ในการซื้อขายหลักทรัพย์ที่เต็มไปด้วยตัวเลขและกระบวนการที่ซับซ้อน ความผิดพลาดพลั้งเผลอเพียงเล็กน้อยอาจส่งผลร้ายแรงต่อการลงทุนได้ ดังนั้น ผู้ลงทุนจึงควรตรวจสอบความถูกต้องของหลักฐานและเอกสารทุกชิ้นอย่างรอบคอบให้เป็นนิสัย
- คำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ ในกรณีที่ส่งคำสั่งซื้อขายด้วยตนเองที่ห้องค้าหลักทรัพย์ ต้องตรวจสอบความถูกต้อง และสมบูรณ์ของข้อมูลที่กรอกลงในเอกสารอย่างละเอียดทุกครั้งก่อนออกคำสั่งซื้อหรือขาย ควรระวังไม่ใช้ใบคำสั่งซื้อหรือขายสลับกันเพราะจะทำให้เสียเวลาและโอกาส
- สัญญา (Contract) และใบแจ้งหนี้ (Invoice) นักลงทุนจะได้รับเอกสารทั้งสองฉบับนี้คู่กัน จากโบรกเกอร์เพื่อให้ลงนามรับทราบผลการซื้อขายหลักทรัพย์อย่างเป็นทางการ แต่ไม่ว่าจะเชื่อใจ เจ้าหน้าที่การตลาดหรือโบรกเกอร์เพียงใด ต้องตรวจสอบตัวเลขและรายละเอียดอย่างรอบคอบก่อนลงนาม และเก็บเอกสารอย่างเป็นระบบเพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบในภายหน้า
- รายงานยอดหลักทรัพย์คงเหลือในบัญชี โบรกเกอร์จะจัดส่งเอกสารแจ้งยอดหลักทรัพย์คงเหลือ ให้แก่นักลงทุนทุกสิ้นเดือนแม้ในเดือนที่ไม่ปรากฎรายการซื้อขาย ซึ่งเป็นสิทธิและความรับผิดชอบของนักลงทุนที่จะต้องตรวจสอบข้อมูลหลักทรัพย์ของตนเอง ว่าครบถ้วนหรือมีความคลาดเคลื่อนหรือไม่
- วงเงินคงเหลือในบัญชีมาร์จิน ในกรณีที่นักลงทุนใช้บัญชีมาร์จินในการซื้อขายหลักทรัพย์ ยิ่งต้องตรวจสอบให้รอบคอบมากขึ้นเพราะระบบการ ซื้อ - ขาย ด้วยบัญชีมาร์จินมีความซับซ้อน ตัวเลขเคลื่อนไหวทุกวัน หากมีข้อสงสัยควรสอบถามหรือขอคำอธิบายจากโบรกเกอร์ในทันที
นักลงทุนต้องระมัดระวังและรอบคอบอยู่เสมอเพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ของตน เพราะหากมีความผิดพลาดใดๆ เกิดขึ้นผู้ที่ต้องเสียประโยชน์ ก็คือ ตัวนักลงทุนเอง
มิใช่ใครอื่น
ข้อมูลจาก : - หนังสือ “ ก้าวแรกสู่การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ” โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย