🛢️ 🏭 KS: SPRC รับมือกับความผันผวนด้วยความยืดหยุ่นที่มากขึ้น
📌 กำไรไตรมาส 1/2569 ของ SPRC อยู่ที่ 7.4 พันลบ. (กำไรต่อหุ้น: 1.70 บาท) เพิ่มขึ้น 933% YoY และ 576% QoQ กำไรดังกล่าวสูงกว่าประมาณการของเราและของตลาด 5% หรือ 320 ลบ. สาเหตุหลักมาจาก market GRM ที่สูงกว่าคาด 0.6 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล (+200 ลบ.) มาอยู่ที่ 12.8 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล และการรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ 108 ลบ. ซึ่งดีกว่าที่เราคาดว่าจะขาดทุน 36 ลบ. ขณะที่ SPRC รับรู้กำไรจากสต๊อกน้ำมัน 7 พันลบ. สอดคล้องกับประมาณการของเรา
📌 ผลกระทบจากการตรึงราคาดีเซลเป็นไปตามคาด จากการประชุมนักวิเคราะห์ ผู้บริหาร SPRC ประเมินผลกระทบจากมาตรการตรึงราคาดีเซลของรัฐบาลอยู่ที่ประมาณ 40 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ หรือราว 1.3 พันลบ. สอดคล้องกับประมาณการของเรา นอกจากนี้ SPRC เชื่อว่า แม้ส่วนต่างราคาน้ำมันสำเร็จรูปอาจอ่อนตัวลงหลังสถานการณ์การปิดช่องแคบฮอร์มุซคลี่คลายลง แต่ค่าพรีเมี่ยมน้ำมันดิบมีแนวโน้มยังอยู่ในระดับสูงต่อไปอีกระยะ จากการจัดหาน้ำมันล่วงหน้า ดังนั้น ความไม่สอดคล้องกันระหว่างช่วงเวลาการจัดหาวัตถุดิบและช่วงเวลาการขาย จะสร้างแรงกดดันเชิงลบต่อค่าการกลั่น (GRM) ซึ่งเป็นมุมมองที่สอดคล้องกับที่ผู้บริหาร Thai Oil (TOP) เคยให้ไว้ อย่างไรก็ตาม SPRC คาดว่า GRM จะยังอยู่ในนะดับมากกว่า 10 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล ในไตรมาส 2/2569 จากตลาดผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปที่ยังคงตึงตัว
📌 โครงการ Light crude เพิ่มความยืดหยุ่นด้านการผลิต SPRC มีความยืดหยุ่นมากขึ้นทั้งด้านการเลือกใช้น้ำมันดิบและการผลิตหลังโครงการใช้น้ำมันดิบเบา (Light Crude Project) แล้วเสร็จในไตรมาส 1/2569 โดยโครงการนี้ถือว่าเข้ามาได้จังหวะ เนื่องจากบริษัทฯ สามารถ1) ใช้น้ำมันดิบชนิดเบาจากนอกตะวันออกกลางในสัดส่วนที่สูงขึ้น เช่น น้ำมันดิบจากแอฟริกาตะวันตก สหรัฐฯ และตะวันออกไกล และ 2) เพิ่มสัดส่วนผลผลิตของเชื้อเพลิงอากาศยานจาก 10% เป็น 14% ดังนั้น ในช่วงสภาวะสงครามระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ SPRC จึงสามารถจัดหาน้ำมันดิบได้หลากหลายมากขึ้น รวมถึง สามารถได้ประโยชน์จากส่วนต่างราคาเชื้อเพลิงอากาศยานที่อยู่ในระดับสูงในปัจจุบัน
📌 มีการจัดหาน้ำมันดิบรองรับถึงสิ้นเดือน ก.ค. ผู้บริหาร SPRC แสดงความมั่นใจว่าบริษัทฯ ได้จัดหาน้ำมันดิบรองรับการดำเนินการจนถึงสิ้นเดือน ก.ค.แล้ว และมีแผนเดินเครื่องโรงกลั่นเต็มกำลังการผลิตต่อไปจนกว่าจะเริ่มมีข้อจำกัดด้านการจัดเก็บ ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังได้กระจายแหล่งจัดหาน้ำมันดิบอย่างมีนัยสำคัญ โดยปัจจุบัน 75% มาจากผู้ผลิตนอกตะวันออกกลาง ทำให้การพึ่งพาน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางลดลงเหลือ 25%
มุมมอง KS
🎯 แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 7.60 บาท
ราคาเป้าหมายของเราอิงจาก TSR ที่ 16% โดย ณ ปัจจุบัน SPRC ซื้อขายด้วย PBV ปี 2569 ที่ 0.72 เท่า (ROE = 20%) เทียบกับบริษัทคู่แข่งกลุ่มโรงกลั่นในประเทศที่ 0.61 เท่า (ROE = 10.8%) โดยอัตราตอบแทนเงินปันผลที่ค่อนข้างสูง (~10%) จะช่วยจำกัด downside ของราคาหุ้น ในขณะที่เราคาดว่า SPRC จะได้รับประโยชน์เต็มที่จากตลาดผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปที่ตึงตัว เนื่องจากบริษัทฯ ไม่มีสถานะการทำประกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน ทั้งนี้ ราคาเป้าหมายของเราอิงด้วย PBV ปี 2569 ที่ 0.81 เท่า หรือ -0.5SD

เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
Follow us :
LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads
KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #หุ้นไทย #SPRC #โรงกลั่น
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English