🛢️ KS: TOP กำไร 1Q69 ดีกว่าคาด แต่เป้าธุรกิจครึ่งหลังปี 69 เป็นลบ
📌 กำไรไตรมาส 1/2569 ดีกว่าคาด TOP รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 ที่ 1.95 หมื่นลบ. (กำไรต่อหุ้น: 8.72 บาท) เพิ่มขึ้น 456% YoY และ 693% QoQ กำไรสูงกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ 8% หรือ 1.4 พันลบ. จากต้นทุนการผลิตต่อหน่วยของกลุ่มที่ต่ำกว่าคาด 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล (+1 พันลบ.) ลดลงจาก 3.5 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล เป็น 2.5 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่สูงกว่าคาด 500 ลบ. เป็น 2 พันลบ. ทั้งนี้ ปัจจัยหนุนการเติบโตของกำไรทั้งเชิง YoY และ QoQ มาจาก market GRM ที่ 12.7 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 263% YoY และ 35% QoQ พร้อมอัตราการใช้กำลังการกลั่นเต็มที่ที่ 113% นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังบันทึกกำไรจากสต๊อกน้ำมันสุทธิที่ 1.67 หมื่นลบ. (17.9 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล) สอดคล้องกับประมาณการของเรา
📌 คาดกำไรปกติไตรมาส 2/2569 จะยังคงแข็งแกร่ง… TOP คาด GRM หลังการแทรกแซงในไตรมาส 2/2569 จะอยู่ที่ 13.3 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล พร้อมผลขาดทุนสต๊อกน้ำมันเพียงเล็กน้อยที่ 0.8 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล ผู้บริหาร TOP ระบุว่าบริษัทฯ ยังคงเดินเครื่องเต็มกำลังการผลิตตราบใดที่ยังสามารถสร้างกำไรส่วนเพิ่มได้ ขณะที่ประเด็นถังเก็บน้ำมันเต็มจะขึ้นอยู่กับว่าความต้องการใช้น้ำมันจะฟื้นตัวหรือไม่ในเดือน มิ.ย. หรือรัฐบาลจะผ่อนคลายข้อจำกัดการส่งออกน้ำมันหรือไม่ ทั้งนี้ จากสมมติฐานที่ไม่มีการลดอัตราการใช้กำลังการกลั่น เราคาดว่า TOP จะรายงานกำไรปกติมากกว่า 1 หมื่นลบ. ในไตรมาส 2/2569
📌 … แต่กำไรได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว ผู้บริหาร TOP ให้มุมมองเชิงลบต่อแนวโน้มกำไรในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 หากสงครามยุติและช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดอีกครั้ง โดยเฉพาะในไตรมาส 3/2569 เนื่องจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์อาจลดลง ขณะที่ค่าพรีเมียมน้ำมันดิบคาดว่าจะยังอยู่ในระดับสูงจากการจัดหาน้ำมันล่วงหน้า 2 เดือน ส่งผลให้ GRM ต้องเผชิญแรงกดดันอย่างมีนัยสำคัญ โดย TOP คาดว่า market GRM จะลดลงแรงเหลือ 1.4 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล ในไตรมาส 3/2569 และ 6.9 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล ในไตรมาส 4/2569 จากระดับ 12-13 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ขณะที่ผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันอาจสูงถึง 12.8 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล และ 6.8 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล ตามลำดับ จากปัจจัยดังกล่าว เราคาดว่ากำไรช่วงครึ่งหลังปี 2569 จะพลิกเป็นผลขาดทุนสุทธิ ซึ่งจะหักลบกำไรที่แข็งแกร่งในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ไปเป็นส่วนใหญ่ ปัจจัยเสี่ยงสำคัญคือหากความขัดแย้งยืดเยื้อ ปัญหาขาดแคลนน้ำมันอาจรุนแรงขึ้น และอาจทำให้ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ไม่ปรับลดลงอย่างที่คาดการณ์
📌 ความคืบหน้าโครงการ CFP การก่อสร้างโครงการพลังงานสะอาด (CFP project) ยังคงคืบหน้าตามแผน โดยจำนวนแรงงานในพื้นที่ก่อสร้างเพิ่มขึ้นเป็น 17,000 คน สงครามในตะวันออกกลางคาดว่าจะส่งกระทบจำกัดต่อค่าใช้จ่ายโครงการ ราว 5 ล้านดอลลาร์ฯ เนื่องจากการจัดหาเครื่องจักรและอุปกรณ์มากกว่า 85% ได้เสร็จสิ้นไปแล้ว โดยบริษัทฯ ยังคงเป้าวันเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ (SCOD) ในไตรมาส 3/2571
🎯มุมมอง KS
📌 แนะนำ “ซื้อ” และ TP ที่ 52.70 บาท คำแนะนำของเราอิงตาม TSR ที่ 17% โดย TOP เป็นหุ้นโรงกลั่นไทยที่ซื้อขายที่มูลค่าหุ้นถูกที่สุด โดยซื้อขายด้วย PBV ปี 2569 ที่ 0.51 เท่า (ROE = 8.4%) เทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มธุรกิจที่ 0.62 เท่า (ROE = 10.8%) โดยประมาณการ ROE ระยะยาวที่จะสูงขึ้นจากประโยชน์ของโครงการ CFP ยังอยู่ตามแผน แต่ sentiment การซื้อขายหุ้นระยะสั้นอาจถูกกดดันจากการที่กำไรระยะสั้นที่ผ่านจุดสูงสุดไปแล้วในไตรมาส 1/2569

📲เปิดพอร์ตลงทุน >> https://ksecurities.co/open-account
⛳Follow us :
📲 LINE : https://ksecurities.co/KS-LineOA
📲 Facebook: https://ksecurities.co/KS-Facebook
📲 Instagram: https://ksecurities.co/KS-Instagram
📲 Twitter: https://ksecurities.co/KS-Twitter
📲 YouTube: https://ksecurities.co/KS-Youtube
📲 Threads: https://ksecurities.co/KS-Threads
KS #หลักทรัพย์กสิกรไทย #KSecurities #การลงทุน #การลงทุนหลักทรัพย์ #ผลตอบแทน #ข่าวหุ้น #หุ้นไทย #TOP
คำเตือน : กรุณาทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ภาษาไทย
English