💊KS: MEGA ยังฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป
📌 MEGA รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/2569 เมื่อวันที่ 13 พ.ค. โดยมีกำไรสุทธิ 605 ลบ. หากไม่รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 40 ลบ. กำไรปกติอยู่ที่ 564 ลบ. เพิ่มขึ้น 7.4% YoY จากยอดขายที่สูงขึ้นของธุรกิจ MEGA We Care และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ที่ลดลง แต่ลดลง 7.5% QoQ จากผลประกอบการที่อ่อนแอลงของธุรกิจ Maxxcare และค่าใช้จ่ายภาษีที่สูงขึ้น ผลประกอบการสูงกว่าประมาณการเบื้องต้นของเรา 5.3% สาเหตุหลักจากยอดขายของ MEGA We Care ที่สูงกว่าคาด และคิดเป็น 22.3% ของประมาณการกำไรปกติปี 2569 ของเรา
📌 เหตุการณ์ เราเข้าร่วมประชุมนักวิเคราะห์ของ MEGA ประจำไตรมาส 1/2569 เมื่อวันที่ 14 พ.ค. และกลับมาด้วยมุมมองที่บวกเล็กน้อย
📌 ประเด็นสำคัญ ประการแรก ผู้บริหารยังคงมั่นใจว่าธุรกิจแบรนด์จะเติบโตได้ 8-12% ในปี 2569 โดยได้รับแรงหนุนจากการเปิดตัวสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง จากการขยายเข้าสู่กลุ่มการรักษา (therapeutic categories) เพิ่มเติม และการลงทุนต่อเนื่องในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แอฟริกา และลาตินอเมริกา ประการที่สอง แนวโน้มธุรกิจกระจายสินค้ายังคงมีเสถียรภาพ โดยการดำเนินงานในเมียนมาค่อยๆ กลับเข้าสู่ภาวะปกติ หลังจากก่อนหน้านี้ได้รับผลกระทบจากปัญหาใบอนุญาตนำเข้า ประการที่สาม ผู้บริหารยืนยันเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ระยะยาว โดยตั้งเป้าขยายรายได้ธุรกิจแบรนด์สู่ระดับ 500 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ ภายในปี 2573 จากปัจจุบันราว 320 ล้านดอลล่าร์ฯ ซึ่งคิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ในช่วง 5 ปีที่ประมาณ 9-10% ประการสุดท้าย ผู้บริหารคาดว่าจะมีแรงกดดันบางส่วนจากต้นทุนบรรจุภัณฑ์ ค่าขนส่ง และพลังงานที่สูงขึ้นจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ อย่างไรก็ตามบริษัทฯ มองว่าผลกระทบโดยรวมยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ เนื่องจากบริษัทฯ มีสัดส่วนต้นทุนดังกล่าวไม่สูงมากในโครงสร้างต้นทุนรวม
📌 การปรับอัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิงตามราคาตลาด ตั้งแต่ไตรมาส 1/2569 เป็นต้นไป MEGA เริ่มใช้อัตราแลกเปลี่ยนตามราคาตลาดสำหรับธุรกิจในเมียนมา ภายใต้มาตรฐานบัญชี TAS 21 ฉบับปรับปรุง โดยแทนที่แนวทางเดิมที่ใช้อัตราแลกเปลี่ยนแบบ 2 อัตรา ซึ่งอ้างอิงทั้งอัตราทางการและอัตราตลาด วิธีการเดิมทำให้เกิดความบิดเบือนของรายได้ อัตรากำไร และรายการอัตราแลกเปลี่ยน (FX) ที่รายงาน โดยเฉพาะในธุรกิจ Maxxcare การเปลี่ยนมาใช้อัตราใหม่มีเป้าหมายเพื่อสะท้อนผลการดำเนินงานที่แท้จริงได้ดีขึ้น และช่วยให้เปรียบเทียบผลประกอบการได้ง่ายขึ้น โดยผู้บริหารระบุว่าไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อความสามารถในการทำกำไรโดยรวม
📌 มุมมองของเรา เราเชื่อว่าเป้าหมายการขยายธุรกิจแบรนด์ระยะยาวของ MEGA และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง จะยังสนับสนุนการเติบโตของกำไรในระยะกลาง นอกจากนี้ แผนขยายกำลังการผลิตในเวียดนามและอินโดนีเซีย อาจช่วยเสริมศักยภาพการผลิตและสนับสนุนโอกาสการเติบโตในอนาคต อย่างไรก็ตาม เรายังคงติดตาอัตราการฟื้นตัวของธุรกิจกระจายสินค้า โดยเฉพาะในเมียนมา รวมถึงแรงกดดันที่อาจเกิดจากต้นทุนบรรจุภัณฑ์ ค่าขนส่ง และพลังงานที่สูงขึ้น
มุมมอง KS
🎯 แนะนำ “ถือ” และ TP ที่ 39.30 บาท สำหรับ MEGA ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น 10% YTD ซึ่งเราเชื่อว่าสะท้อนแนวโน้มกำไรไปบางส่วนแล้ว โดย ณ ปัจจุบัน หุ้นซื้อขายด้วย PER ปี 2569 ที่ 14.7 เท่า เทียบกับ CAGR ของ core EPS ในช่วง 3 ปีที่เราคาดการณ์ไว้ที่ 10.2% ซึ่งสูงกว่า PEG ที่ 1 เท่า และคาดว่าอัตราตอบแทนเงินปันผลปี 2569 จะอยู่ที่ 4.8%

📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English