การปรับค่าเงินหยวนของประเทศจีน สถานการณ์ในภาคใต้ ภาวะน้ำมันแพง สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อปริมาณการซื้อขายหุ้น ทั้งนี้เพราะสถานการณ์แวดล้อมดังกล่าวมีส่วนกำหนดทิศทางการเติบโตและ ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ รวมถึงจิตวิทยาของนักลงทุน ดังนั้น นักลงทุน ผู้ไม่ประมาทจำเป็นต้องเปิดกว้างรับข่าวสารและทำความเข้าใจผลกระทบจากปัจจัยแวดล้อมต่อตลาด หลักทรัพย์และหุ้นที่อยู่ในความสนใจเพื่อเป็นข้อได้เปรียบในการตัดสินใจลงทุน
ปัจจัยแวดล้อมพื้นฐานที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนและราคาหลักทรัพย์ อาจจำแนกได้เป็น
- ปัจจัยทางเศรษฐกิจ ถือเป็นปัจจัยโดยตรงที่ส่งผลกระทบต่อจิตวิทยาของนักลงทุนได้มากที่สุด ปัจจัยในกลุ่มนี้ครอบคลุมเรื่องของสภาพคล่องทางเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ การผลิตและความสามารถในการแข่งขันกับต่างประเทศ รวมถึงภาวะเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า
- ปัจจัยทางการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัจจัยการเมืองภายในประเทศ อาทิ นโยบายของภาครัฐ ที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ เช่น การกำหนดอัตราภาษี การส่งเสริมการลงทุน และ การเปิดตลาดต่างประเทศ
- ปัจจัยอื่นๆ ที่มีความไม่แน่นอน เช่น ภัยธรรมชาติรุนแรง การก่อการร้าย โรคติดต่อร้ายแรง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงภาวะเศรษฐกิจได้
- ปัจจัยเกี่ยวกับตลาดหลักทรัพย์ อาทิ ข่าวลือ การเก็งกำไรที่มากเกินไป กฎระเบียบที่เข้มงวด หรือหย่อนยานเกินไป และ อัตรามาร์จินหรือดอกเบี้ยที่ไม่เอื้อต่อผู้ลงทุน
- ปัจจัยเกี่ยวกับตัวหลักทรัพย์ เช่น ผลกำไร ฐานะการเงิน การประกาศเพิ่มทุน หรือ ข่าวเกี่ยวกับผู้บริหาร เป็นต้น
ปัจจุบัน นักลงทุนมีช่องทางติดตามข่าวสารและรับทราบผลวิเคราะห์สถานการณ์ที่อาจส่งผลต่อราคาหุ้นได้สะดวกตามสื่อต่างๆ ตลอดวัน รวมทั้งอาจหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากตลาดหลักทรัพย์และโบรกเกอร์ที่ใช้บริการ
อย่างไรก็ตาม ต้องไม่ลืมว่าข้อมูลเหล่านั้นมาจากหลากหลายแหล่งซึ่งมีความน่าเชื่อถือไม่เท่ากัน นักลงทุนจึงไม่ควรตื่นตระหนกกับข่าวที่ได้รับทราบและควรศึกษาเปรียบเทียบให้ดีก่อนตัดสินใจ เพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุน
ข้อมูลจาก : - หนังสือ “ ก้าวแรกสู่การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ” โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย