนลบ. มองเป็นบวกต่อหุ้นท่องเที่ยวและการบิน เช่น AOT, AAV, BA, CENTEL, ERW, MINT และ AWC จากแนวโน้มเที่ยวบินและนักท่องเที่ยวจีนฟื้นตัวต่อเนื่อง
- สหรัฐฯ เตรียมใช้มาตรา 301 ตรวจสอบไทยในประเด็นแรงงานบังคับและกำลังการผลิตส่วนเกิน โดยอาจเรียกเก็บภาษีเพิ่มกรณีละ 12.5% รวมสูงสุด 25% และไม่มีกำหนดสิ้นสุด ซึ่งคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยสินค้าเสี่ยง ได้แก่ เหล็ก ยาง ชิ้นส่วนยานยนต์ โซลาร์เซลล์ และอาหารทะเล ขณะที่รัฐบาลไทยเร่งเจรจาและยกระดับระบบตรวจสอบแหล่งกำเนิดสินค้า อาจเป็นลบต่อหุ้นส่งออกไปสหรัฐฯ หากถูกขึ้นภาษีจริง ขณะที่หุ้นที่พึ่งพาตลาดในประเทศจะได้รับผลกระทบน้อยกว่า
- รัฐบาลเตรียมทบทวนโครงการแลนด์บริดจ์ พร้อมเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่ดำเนินการได้ทันที โดยเน้นเชื่อมต่อโครงข่ายคมนาคมที่ยังขาดช่วง (Missing Links) ทั้งระบบรางและถนน เพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน โครงการเร่งด่วนได้แก่ การเชื่อมรถไฟเชียงของ–จีน และการพัฒนาท่าเรือระนองเชื่อมชุมพร โดยจะพิจารณาความคุ้มค่าและรูปแบบการลงทุนก่อนเดินหน้า มองเป็นบวกต่อกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง และโลจิสติกส์ (CK, STECON, ITD, SCC และผู้พัฒนานิคมฯ หากโครงการโครงสร้างพื้นฐานทยอยอนุมัติและเริ่มลงทุนได้เร็ว
- สนพ.คาดแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับใหม่จะแล้วเสร็จและเปิดรับฟังความเห็นภายในเดือน ส.ค. โดยรัฐบาลเดินหน้าปรับโครงสร้างค่าไฟผ่านการลดค่าความพร้อมจ่าย (AP) และลดอายุสัญญาโรงไฟฟ้า พร้อมวางแนวทางเปิดเสรีตลาดค้าปลีกไฟฟ้าในอนาคต เพื่อเพิ่มการแข่งขันและลดภาระค่าไฟของผู้ใช้ไฟ ถือเป็นประเด็นที่ต้องติดตามต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า โดยการลด AP และปรับสัญญาอาจกดดันผู้ผลิตไฟฟ้าบางราย ขณะที่การเปิดเสรีตลาดไฟฟ้าและ Direct PPA จะเป็นโอกาสของผู้ประกอบการที่มีความสามารถแข่งขันและธุรกิจพลังงานสะอาดในระยะยาว
หุ้นแนะนำวันนี้ Top pick:
🎯 ERW: ราคาพื้นฐาน 3.41 บาท
- คาดกำไรปกติไตรมาส 2/69 ของ ERW จะอยู่ที่ 75 ลบ. ลดลง 81% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 20% YoY
- เพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 69-71 ขึ้น 23%/22%/12% เพื่อสะท้อนผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งกว่าคาดในช่วงครึ่งแรกปี 69 และแนวโน้มเชิงบวกของธุรกิจโรงแรม
- การเยือนจีนของนายกฯ อนุทินช่วยหนุนทั้งการลงทุนและความเชื่อมั่นด้านท่องเที่ยว คาดเร่งให้นักท่องเที่ยวชาวจีนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดย ททท. ตั้งเป้านักท่องเที่ยวจีนปี 2569 ที่ระดับ 5.13 ล้านคน
🎯 PTTEP: ราคาพื้นฐาน 152.0 บาท
- สถานการณ์ตะวันออกกลางยังคงยกระดับความรุนแรง หนุนราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวขึ้น คาดส่งผลเชิงบวกระยะสั้นต่อราคาหุ้นในกลุ่มพลังงงานต้นน้ำ เช่น PTTEP
- คาดกำไรไตรมาส 2/69 ทำจุดสูงสุดของปีที่ 2.66 หมื่นลบ. เพิ่มขึ้น 97% YoY และ 125% QoQ จาก ASP ที่สูงขึ้น ปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น และการพลิกกลับมามีกำไรจากการป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน
- คาดเงินปันผลระหว่างกาล 1H69 อยู่ที่ 4.5–4.8 บาท/หุ้น เพิ่มความน่าดึงดูดเพิ่มเติม
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ
✅วันพฤหัส ติดตามปัจจัยในประเทศคาดประกาศงบ 2Q26 ของ BAREIT ส่วนสหรัฐฯ เกาะติดรายงานผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ US คาดที่ 2.11 แสนราย ลดลงจากสัปดาห์ก่อนที่ 2.08 แสนราย ทางฝั่งยุโรปจับตาการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) คาดคงดอกเบี้ยนโยบาย ทั้งเงินกู้ เงินฝาก และรีไฟแนนซ์ ที่ 2.25%, 2.65% และ 2.40% ตามลำดับ และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของยูโรโซน เดือน ก.ค. คาดที่ -17.0 จุด
✅วันศุกร์ ติดตามรายงาน PMI ภาคการผลิต US เดือน ก.ค. คาดที่ 54.4 จาก 53.9 จุด ใน มิ.ย., PMI ภาคบริการ US เดือน ก.ค. คาดที่ 51.5 จาก 51.2 จุด ใน มิ.ย., ยอดขายบ้านใหม่ US เดือน มิ.ย. คาด +4.6%MoM จาก -7.3%MoM ในเดือน พ.ค. ส่วนฝั่งยุโรป จับตาPMI ภาคการผลิตยูโรโซน ก.ค. คาดที่ 51.5 จาก 51.4 จุด ใน มิ.ย. และ PMI ภาคบริการยูโรโซน ก.ค. คาดที่ 49.9 จาก 49.4 จุด ใน มิ.ย.
*ข้อมูลสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อมูลใหม่และแหล่งที่มาที่แตกต่างกัน

📝 เปิดพอร์ตลงทุนออนไลน์กับ KS ได้แล้ววันนี้!
📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
#KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #หุ้นไทย #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #DAILYVIEW
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English